ยอมรับความจริง เห็นความเป็นจริงในกาย



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

พระไตรปิฎกที่แท้จริงอยู่ในใจของเรา



ความจริงพระไตรปิฎกมี ๒ ฉบับ
ฉบับที่เป็นสมมุติ คือ ฉบับที่เป็นแบบแปลนที่ท่านสอนไว้
อันนั้นน่ะเป็นเพียงแผนผังหรือแผนที่เท่านั้น
ให้เรามาหาตำราจริง หาพระไตรปิฎกที่แท้จริงที่อยู่ในใจของเรา..
เราอย่าทิ้งใจของเรา คอยดูแลว่าสิ่งใดจะมากระทบ ส่วนใดบ้าง
เมื่อกระทบแล้ว มีอาการใดเกิดขึ้นอีกบ้าง ทั้งดีทั้งชั่ว
ให้เรารู้เห็นตลอด ๒๔ ชั่วโมง ยกเว้นเวลาหลับสนิท
นี่คือพระไตรปิฎกฉบับดั้งเดิมขนานแท้
ที่พระพุทธเจ้าสั่งสอนเรามา

ลุงหวีด บัวเผื่อน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ภาวนาเพื่อใจไม่เสพติดความคิด



การภาวนาไม่ใช่เพื่อไม่ให้มีความคิดในใจเลย 
นั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ 
แต่เพื่อรักษาใจให้พ้นจากการเสพติดความคิด 
เราเรียนรู้ที่จะปล่อยวางการคิด
ที่ทำให้เราเพลียใจหรือเศร้าหมอง 
ซึ่งเป็นสิ่งที่ขวางกั้นไม่ให้ความสงบ
และปัญญาเกิดขึ้นได้

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ธรรมะประจำวัน ให้รู้กายใจไว้



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เพียงแต่รู้เฉยๆ กิเลสไม่มี




จิตที่มันส่งส่ายไปหาอารมณ์ภายนอกนั้น มันส่งส่ายไปหากิเลส
ถ้าหากเรากำหนดรู้เท่าทัน 
อย่าไปหมายมั่นสัญญาจดจำแลปรุงแต่ง
ให้มีเพียงแต่รู้เฉยๆ กิเลสมันก็จะไม่เกิดขึ้น
เพราะจิตนี้กว่าจะเกิดกิเลสขึ้น
มันต้องจดจำ ดำริ ปรุงแต่ง มันจึงเกิดขึ้น
ถ้าเพียงแต่รู้เฉยๆ กิเลสไม่มี
เช่น ตาเห็นรูป ก็สักแต่ว่าเห็น
มันก็ไม่เกิดกิเลสอะไร


หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ต้องฝึกทำให้จิตรู้อารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ



การดูจิต
****

ต้องฝึกทำให้จิตรู้อารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ 
ไม่บังคับให้จิตรู้นั่นรู้นี่ 
มีสิ่งใดหรืออารมณ์ใดปรากฏเด่นชัด ก็ให้รู้สิ่งนั้น 
รู้แล้วไม่แก้อารมณ์ รู้แล้วไม่เพ่งใส่อารมณ์ 
รู้แล้วไม่บังคับจิตไว้กับอารมณ์ 
รู้แล้วไม่บังคับจิตให้ออกจากอารมณ์หนึ่งไปรู้อีกอารมณ์หนึ่ง 
แล้วจิตก็จะรู้อารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ
หรือรู้อารมณ์อย่างมีความรู้ตัว

อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หมั่นสังเกตความรู้สึกที่กายใจไว้เสมอ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้ายินดีเมื่อเราวางอุเบกขาได้..




ถ้ายินดีเมื่อเราวางอุเบกขาได้
ก็คือการทำลายอุเบกขาอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์
จงถอนความยึดมั่นในอุเบกขาเสียด้วย
จึงจะละความยินดียินร้ายต่อโลกได้เด็ดขาด

พระอาจารย์ชุมพล พลปญฺโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เรื่องก็จบกัน ณ ที่นั้น



คำถาม :

เมฆหมอกที่มาบดบังจิตหรืออาการของจิตหรือเจตสิก หรืออุปกิเลสหรืออนุสัย ..
หลวงปู่มีอุบายอย่างไรในการถอดถอนครับ

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต ตอบ :

เมฆก็ตามหมอกก็ตาม จิตก็ตาม อาการของจิตก็ตาม 
เจตสิกก็ตาม จะใส่ชื่อลือนามสักเพียงใดก็ตาม
 ถ้า “เรา” ไม่มีในที่นั้นๆ “ของเรา” ก็ไม่มีในที่นั้นๆ 
พิษสงก็ไม่มีในที่นั้นเอง 
การพิจารณาว่าเราไม่มีในที่นั้น เราไม่มีในที่ใดๆ ทั้งนั้น 
ของเราก็ไม่มีในที่ใดๆ ทั้งสิ้น 
ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เรื่องก็จบกัน ณ ที่นั้นไป 
ทำท่าทำทาง “วาง” เป็นอันผิดทั้งนั้น 
เพราะมันเป็นกริยาเป็นเหตุ เป็นกรรม เป็นวิบากในตัว

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ผ่อนคลายความรู้ทั้งร่างกาย ออกไปกับลม



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา