ไม่มีอะไรเป็นสมบัติของใครได้



สิ่งที่เราแสวงหาด้วยการเสียสละชีวิตชีวา
ด้วยความเหน็ดเหนื่อยทุกข์ยากนั้น
ล้วนแต่เป็นของที่เราจะต้องพลัดพรากทั้งนั้น
สิ่งเหล่านั้นจะต้องเสียหายไปจากเราทั้งนั้น
เพราะอันนั้นเขาเกิดมาเพื่อพลัดพราก
เราจะสมมุติเขาว่า เป็นเงินเป็นทอง
เป็นข้าวของวัตถุอะไรก็ช่าง
อันนั้นก็เกิดมาเพื่อที่จะแตกสลาย
เราก็เหมือนกัน เกิดมาเพื่อแตกสลาย 
เกิดมาก็เพื่อแตกเพื่อตาย
ไม่มีอะไรเป็นสมบัติของใครได้หรอก

หลวงปู่แบน ธนากโร

ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ใช่ของเธอ



จักษุ...โสตะ...ฆานะ...ชิวหา...
กายะ...มโน ไม่ใช่ของเธอ
เธอจงละมันเสีย
สิ่งเหล่านั้น อันเธอละเสียแล้ว
จักเป็นไปเพื่อประโยชน์...
และความสุขแก่เธอ แล.

สฬา. สํ. ๑๘/๑๖๑/๒๑๙

การซักฟอกจิตใจ ต้องอาศัยความตั้งมั่นของใจ



การซักฟอกจิตใจนั้น จะต้องอาศัยความตั้งมั่นของใจ 
คือสมาธิ ฝึกอบรมจิตใจให้ตั้งมั่นให้สงบ 
เพื่อจะพินิจพิจารณาสภาวะต่างๆ ให้เห็นตามความเป็นจริง 
ถ้าจิตไม่สงบ จิตไม่ตั้งมั่น จิตไม่มีกำลังของสมาธิ 
ถึงจะมีปัญญาเฉลียวฉลาดเฉียบแหลมขนาดไหน ...
พิจารณาไปก็กลายเป็นสัญญา
ไม่สามารถขับไล่กิเลสตัณหา ออกไปจากจิตใจของตัวได้

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

สิ่งที่ผ่านมาก็เหมือนพยับแดด



สิ่งที่ผ่านมาก็เหมือนพยับแดด 
เดี๋ยวมันก็สลายไป ผ่านไปแล้ว 
ให้เรารู้จักรู้แจ้ง 
ตรงนี้เองที่เราจะต้องปฏิบัติ 
ว่าเราจะไม่ตามอารมณ์ 
ไม่ตามสิ่งแวดล้อมไป 
ถ้าเราตามไปก็จะมีความเกิด 
ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ...
ความพลัดพราก มีความทุกข์มาก 
มีความทุกข์หลาย ... 

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

หยุดเสาะหาธรรม จึงเห็นธรรม



ให้พากันหยุดเสาะหาธรรมเสีย 
จึงจะเห็นธรรม 
ให้ดูสิ่งที่ปรากฏอยู่ในตัวของเรา 
สิ่งที่รู้อยู่ในตัวของเรา สิ่งที่ปรากฏอยู่นั่นล่ะ
ความรู้สึกอยู่ที่ไหนให้ดูตรงนั้น 
ให้กำหนดไว้ตรงนั้น ให้เพ่งลงตรงนั้น 
เพ่งดูดวงใจของเรา 
ธรรมอยู่ตรงนั้นล่ะ...

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

วิปัสสนาต้องอาศัยปัญญา ดูให้เห็นความเป็นจริงของโลก



การทำวิปัสสนาต้องอาศัยปัญญา 
มาดูให้เห็นความเป็นจริงของโลก 
เช่น เมื่อเกิดทุกข์ก็ดูมันไปเฉยๆ 
อย่าไปละ อย่าไปปรุงมัน 
ดูจนให้เห็นก้อนทุกข์ ว่าทุกข์ไม่ใช่ตน 
เมื่อเห็นว่าทุกข์ไม่ใช่ตน
ให้ดูต่อไปจนเห็นอุปาทาน 
ว่าไม่ใช่จิต ไม่ใช่ตน 
เมื่อเห็นอย่างนี้ 
อวิชชาของปุถุชนก็ดับ 

หลวงปู่เจือ สุภโร

อริยบุคคลไม่ผิดแปลกจากคนสามัญธรรมดา



          “...อย่าพยายามทึกทักเอาเองตามความรู้สึกของตนว่าพระอริยบุคคลไม่ว่าในลำดับใด เป็นบุคคลที่มีอะไรผิดแปลกไปจากคนธรรมดาสามัญ ท่านก็มีอะไรทุกอย่างเหมือนๆ กับคนธรรมดาสามัญ ทั้งร่างกายและจิตใจ หรือถ้าจะว่าให้ถูก ท่านเสียอีกเป็นธรรมดาสามัญ ปุถุชนต่างหากที่มีอะไรผิดธรรมดา วิปริตไปด้วยการปรุงของกิเลสตัณหาอันเป็นเหตุแห่งทุกข์ พระอรหันต์ท่านเป็นปกติธรรมดา พ้นจากการปรุงแต่ง จึงอยู่อย่างไม่มีทุกข์...”

                                                                                                 หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

เมื่อจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ ย่อมรู้ตามความเป็นจริง





ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร 
พึงเจริญสมาธิ ให้เกิดมีขึ้นในสันดาน 
เมื่อจิตตั้งมั่น เป็นสมาธิแล้ว ย่อมรู้ตามความเป็นจริง

หลวงปู่ครูบาพรหมา พรหมจกฺโก

พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่อง “ทุกข์” เพื่อดับทุกข์



พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่อง “ทุกข์” 
มิใช่เพื่อให้เป็นทุกข์
แต่เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่จะดับทุกข์
เพราะทรงรู้ว่า ทุกข์หรือปัญหานั้น
เป็นสิ่งที่แก้ไขได้ ดับได้
มิใช่ของเที่ยงแท้แน่นอน
ถ้าดับทุกข์ แก้ปัญหาแล้ว 
หรือได้สร้างความสามารถ
ในการดับทุกข์ แก้ปัญหาไว้พร้อมแล้ว
ชีวิตก็จะปลอดโปร่งโล่งเบา พบสุขที่แท้จริง

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) 

ธรรมชาติไม่เป็นไปตามปรารถนาใคร



ธรรมชาตินี้เป็นไปตามหน้าที่ของมัน 
ไม่เป็นไปตามปรารถนาใคร 
พูดเรื่องแก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครชอบฟัง 
พูดเรื่องทำยังไงจะไม่แก่ อย่างนี้ชอบ 
ทำยังไงไม่เจ็บ ชอบ...
ทำยังไงจะไม่ตาย ชอบฟัง 
ชอบแล้วมันสมหวังไหม 
ผิดหวังหมดเลย... 

หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ