ผู้ฝึกหัดปล่อยวาง รู้อยู่เสมอ...




สิ่งใดที่เราเข้าไปยึดถือว่าของกูจริงๆ 
สิ่งนั้นจะต้องตีกลับทับตัวเองอย่างบอกไม่ถูก 
ผู้ฝึกหัดปล่อยวาง รู้อยู่เสมอ นั้นคือก้อนธรรมอันประเสริฐ

หลวงปู่ขาว อนาลโย

ทำสมาธิเพื่อให้รู้อะไร




ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเจริญสมาธิเถิด 
ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมรู้ตามความเป็นจริง รู้อะไรตามความเป็นจริง

รู้ตามความเป็นจริงว่า จักษุไม่เที่ยง 
รู้ตามความเป็นจริงว่า รูปทั้งหลายไม่เที่ยง รู้ตามความเป็นจริงว่า จักษุวิญญาณไม่เที่ยง 
รู้ตามความเป็นจริงว่า จักษุสัมผัสไม่ เที่ยง
รู้ตามความเป็นจริงว่า สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่ เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่เที่ยง ฯลฯ 
รู้ตามความเป็นจริงว่า ใจไม่ เที่ยง 
รู้ตามความเป็นจริงว่า ธรรมารมณ์ทั้งหลายไม่เที่ยง
รู้ตามความเป็นจริงว่า มโนวิญญาณไม่เที่ยง
รู้ตามความเป็นจริงว่า มโนสัมผัสไม่เที่ยง
รู้ตามความเป็นจริงว่า สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่เที่ยง 


                                                                                   สมาธิสูตร๑๘/๑๔๗
                                                                                   พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘
                                                           พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค



ผู้ปฏิบัติธรรม ต้องไม่เห็นแก่ตัว



ผู้ปฏิบัติธรรม...จะต้องเสียสละไม่เห็นแก่ตัว 
บุคคลใดมีธรรมอันพอจะช่วยให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ แต่ไม่ช่วย 
พระพุทธเจ้าย่อมไม่ทรงสรรเสริญบุคคลชนิดนั้น

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

ศีลอยู่กับทุกคนแล้ว ทำไมไม่รักษา



           คำว่าศีล ศีลอยู่กับทุกคนแล้ว ทำไมไม่รักษาล่ะ เรามาขอศีลกับพระ ก็เท่ากับโกหกพระเรื่อยไป เรามีศีลอยู่แล้ว ไม่ปฏิบัติ แล้วมันจะดีได้อย่างไร...เรามีสองขา สองมือ ศีรษะหนึ่ง  นี่แหละเขาเรียกว่าศีล ศีลจะรักษาผู้มีศีล ผู้ปฏิบัติศีล เราจะถึงความสุขความเจริญได้ก็เพราะศีล...

                                                                                           หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
                                                                                                  

จะถึงธรรมต้องอดทน




จะถึงธรรมต้องอดทน...ให้พยายามเข้า
มันเป็นของยากนั่นแหละ...ของดีมันก็ยาก
พระพุทธเจ้าท่านก็วางไว้ให้พวกเราหมดแล้ว...
ทำกับข้าวไว้ให้กับพวกเราหมดแล้ว...
จะกินหรือไม่กิน...
ถ้าไม่กินก็ท้องแห้ง ถ้ากินก็อิ่ม...

หลวงปู่ทา จารุธัมโม


จิตชอบดิ้นรนไปในอกุศล



           ธรรมดาจิตและใจนี้ เป็นสิ่งไม่มีตัวตน เป็นนามธรรมเห็นได้ยากนัก กลับกลอกไปมา ดิ้นรนกระเสือกกระสนไปในฝ่ายอกุศลทางต่ำอยู่ร่ำไป เหมือนน้ำไหลไปสู่ที่ต่ำฉันนั้น ถ้าเราไม่มีสติระลึกรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาแล้ว มารมายา ความรัก ความชัง ความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็จะไหลเข้าสู่จิตนี้ ทำให้เราได้ก่อวัฏฏะ ก่อภพ ก่อชาติ ไม่มีที่สิ้นสุด

                                                                                      ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร


อยากทำ ไม่ถือว่าเป็นกิเลส




         อยากทำ ไม่ถือว่าเป็นกิเลส อยากได้ผลของการกระทำ นั่นแหละคือกิเลส การอยากทำความดีก็ไม่เป็นกิเลส ขอให้ทำมากๆ แต่ถ้าเราอยากได้ผลของการทำความดี นั่นแหละจะเป็นเหตุให้เราต้องทุกข์

                                                                                                     ชยสาโรภิกขุ

พูดอะไรโดยไม่คิดเท่ากับพ่นยาพิษใส่ตัวเอง




พูดอะไรโดยไม่คิดเท่ากับพ่นยาพิษใส่ตัวเอง
โกรธคนอื่น เหมือนจุดไฟเผาตัวเอง
เมตตาคนอื่น เหมือนอาบน้ำให้ตัวเอง
อย่าระแวงคนอื่นยิ่งกว่าระแวงตัวเอง
ถ้าจริงจังกับโลกเกินไป จะต้องตายเพราะความเศร้า
ชีวิตไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความต้องการ
ที่พักครั้งสุดท้ายของชีวิตคือ ป่าช้า

หลวงปู่ขาว อนาลโย

ทุกคนมีมือแห่งอกุศลกรรมตามตะครุบ




          ผู้ที่เกิดมาดีมีสุขสมบูรณ์ในภพชาตินี้   ก็มิใช่ว่าไม่มีมือแห่งอกุศลกรรมตามตะครุบอยู่ .......  มีแน่  
ทุกคนมีมือแห่งอกุศลกรรมตามตะครุบอยู่แน่   แต่ในขณะเดียวกัน   ทุกคนก็มีมือแห่งกุศลกรรมเป็นผู้ช่วยอยู่มือแห่งกุศลกรรมนั้น  ถ้าเปรียบให้เห็นง่ายๆ ก็ต้องเปรียบกับเท้า  มีมือผู้ร้ายติดตามตะครุบอยู่   จะหนีพ้นก็ต้องอาศัยเท้าวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้   นั่นก็คือ ต้องทำบุญทำกุศล  คุณงามความดีให้มากที่สุด  ให้เต็มสติปัญญาความสามารถเสมอ   ความดีเท่านั้นจะช่วยให้พ้นมือแห่งกรรมร้ายได้  

          แม้จะพ้นอย่างหวุดหวิดก็ต้องดีกว่าไม่พ้น


                                                   สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


ปฏิบัติธรรมในความหมายที่แท้




          เรื่องหนึ่งที่ควรกล่าวถึงไว้ด้วย  คือ  ปัญหาที่เกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำซึ่งมีความหมายคลาดเคลื่อน  เลื่อนลอย  แปลกไปตามกาลสมัย  ตัวอย่างสำคัญคือ คำว่า  "ปฏิบัติธรรม"  ซึ่งมีความหมายที่แท้ควรได้แก่ การนำเอาธรรมไปใช้ในการดำเนินชีวิต  หรือการดำเนินชีวิตตามธรรม    แต่ปัจจุบันมักเข้าใจคำนี้ในความหมายว่า เป็นการอบรมทางจิตปัญญาขั้นหนึ่งระดับหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปแบบ และทำไปตามแบบแผนที่กำหนดวางไว้...............พุทธธรรม หน้า ๙๓๒

                                                                                พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)