หัวใจของการเจริญวิปัสสนา คือการตั้งใจดูความคิด




หัวใจของการเจริญวิปัสสนา
หรือการทำกัมมัฏฐาน 
หรือการเจริญสมาธินั้น ก็คือ 
การตั้งใจที่จะดูความคิด 
ทันใดที่เราตั้งใจจะดูความคิด 

สมาธิจะเกิดทันที 
แล้วเป็นสมาธิที่ไม่ต้องทำขึ้น 
เพราะความตั้งใจนั้นเอง 
ที่จะดูกระแสของความคิด


ท่านเขมานันทะ

ความสมบูรณ์ของชีวิตคือ ทำตัวเองให้เป็นผู้ไม่มีอะไรเลยในโลก




การที่ได้รู้-ได้เห็น-ได้เป็น-ได้มี...ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น 
พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่าไม่ใช่ความสมบูรณ์ของชีวิต...
ความสมบูรณ์ของชีวิตนั้นคือ 
ทำตัวเองให้เป็นผู้ไม่มีอะไรเลยในโลก 
ถ้าเราทำตัวเองให้เป็นผู้มีอะไรอยู่แล้ว...จะไม่เห็นอะไรเลย
แต่ถ้าทำตัวเองให้เป็นผู้ไม่มีอะไรเลย...
ก็จะได้เห็นอะไรมากมายในโลกของความเป็นจริง


พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

จิตใจที่กระเพื่อมออกของเราคือตัว “สมุทัย”




จิตใจที่กระเพื่อมออก ของเรานี่เอง 
คือตัว “สมุทัย” ที่เป็นสาเหตุแห่ง “ทุกข์” ในวัฏสงสาร ...
จึงต้องมี “มรรค” คือสติบารมีที่แข็งแกร่ง 
เป็นตัวแทนของพระศาสดา 
นำพาไปสู่ “นิโรธ” คือความพ้นทุกข์ได้


หลวงพ่อไม อินทสิริ

การดูจิต มุ่งให้เห็นความจริง




การดูจิต
ข้อ ๑. อย่าไปดักดู ให้ความรู้สึกเกิด แล้วค่อยรู้เอา
ข้อ ๒. ดูแบบคนวงนอก ดูห่างๆ เหมือนดูคนอื่น 
อย่าให้ใจไหลเข้าไปรวมกับอารมณ์
ข้อ ๓. ดูแล้วอย่าแทรกแซง ให้ทำจิตเป็นกลาง 
ไม่รักษา และไม่แก้ไข
เพราะเราปฏิบัติ ไม่มุ่งเอาดี ไม่มุ่งเอาสงบ
แต่มุ่งให้เห็นความจริงว่า ทุกสิ่ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

คนสร้างบารมี ผู้อื่นมาก่อน


โดยปกติคนเรามักทำอะไรดีๆ ให้ตนเอง
แต่คนที่หวังความพ้นทุกข์ สร้างบารมี จะไม่ทำแบบนั้น 
อะไรที่ดีๆ เขาทำให้คนอื่นก่อน เราเอาไว้ทีหลัง
สมมติว่าเป็นอาหาร
ปกติคนเราก็เลือกกินอาหารดีๆ ส่วนไม่ดีให้คนอื่น
แต่คนที่สร้างบารมีจะไม่ทำอย่างนั้น
จะเว้นอันไหนดีๆ ให้คนอื่นไป เราเอาที่คนอื่นไม่ต้องการ
เป็นการสร้างบารมี เป็นผู้ที่มีความเสียสละ
ถ้าฝึกอย่างนี้ก็จะเป็นผู้ที่ใกล้กับความดับทุกข์เข้าไป
เพราะว่าจิตใจเสียสละ มันลดละความเห็นแก่ตัวได้

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

กำหนดรู้อารมณ์ปัจจุบัน ตัวกิเลสจะหายไป




แสงสว่างย่อมจะไปกำราบตัวมืดให้หายไปฉันใด
เมื่อมีการกำหนดรู้อารมณ์ปัจจุบันแล้ว
ตัวกิเลสก็หายไปได้ฉันนั้น
เมื่อมีสติอยู่ ตัวโมหะย่อมหมดไป
เมื่อประคองตัวสติสัมปชัญญะให้ตั้งมั่นอยู่แล้ว 
มันก็จะหมดสิ้นไปซึ่งอาสวะกิเลสทั้งหลาย
และจะถึงที่สุดแห่งทุกข์


หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

เสียดายกิเลส




การพิจารณาให้เห็นความไม่แน่นอนของชีวิต 
ไม่เหลือวิสัยของใคร แต่เราไม่ค่อยอยากทำ
เพราะกลัวจะเสียความรู้สึก 
กลัวชีวิตจะจืดชืด จะแห้งแล้ง 
พูดง่ายๆ ว่าเสียดายกิเลส ...
ครูบาอาจารย์ผู้ที่ข้ามพ้นไปแล้ว 
ท่านยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ใช่อย่างนั้น 
ถ้าละกิเลสแล้ว ชีวิตจึงจะสดชื่นเบิกบาน 

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความฟุ้งซ่านหรือความเครียด




นักปฏิบัติธรรมจำนวนไม่น้อยมีความทุกข์
เวลาเกิดความฟุ้งซ่านหรือความเครียด 
แท้จริงแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความฟุ้งซ่านหรือความเครียด 
แต่อยู่ที่ความรู้สึกเกลียดที่มีต่ออาการเหล่านั้นต่างหาก 
ถ้าหากมองว่ามันเป็นธรรมดาของใจ
หรือวางใจเป็นกลางต่ออาการเหล่านั้น 
ความทุกข์จะลดลงมาก ยิ่งผลักไสไล่ส่งมัน มันก็ยิ่งเป็นศัตรูกับเรา
แต่ทันทีที่ยอมรับมันหรือยิ้มรับมัน อย่างที่เราทำกับแขกผู้มาเยือน 
มันก็จะกลายมาเป็นมิตรกับเรา รบกวนเราน้อยลง 
และพร้อมจะจากไปในเวลาไม่นาน เหมือนอาคันตุกะที่รู้เวลาของตัวเอง


พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ทำบุญสละความตระหนี่ กุศลจึงสมบูรณ์




การทำบุญ ทำกุศลเดี๋ยวนี้ ส่วนมากทำเพื่อพ่อ ทำเพื่อแม่ 
ทำเพื่อลูก ทำเพื่อสามีภรรยา..
บุญกุศลทำเพื่อพรรคพวก ทำเพื่อสามีภรรยาของตัวเอง 
ก็เรียกว่าทำเพื่อตนอยู่ 
การทำบุญ ทำกุศลจึงมีอานิสงส์ไม่สมบูรณ์...
การทำบุญทำกุศล ต้องทำด้วยศรัทธา 
ทำด้วยความเชื่อ ความเลื่อมใส
ทำมุ่งในการที่จะเสียสละความตระหนี่ของตนจริง ๆ 
อันนี้เป็นบุญ เป็นกุศลอย่างสมบูรณ์


หลวงปู่แบน ธนากโร

ภาวนาคือสร้างสติ




การภาวนาไม่มีกาลมีเวลาเรียกว่า อกาลิโก เว้นเสียแต่นอนหลับ
จะพูดจะคุยอยู่ก็เรียกว่าภาวนา ถ้ามีสติอยู่ 
เพราะสิ่งใดถ้าเกี่ยวกับจิตใจจัดว่าเป็นภาวนาทั้งนั้น 
อย่างแสดงธรรมจัดเป็นภาวนา 
ผู้ที่นั่งฟังธรรมก็จัดว่าภาวนา เพราะตั้งใจฟัง 
เรียกว่าสัมธัมมัสสวนมัย สัทธัมมัสเทศนามัย ...ตกลงภาวนานี้ 
สร้างความไม่ประมาท คือพยายามสร้างสติ

หลวงปู่คำดี ปภาโส