สิ่งสำคัญที่สุดคือการฝึกจิตให้เข้าใจและปล่อยวาง




พระพุทธเจ้าทรงแน่วแน่กับสิ่่งที่ได้ตรัสสอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด
คือการฝึกจิต ให้เข้าใจและปล่อยวางสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของเรา 
โดยความเข้าใจนี้ แก่นแท้ธรรมชาติของตัวเราและสิ่งทั้งหลาย
จะเผยตัวออกมาเอง พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ชัดเจนมากว่า
ประสบการณ์ความเข้าใจในสัจธรรม ...
ไม่สามารถสรุปย่อเป็นหลักการ หรือสื่อได้โดยใช้คำพูด
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การฝึกจิต 

พระอาจารย์สุเมโธ

ให้รู้จักจิตว่าคราวไหน เกิดอะไร




ทุกข์เกิด ก็ให้อยู่กับทุกข์ สุขเกิด ก็ให้อยู่กับสุข ให้รู้จักตัวมัน 
ให้รู้จักจิตว่าคราวไหน เกิดอะไร ให้อยู่กับมัน 
....สังเกตดูมัน ให้ควรดูมันโดยกำหนดจดจ่อ ดูมันให้ตลอด 
ผลที่สุด มันก็จะจืดจางหายไป เช่นเดียวกับนั่งทับหญ้า 
นานๆ ไป มันก็จะค่อยๆ ตายไปเอง....

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

เมื่อเพียรดูจิต จะเข้าใจสังขาร




เมื่อเราเพียรเพ่งดูจิต 
ดูความคิด ความนึกของตัวตลอด 
ไม่ยอมให้หลุดจากจิต 
แล้วเราจะเข้าใจสังขาร 
อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ...
มันปรุงเราให้ดีใจ เสียใจ 
ร้องไห้ หัวเราะ โศกเศร้า 
มันปรุงเราได้ๆ

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร 

ขอให้ “จิตว่างจากอารมณ์” เท่านั้น




ให้พากันเร่งนะความเพียร
อย่างอื่นอย่าไปสนใจมาก
กำหนดที่ “จิต”
ขอให้ “จิตว่างจากอารมณ์” เท่านั้น
มันจะเกิดความเปลี่ยนแปลงทันที

หลวงปู่ลี กุสลธโร

วิธีตามดูจิต



วิธีตามดูจิต
***********
          การตามดูจิตนั้นต้องมีอุบายวิธี มีวิธีการดูคือให้เราดูจิตไปเฉยๆ อย่าบังคับเขา ให้เราดูความรู้สึกชอบใจ ไม่ชอบใจ หรือรู้สึกเฉยๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงแต่สังเกต อย่าห้าม อย่าบังคับความคิด ให้สังเกตดูความคิดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สังเกตความรู้สึกทุกชนิด จะเห็นความรู้สึกเปลี่ยนไปทั้งวัน ไม่มีความรู้สึกใดตั้งมั่นอยู่กับที่ จิตไม่เปลี่ยนนั้นไม่มี พอเราเห็นจิตเปลี่ยนไปแล้ว จิตของเราจะรู้สึกเฉยๆ ทำให้จิต ไม่เป็นทุกข์ นี้เป็นวิธีการที่จะทำให้เราฉลาดในจิตของเราเอง..

                                                                                           พระอาจารย์มานพ อุปสโม

“รู้” ได้โดย “มิได้ยึดถือ” คือการข้ามความหลง





มีคำถามว่า การ “ข้ามหลง” จะข้ามด้วยวิธีไหนได้หนอ
ตอบย่อๆ พอฟังได้ง่ายๆ ว่า ข้าม “ผู้รู้”.
“รู้” ได้โดย “มิได้ยึดถือ” ว่า ผู้รู้เป็น “เรา เขา สัตว์ บุคคล ตัวตน”
ในขณะจิตใดๆ เลยแล้วได้ เรียกว่าเรา “ข้ามความหลง” ได้โดยสิ้นเชิง 
โดยประการทั้งปวง 

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

ฝ่ายโลกยึดเอาตัวปลอมว่าเป็นตัวจริง




ฝ่ายโลกถือสุขกายเป็นใหญ่ ฝ่ายธรรมสุขใจเป็นใหญ่ 
เพราะรู้อริยสัจตามความจริงว่า ร่างกายนี้มันเป็นเพียงแค่ ธาตุ ๔ 
มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราจริงๆ คือจิต หรือ อทิสมานกาย
ที่อาศัยขันธ์ ๕ อยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น 
ฝ่ายโลกเข้าใจผิดจึงยึดเอาตัวปลอม (เงา) ว่าเป็นตัวจริง ...
บำรุงบำเรอมัน แล้วทรมานตัวจริง (จิต) 
ขาดเมตตาตัวเอง ทำร้ายตนเอง เผาตนเองตลอด 
พอกายแตกดับไป ตัวจริงต้องไปรับผลกรรมที่ทำไว้ 
ตัวปลอมไม่ต้องไปรับ คงเป็นแค่ธาตุ ๔ อยู่กับโลกต่อไป

หลวงปู่หลุย จันทสาโร

สำคัญคือรู้ทัน




เรื่องของ อารมณ์ ความคิด ต่างๆ 
มันเกิดขึ้น มันไม่แปลก
เพราะถ้าไม่เกิด มันก็ไม่ใช่จิต
สำคัญคือ เรารู้ทัน
แล้วไม่ให้ค่า ให้ความสำคัญกับมัน

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

ถ้าไม่ทิ้งสุขภายนอกก็จะไม่เจอสุขภายใน




จงทิ้งสุขเก่าเพื่อเอาสุขใหม่ 
จงทิ้งสุขภายนอกเพื่อเอาสุขภายใน ...
สุขเก่าหรือเรียกว่าสุขภายนอก 
มันเป็นสุขที่เกิดมาจากจิตของเราเอง
ที่กระเพื่อมออก เช่นการร้องเพลง ...
การยินดีในกามคุณ ฯลฯ มันเป็นสุขที่ไร้สาระ 
เพลิดเพลินไปก็รอวันตายไปเปล่าๆ ...
พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ทิ้งสุขภายนอก 
เพราะสุขภายนอก มันคือสุขที่ทำให้
คนต้องจมอยู่ในวัฏสงสารไม่มีที่สิ้นสุด 
ถ้าไม่ทิ้งสุขภายนอกก็จะไม่เจอสุขภายใน

หลวงพ่อไม อินทสิริ

ธรรมจากใจจะไม่ปรากฏในตำรา




ธรรมที่ออกจากภาคปฏิบัติ ออกมาจากจิตใจล้วนๆ 
จะไม่ปรากฏในตำรับตำราเลย 
เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรเอาเพียงตำรับตำรา
มากั้นมากางมากีดมากัน 
ความรู้ที่จะเกิดขึ้นจากภาคปฏิบัติของผู้ปฏิบัติทั้งหลาย


หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน