อย่าให้สาระสำคัญกับสิ่งเป็นทุกข์




อย่าให้สาระสำคัญกับสิ่งเป็นทุกข์ 
อะไรบ้างคือสิ่งเป็นทุกข์ 
ทุกๆ สิ่งที่จิตคิด 
ทุกๆ จิตที่คิดสิ่งต่างๆ คือตัวทุกข์

สมสุโขภิกขุ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ปัญญา คือ รู้กายใจ ก็พอ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

วางขันธ์ ๕ คือไม่มีเราเป็นเจ้าของ




คำว่าวางขันธ์ ๕ นี้ต้องเข้าใจว่า
ขันธ์ ๕ ทั้งหมด มันยังอยู่นะ
ทั้งรูปก็ยังอยู่ ทั้งเวทนาก็ยังอยู่
สัญญาก็ยังอยู่ สังขารก็ยังอยู่
วิญญาณก็ยังอยู่ แต่ว่ายังอยู่นั้นนะ
อยู่แบบเราปล่อยวาง
อยู่แบบปล่อย ก็คือ รู้เข้าใจว่า
ไม่มีเราเป็นเจ้าของ


ลุงหวีด บัวเผื่อน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การเข้าไปยึดถือเบญจขันธ์ เป็นความทุกข์ในโลก




ขันธ์ทั้ง ๕ เป็นภาระอันหนัก
บุคคลแหละเป็นผู้แบกภาระ
การเข้าไปยึดถือเบญจขันธ์
เป็นความทุกข์ในโลก
การปล่อยวางเบญจขันธ์ได้อยู่เป็นสุข
ผู้ละวางเบญจขันธ์อันหนัก
และไม่เข้าไปยึดถือภาระอันอื่นอีก
ถอนตัณหาพร้อมทั้งรากเสียได้
หมดความอยาก จักนิพพาน

ขนฺธ. มู. ๑๗/๓๓.

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถึงทุกข์กาย ก็ไม่ทุกข์ใจได้



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

แนวทางเห็นธรรมคือ การทำให้จิตไม่ยินดียินร้าย




แนวทางที่จะรู้ธรรม เห็นธรรมก็คือ
การทำให้จิตไม่ยินดียินร้าย
ดูจิตของเราไม่ให้ยินดี ยินร้ายอยู่เสมอ
กำลังของสติก็จะมากขึ้น 
ปัญญาก็จะมากขึ้น ศีลก็จะมากขึ้น
ทั้ง “ศีล สมาธิ ปัญญา”


พระอาจารย์อนันต์ อกิญจโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เห็นการเกิด-ดับภายใน เป็นผู้ไม่ประมาท




พระพุทธเจ้าตรัสว่า
เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม
ทำไมบอกว่าอย่าประมาท
อะไรคือ...อย่าประมาท?
ผู้ใดกลับมารู้สึกภายใน
เห็นการเกิด-ดับภายใน
ย่อมชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท
เดินตามรอยแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความรู้สึกเต็มเปี่ยม มาจากการสละออก



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ใจที่ตั้งมั่น เป็นแต่ผู้รู้ ผู้ดู




ใจที่ตั้งมั่น
เป็นแต่ผู้รู้ ผู้ดู แต่ไม่ใช่ผู้ปรุง
ผู้รู้ รู้ความเป็นจริง ดูด้วยใจเป็นกลาง
ผู้ปรุงไม่เป็นกลาง สร้างความยินดียินร้าย
ทุกข์ใจทั้งหลายจึงเกิดขึ้นได้ เพราะใจไม่ตั้งมั่น


พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความตั้งมั่นได้มาจากความไม่ตั้งมั่น




ฝึกดูความเปลี่ยนแปลง
อย่าไปเปลี่ยนแปลง ความเปลี่ยนแปลงเสียเอง
เฝ้าดูความปรุงแต่ง อย่าไปปรุงแต่งความปรุงแต่งเสียเอง
เฝ้ารู้สังเกตดูความคิด ไม่ใช่คิดว่าจะสังเกตเฝ้ารู้ตัวรู้
เฝ้ารู้พฤติกรรมของจิต ไม่ใช่ทำจิตให้เป็นพฤติกรรมเสียเอง

เฝ้าดูรู้ความทุกข์ว่าคือความทุกข์
ไม่ใช่ทุกข์ไปกับการเฝ้าดูเฝ้ารู้
อย่างนี้เป็นทุกข์ไปกับทุกข์ ไม่ใช่รู้ทุกข์ว่าคือทุกข์
ฝึกดูเฝ้ารู้ความอยาก
ไม่ใช่เกิดความอยาก ที่จะไม่ให้มีความอยาก
ทันทีที่รู้ว่าความอยากได้เกิดขึ้น
ในขณะนั้นไม่ได้เกิดความอยาก แต่เกิดความรู้
ฝึกดูเฝ้ารู้ความไม่ตั้งมั่นแห่งจิต
ไม่ใช่พยายามบังคับทำจิตให้ตั้งมั่น
ทันทีที่รู้ว่าจิตไม่ตั้งมั่น ในขณะนั้นจิตได้ตั้งมั่นเรียบร้อยแล้ว
เป็นจิตที่ประกอบไปด้วยสติสัมปชัญญะ และสัมมาสมาธิ
สรุป ความตั้งมั่นได้มาจากความไม่ตั้งมั่น

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา