ถ้าคิดว่ามีเรา มันจึง “เป็นเรา”



ถ้าคิดว่ามีเรา มันจึง “เป็นเรา”
ถ้าเห็นว่าไม่มีเรา ก็จะไม่มีเราและมีเขา 
หมดเราก็หมดเขา “ถอนเราออกจากเรา”
ง่ายกว่า “ถอนเขาออกจากเรา”


พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เสรีชนที่แท้จริง




คนส่วนมากเดือดร้อนอยู่เพราะกาม 
และอยู่ใต้อำนาจของตัณหา 
คนส่วนน้อยนิดเดียว
ที่ไม่ต้องเดือดร้อนเพราะกาม
และไม่อยู่ใต้อำนาจของตัณหา 
จึงเป็นเสรีชนที่แท้จริง 
ย่อมหาความสุขได้แม้ในเรื่องอันน่าจะทุกข์ 
(ปญฺญาสหิโต นโร อิธ อปิ ทุกฺเขสุ สุขานิ วินฺทติ) 
ด้วยเหตุดังกล่าวมา มหาบุรุษย่อมมีอุดมคติว่า
“แม้จะสิ้นทรัพย์ก็ขอมีชีวิตอยู่อย่างผู้มีปัญญา”


มหากัปปินเถรคาถา ขุททกนิกาย เถรคาถา พ. ๒๖ ข้อ ๓๗๒

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เราต้องรู้สึกตัวเพื่อเรียนรู้ทุกข์



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

แล้วใครจะทุกข์..




ใครด่า เราก็ไม่โกรธ

ใครมาล่อให้หลง 
เราก็ไม่หลง
เมื่อเราไม่รัก ไม่ชัง
แล้วใครจะทุกข์ล่ะ

หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ





ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อปฏิบัติธรรม อย่าได้ขาดหลัก ๓ อย่าง




เมื่อเราปฏิบัติธรรมนั้น อย่าได้ขาดหลัก ๓ อย่างคือ
-ยังความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน
-การรู้เท่าทัน มีสติอยู่ทุกเมื่อ
-พยายามยกจิตขึ้นสู่อารมณ์วิปัสสนา อย่าท้อถอย
รู้อารมณ์ กำหนดอารมณ์
ตัวกิเลสก็จะละลายเสื่อมไป เบาบางไปจากขันธสันดานของเรา
คือความโลภ ความโกรธ ความหลง ออกไปจากจิตใจของเรา
ดังคำบาลีที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า
“อาตาปี สัมปะชาโน สติมา วิเนยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนัสสัง”

หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ขอเพียงรู้ในปัจจุบัน



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตที่แยกออกจากความคิด คือ วิปัสสนา




จิตสงบ คือ สมาธิ 
จิตที่แยกออกจากความคิด 
คือ วิปัสสนา

พระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

วิธีการทำใจให้หนักแน่น



วิธีการทำใจให้หนักแน่น
ต้องอาศัยสติสัมปชัญญะ ต้องฝึกเจริญสติบ่อยๆ
ฝึกสังเกตจิตบ่อยๆ ฝึกดูจิตบ่อยๆ รู้เท่าทันจิตบ่อยๆ
เมื่อเรารู้เท่าทันจิตอยู่บ่อยๆ แล้ว ต่อไปจิตคิดอะไร เราดูทันหมด

เวลาดูทันจริงๆ ที่เราดูนั้นได้หายไปแล้ว
ตัวใหม่ไม่ตามมา
ถ้าเราไม่ดู ก็จะดำริถึงอารมณ์เก่า
แล้วตัวใหม่ๆ จะตามมาเรื่อยๆ แล้วก็เกิดตลอด

เห็นไหมเวลาที่เราโกรธไม่หยุด เราเสียใจไม่หยุดอย่างนี้
เราเศร้าใจ การที่เราเศร้าใจไม่หยุดอย่างนี้ เพราะเราดูไม่ทัน

ถ้าเราดูใจทัน เราจะเห็นใจนั้นเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ
ใจนั้นไม่ใช่เสียใจอย่างเดียว เปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น ไปรู้อย่างอื่นด้วย
ถ้าเราไปตามดู เราจะเห็นใจนั้นเปลี่ยน
พอเห็นใจเปลี่ยน ก็เลยไม่ผูกพันในสิ่งที่ทำให้เราสะเทือนใจ เป็นทุกข์
ไปดูบ่อยๆ แล้วเราก็จะเห็นใจเปลี่ยนแปลง

จุดมุ่งหมายของการดูใจก็คือ เห็นใจเปลี่ยนแปลง ไม่ยึดถือ
ทุกข์ทางใจเลยไม่เกิด นี้คือประเด็นที่สำคัญ

พระอาจารย์มานพ อุปสโม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หยุดแล้วรู้นะ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

“ทางสายกลาง” คือ “การวางจิตเป็นกลาง”



สภาวธรรมของ “ทางสายกลาง” คือ “การวางจิตเป็นกลาง”
จิตที่ไม่โอนเอนไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือยึดมั่นในข้างใดข้างหนึ่ง
เช่นบุญ-บาป, ดี-ชั่ว, กุศล-อกุศล
นี่แหละถึงจะก้าวพ้น “ทวิภาวะ” ในทางโลกียะ
และเข้าถึง “โลกุตตระ” ในที่สุดได้
เพราะสภาวธรรมขั้น “โลกุตตระ” 
ไม่มี “ทวิภาวะ” ไม่มีการแบ่งแยก
จึงเรียกว่า ไม่มีเกิด-ไม่มีตาย ไม่มีจุดเริ่มต้น-ไม่มีจุดสิ้นสุด


อ.ทวีศักดิ์ คุรุจิตธรรม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา