คนเราจะได้ดีต้องรู้จักขโมยวิชา
คนเราจะได้ดีนั้น ก็ต้องรู้จักขโมยวิชา คืออย่ารอให้อาจารย์บอกทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องใช้ความสังเกตเอาเองว่าท่านทำอะไร เพราะอะไร เพื่ออะไร เพราะท่านทำอะไรท่านก็มีเหตุผลของท่าน...
ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก
คำสอนของพระพุทธเจ้ามิใช่เพื่อจำเฉยๆ
พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้คนเราจำเอาคำสอนของพระองค์ไว้เฉยๆ เมื่อจำได้แล้วให้ลงมือดัดแปลงกาย วาจา ใจ ของตนให้เป็นไปตามคำสั่งสอนนั้น ถ้าตนดัดแปลงกาย วาจา ใจ ให้ตรงไปตามคำสอนแล้ว ก็พยายามรักษาความรู้ ความเห็นที่เป็นศีลเป็นธรรมนั้นไว้
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
สติเป็นแม่ของกุศล
เมื่อ "สติ" ของเราหนาแน่น
ไม่ย่อหย่อน "สมาธิ" ของเรา
ก็แข็งขึ้น ใจก็เที่ยง
สติ จึงเป็นตัวเหตุ เป็นตัวอุปการี
ที่อนุเคราะห์ ส่งเสริม
ให้สมาธิของเรา เจริญขึ้น
สติ จึงเปรียบเหมือนกับ พ่อแม่ของเรา
เราจะต้องเลี้ยงดู ไว้เสมอ
สตินั้น ท่านเรียกว่า มาติกากุสลา
แปลว่า "แม่ของกุศล"
ท่านพ่อลี ธัมมธโร
มองโลกด้วยใจเป็นกลาง จึงเห็นโลกแท้จริง
มองโลกในแง่ดี ก็หลอกตัวเอง
มองโลกในแง่ร้าย ก็หลอกตัวเอง
มองโลกด้วยใจเป็นกลาง จึงเห็นโลกอันแท้จริง
แท้จริงโลกไม่มีความดีและความเลวโดยตัวมันเอง
ความดีและความเลวของสิ่งใด ๆ อยู่ที่ใจ ไปแยกแยะกำหนด
นิยามตามความนิยม แล้วสร้างความอยากยึดถือใว้
โลกกลาง ๆ เลยถูกเหมาเอาเป็นโลกน่าพอใจบ้าง
ไม่น่าพอใจบ้าง โดยที่มันไม่ได้รู้เรื่องใด ๆ ด้วยเลย
เมื่อใดที่ "จิตว่าง" มันจึงจะเห็นโลกทั้งหลาย
ไร้ความหมายด้วยประการทั้งปวง
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ฝึกสติด้วยพุทโธ
ให้หาหลักผูกสติไว้ อย่าให้หลุดลอยเลื่อนไหลไปตามสบาย หลักสำคัญที่สุดเป็นหลักแห่งมหามงคลที่แท้จริง คือหลัก "พระพุทโธ" นั่นคือ พยายามให้ใจคือให้สตินั่นเองติดอยู่กับหลัก "พระพุทโธ" คือท่อง "พุทโธ" ไว้ให้ทุกเวลานาที ที่ไม่วุ่นวายหนักหนาอยู่ด้วยธุรกิจการงานที่ต้องใช้ความคิด ใช้สมอง นั่นแหละคือการฝึกสติ หรือฝึกใจให้อยู่กับที่ อยู่กับหลักพระพุทโธ
ทำไปเถิด สติจะมั่นคงขึ้นเป็นลำดับ การรู้ทันความคิดจะเกิดตามมาพร้อมกัน เป็นคุณสำคัญแก่ชีวิตอย่างแท้จริง..
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
พระอริยะเจ้าสละสุขส่วนน้อย
..ขอให้ท่านทั้งหลายจงสำรวจดูความสุข
ว่าตรงไหนที่ตนเห็นว่ามันสุขที่สุดในชีวิต
ครั้นสำรวจดูแล้วมันก็แค่นั้นแหละ
แค่ที่เราเคยรู้เคยพบมาแล้วนั่นเอง
ทำไมจึงไม่มากกว่านั้น มากกว่านั้นไม่มี
โลกนี้มีอยู่แค่นั้นเอง
แล้วก็ซ้ำๆ ซากๆ อยู่แค่นั้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ร่ำไป
มันจึงน่าจะมีความสุขชนิดพิเศษกว่า
ประเสริฐกว่านั้น ปลอดภัยกว่านั้น
พระอริยะเจ้าทั้งหลาย ท่านจึงสละสุขส่วนน้อยนั้นเสีย
เพื่อแสวงหาสุขอันเกิดจากความสงบกาย สงบจิต สงบกิเลส
เป็นความสุขที่ปลอดภัยหาสิ่งใดเปรียบมิได้เลย..
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
นิพพานเข้าไม่ได้ด้วยการอธิษฐาน
ต่อไปให้รีบตั้งใจปฏิบัติ อย่าสนใจคนอื่น สนใจจิตตัวเองให้มากๆ รักษาจิตตนเองให้ดี รักษาองค์พระ (ภาพพระ) ไว้อย่าให้หาย ชำระใจให้ปราศจากความโลภ โกรธ หลง มันก็ถึงเองแหละนิพพาน ไม่ใช่ปากก็บอกจะไปนิพพาน แต่ไม่ชำระโลภ โกรธ หลงให้ขาดไป อธิษฐานยังไงมันก็ไม่ถึงนะแก นิพพานเข้าไม่ได้ด้วยการอธิษฐาน แต่ต้องอาศัยการปฏิบัติ ซึ่งจุดสำคัญคือการละอารมณ์ โลภ โกรธ หลง ละได้เมื่อไหร่ถึงทันที ละไม่ได้มันจะถึงแค่หัวตะพาน....
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เทศน์สอนคณะศิษย์วัดท่าซุงที่ได้มโนมยิทธิและเดินทางไปกราบหลวงปู่ดู่ ตามคำสั่งหลวงพ่อฤาษีฯ
สุขภาพใจอยู่ที่สติสัมปชัญญะ
พื้นฐานของสุขภาพใจอยู่ที่สติสัมปชัญญะ ผู้มีสุขภาพใจดีแสดงว่ามีสติสัมปชัญญะมาก ส่วนผู้มีสุขภาพจิตไม่ดีเรียกว่าเสียสติ คนบ้าคือ คนเสียสติ เพราะสติสัมปชัญญะไม่มีเลย ใครมีสติสัมปชัญญะ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มเป็นพระอรหันต์ เพราะพระอรหันต์ได้ชื่อว่า ผู้มีสติไพบูลย์ คือ มีสติ 100 เปอร์เซ็นต์ ท่านไม่หลงสติเลย จึงทำอะไรไม่ผิดพลาด ไม่ต้องฝืนใจรักษาศีลเหมือนคนทั่วไป เพราะท่านมีศีลโดยธรรมชาติ เนื่องจากมีสติไพบูลย์
พระราชวรมุนี (ประยูร ธมฺมจิตโต)
ทิฏฐิต่างกับสัจจะ
ทิฏฐิกับสัจจะ มันคนละอย่างกันนะ ถ้ารักษาคำพูดด้วยใจขุ่นมัว คิดจะเอาชนะเขา นั่นคือตัวทิฏฐิ ถ้ารักษาด้วยใจปลอดโปร่ง สงบเยือกเย็น นั่นคือสัจจะ ถ้าเวลารักษาสัจจะเราก็สงบเบาสบาย
ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก
คนเราทุกคนอยู่ในบัญชีตาย
คนเราทุกคนก็อยู่ในบัญชีตาย พอเกิดมาเราก็เข้าคิวรอเขาประหารชีวิต จะถึงตัวเราเมื่อไรก็ไม่มีใครรู้ ฉะนั้น เราจะประมาทไม่ได้ ต้องรีบสร้างความดีของเราให้ถึงพร้อมฯ
ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









