จิตปราศจากอารมณ์ ผ่องใส เรียกปัญญา




..“ปัญญา” ก็ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน 
เมื่อ “จิต” ของเราสำรวมไว้ดี จิตของเราแน่วแน่ 
ปราศจากอารมณ์
มีแต่ความผ่องใส มีแต่ความสว่างไสว 
ความผ่องใสหรือความสว่างไสวเรียกว่า “ปัญญา”...
เมื่อ “องค์ปัญญา” เกิดขึ้นแล้ว 
“ความมืด” หรือกิเลสตัณหา 
ยากที่จะซ่อนเร้นอยู่ในจิตที่สว่างไสว
สมบูรณ์เป็นธรรมขึ้นทั้งใจนั้น

หลวงปู่แบน ธนากโร

ทันความคิด อารมณ์จะไม่ทำลายจิตใจ




หากสติเราดี ทันในความคิด
ถึงเราจะไปอยู่ในสถานที่ใดก็ตาม
ถึงจะออกจากครูบาอาจารย์ไปอยู่ตามลำพัง
อารมณ์มันจะไม่เข้ามาเหยียบย่ำทำลายจิตใจ
เพราะเรามีสติ รู้ทันในอารมณ์

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก

รู้ทัน คือการทำสมาธิ




.. คิดอะไรขึ้นมา รู้ทัน รู้ให้ทัน 
เราทำอะไรก็ให้ทันการกระทำของเรา 
คิดอะไรก็ให้ทันความคิดของเรา 
พูดอะไรให้ทันคำพูดของเรา 
ให้มีสติอยู่ตลอดเวลา
อันนี้เป็นการทำสมาธิ 
ไม่ต้องบริกรรมภาวนาอะไรก็ได้ 
สำคัญอยู่ที่การทำสติ

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

ถ้าเห็นจิตกับสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งเดียวกัน




ถ้าวันใดเราเห็นว่า
จิตกับธรรมชาติที่แวดล้อมอยู่
เป็นสิ่งเดียวกัน
วันนั้นจะพ้นทุกข์

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

ฉลาดดูจิต คือฉลาดในทางรอดปลอดภัย




เราควรที่จะฉลาดในความดีความขยันขันแข็ง 
เช่น ถึงเวลาแล้วลุกขึ้นสลัดความง่วงออกไป
ฉลาดในการเฝ้าดูจิต ฉลาดที่จะไม่คล้อยตามความคิด 
อย่างนี้เรียกว่าฉลาดในตัวเอง
การที่คนรู้จักโลก รู้จักคนอื่น
เรียกว่าฉลาดเหมือนกัน แต่ว่าฉลาดนอกตัว
เมื่อฉลาดนอกตัวแล้วมักจะค่อยๆ มืด 
ค่อยๆ โง่ขึ้น ต่อเรื่องราวในตัวเอง
แต่นี่เราฉลาดต่อการเฝ้าดูจิตใจ
เรียกว่า ฉลาดในทางรอดปลอดภัย


ท่านเขมานันทะ

สุขทางโลกคือทุกข์




ขึ้นชื่อว่า ทุกข์ ย่อมเป็นที่เบื่อหน่าย
ด้วยกันทั้งสิ้น แต่ความเข้าใจผิด
จึงสำคัญทุกข์เป็นสุข 
ถึงเจตนาของบุคคลก็ยินดีสุข
แต่กลายเป็นยินดีทุกข์ 
เพราะไม่รู้จักทุกข์

หลวงปู่สาม อกิญจโน

เราปฏิบัติเพื่อรู้ตัวเอง




เราปฏิบัตินี่เพื่อรู้ตัวเอง 
ไม่ต้องไปรู้เรื่องของคนอื่น 
คนอื่นเขาจะยังไงก็เรื่องของเขา 
เรื่องของเราก็ทำใจให้พ้นทุกข์

หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก

ทุกข์จงกำหนดรู้ อย่าเห็นทุกข์เป็นเรา



ทะเลทุกข์เต็มอยู่ในเบญจขันธ์ของเรา
ไม่มีอันบกพร่อง เต็มอยู่ด้วยทุกข์ตลอดกาล
ทุกข์จงกำหนดรู้ อย่าเห็นทุกข์เป็นเรา
และอย่าเห็นเราเป็นทุกข์
ทุกข์เป็นของเกิดขึ้นดับไป จิตไม่ได้ดับไปด้วย
สติปัญญาเท่านั้นจะตามรู้ทุกข์ที่เกิดขึ้นในขันธ์
จงพยายามฝึกหัดสติปัญญาให้ติดต่อกัน

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ให้แสวงหาที่ตัวเอง




การแสวงหาพระพุทธเจ้าก็ตาม 
แสวงหาพระอรหันต์ก็ตาม 
แสวงหามรรคผลนิพพานก็ตาม 
อย่าไปแสวงหาที่ๆ มันไม่มี 
แสวงหาตัวเรานี่ 
ให้เราทําความรู้สึกตื่นตัวอยู่เสมอ 
นี่แหละ จะรู้จะเห็น

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

สิ่งที่จิตคิดล้วนเป็นสังขาร



          สิ่งทั้งหลายที่จิตคิดไปทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ ล้วนเป็นสังขารทั้งหมด เมื่อรู้แล้วท่านให้วาง เมื่อรู้แล้วท่านให้ละ ให้รู้สิ่งเหล่านี้ตามความเป็นจริง ถ้าไม่รู้ตามความเป็นจริงก็ทุกข์ ก็ไม่วางสิ่งเหล่านี้ได้ เมื่อรู้ตามความเป็นจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็เป็นของหลอกลวง สมกับที่พระศาสดาตรัสว่าจิตนี้ไม่มีอะไร ไม่เกิดตามใคร ไม่ตายกับใคร จิตเป็นเสรี รุ่งโรจน์โชติการ ไม่มีเรื่องราวต่างๆ เข้าไปอยู่ในที่นั้น ที่จะมีเรื่องราวก็เพราะมันหลงสังขารนี่เอง หลงอัตตานี่เอง...

                                                                                                          หลวงปู่ชา สุภัทโท