การกำหนดกายใจ กำหนดเพื่อให้รู้
การกำหนดกายใจ กำหนดเพื่อให้รู้ลักษณะของเขา (ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา)ไม่ใช่เพื่อให้หายหรือเพื่อให้อยู่
หลวงพ่อประจาก สิริวณฺโณ
ชีวิตที่มีค่ามาก คือเห็นความแปรปรวนในร่างกาย
ชีวิตที่มีค่ามาก คือ ชีวิตที่เห็นความแปรปรวนในร่างกาย ในชีวิต เป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เห็นเป็นทุกข์ เห็นว่าไม่ใช่ของเรานั่นแหละ เป็นความรู้ที่ยอดเยี่ยม คุ้มค่าในชีวิตที่เกิดมา เป็นความรู้จริงในสิ่งที่มีในตัวเราของเรา รู้จักความจริงของชีวิต...
หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล
สิ่งวิเศษที่ควรยึดคือรู้กาย รู้จิต
ความรู้ความเห็นอันใด แม้จะรู้เห็นในสมาธิภาวนา เห็นนรกเห็นสวรรค์ เห็นภาพนิมิตต่างๆ โดยที่สุดแม้จะรู้วาระจิตของคนอื่น ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่วิเศษวิโส สิ่งที่วิเศษวิโสที่ควรจะยึดเป็นหลัก คือการรู้จิตของตนเอง รู้กายของตนเอง รู้กายคือรู้ธรรมชาติของร่างกายว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร ส่วนความรู้ที่จำเป็นที่สำคัญที่สุด ก็คือรู้จิตรู้ใจของเราเอง ว่าปัจจุบันนี้สภาพจิตใจของเราเป็นอย่างไร เศร้าหมองหรือผ่องใส มีกิเลสตัวไหน (โลภ โกรธ หลง) อยู่ในใจของเราบ้าง เมื่อเรารู้ความจริงของตัวเราแล้ว เราจะแก้ไขดัดแปลงอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเรา
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
เห็นความคิดตัวเองเป็นวิชชา
เมื่อเราเห็นความคิดของตัวเ อง
มันก็จะเกิดการหยุดชะงัก มันไม่ปรุง
อันนี้เรียกว่า วิชชา
แต่ถ้ามันคิดเป็นเรื่องเป็น ราวขึ้นมาได้นั้น
เป็นเพราะว่ามี “เรา” เข้าไปในความคิด...
จึงเป็นความคิดของอวิชชา
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
สุขที่แท้จริง ได้แก่ จิตที่นิ่ง ไม่ดิ้นรน
สุขที่แท้จริง ได้แก่ จิตที่นิ่ง ไม่ดิ้นรน
ผู้มาจับจุดความสุขที่แท้จร ิงได้อย่างนี้แล้ว
แม้ผู้นั้นจะอยู่ในอิริยาบถ ใด
ประกอบภารกิจการงานใดๆ อยู่ก็ตาม
เขาจะมีใจเป็นสุขทุกเมื่อ
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
การมีผัสสะภายนอกก็เป็นการดี
สภาพแวดล้อมจะเป็นอย่างไร ก็ช่างหัวมัน
เราก็ดู จ้องดู “ใจ” ของตัวเอง
การมีผัสสะภายนอกก็เป็นการด ี
เพราะจะทำให้เราได้ภาวนา
หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
มงคลสูงสุด คือ จิตที่ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม
ถ้าจิตถูกโลกธรรมทั้งหลายกระทบกระทั่งแล้วไม่หวั่นไหว ยังสามารถมีใจเบิกบาน เกษมปลอดโปร่ง ไม่มีธุลี ไร้ความขุ่นมัวเศร้าหมอง ผ่องใสได้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด
มงคล ๓๘ ประการ มาจบลงสุดท้ายที่นี่...
พระพุทธศาสนาสอนหลักธรรมไปตามลำดับจนมาถึงข้อนี้ คือข้อว่ามีจิตใจเป็นอิสระ อย่างที่พระ สงฆ์สวดในงานพิธีมงคลทุกครั้ง ตอนที่สวดมงคลสูตร มงคล ๓๘ จะมาจบด้วยคาถานี้คือ
ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ
อะโสกัง วิระชัง เขมัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง
ผู้ใดถูกโลกธรรมทั้งหลาย (ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้าย) กระทบกระทั่งแล้ว จิตใจไม่เศร้าโศก ไม่หวั่นไหว เกษม มั่นคง ปลอดโปร่งได้ นั่นคือมงคลอันอุดม
ถ้าถึงขั้นนี้แล้ว ก็เรียกว่าเราได้ประสบประโยชน์สุขขั้นสูงสุด ชีวิตก็จะสมบูรณ์ อยู่ในโลกก็จะมีความสุขเป็นเนื้อแท้ของจิตใจ ถึงแม้ไปเจอความทุกข์เข้าก็ไม่มีปัญหา ก็สุขได้แม้แต่ในท่ามกลางความทุกข์
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
อะโสกัง วิระชัง เขมัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง
ผู้ใดถูกโลกธรรมทั้งหลาย (ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้าย) กระทบกระทั่งแล้ว จิตใจไม่เศร้าโศก ไม่หวั่นไหว เกษม มั่นคง ปลอดโปร่งได้ นั่นคือมงคลอันอุดม
ถ้าถึงขั้นนี้แล้ว ก็เรียกว่าเราได้ประสบประโยชน์สุขขั้นสูงสุด ชีวิตก็จะสมบูรณ์ อยู่ในโลกก็จะมีความสุขเป็นเนื้อแท้ของจิตใจ ถึงแม้ไปเจอความทุกข์เข้าก็ไม่มีปัญหา ก็สุขได้แม้แต่ในท่ามกลางความทุกข์
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
การมีสติระลึกรู้คือ ระลึกรู้เข้ามาในกายในใจ
เริ่มต้นของการจะศึกษาธรรมะ ก็คือเริ่มการมีสติ การฝึกการมีสติ
การฝึกสติอยู่กับปัจจุบัน สติอยู่กับปัจจุบันธรรม
ปัจจุบันธรรมที่ไหน? ปัจจุบันธรรมที่กายที่ใจนี้เอง
การมีสติระลึกรู้ก็คือ การระลึกรู้เข้ามาในกายในใจของตนเอง
ไม่ใช่เรื่องอะไรมากมาย เป็นเรื่องของการตามดู
รู้ทันกายที่เป็นอยู่ภายใน
จิตใจที่เป็นอยู่ภายใน
พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี
คำสั่งสอนพระศาสดา มองด้วยตาไม่เห็น
คำสั่งสอนพระศาสดา มองด้วยตาไม่เห็น
ท่านผู้ใดเพียรบำเพ็ญ ผู้นั้นจะเห็นด้วยจิตใจ
ผู้ที่รู้ผู้ที่เห็น ผู้นั้นก็เป็นบัณฑิต
รู้ทั้งถูกรู้ทั้งผิด มีทุกยุคทุกสมัย
ไม่มีเพชร ก็ไม่มีหิน ไม่มีศีล ก็ไม่มีสัจจะ...
ไม่มีวัด ก็ไม่มีพระ ไม่มีจิต ก็ไม่มีใจ
ไม่มีโลก ก็ไม่มีธรรม ไม่มีทองคำ ก็ไม่มีเพชร
ไม่มีขม ก็ไม่มีเผ็ด ไม่มีเป็ด ก็ไม่มีไข่
หลวงปู่เปลื้อง ปัญญาวันโต
สติปัฏฐานนั้นมิใช่อะไรอื่น...
สติปัฏฐานนั้นมิใช่อะไรอื่น นอกจากการใช้สติ
พิจารณากำหนดรู้อยู่ทุกขณะว่า ในขณะหนึ่งนั้นๆ
เรากำลังทำอะไรอยู่ หรือเรากำลังมีความรู้สึกนึกคิดอะไรอยู่
ทั้งนี้ พิจารณากันในเฉพาะปัจจุบันเท่านั้น
ไม่พิจารณาย้อนไปถึงอดีตและอนาคต แม้สักวินาทีเดียว
หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








