ปฏิบัติธรรม อย่ารอตอนแก่
ปฏิบัติธรรมตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เป็นหนุ่ม เป็นสาวนี่แหละดี เพราะเมื่อแก่เฒ่าไปแล้ว จะนั่งก็โอย จะลุกก็โอย
หากจะรอไว้ให้แก่เสียก่อน แล้วจึงค่อยปฏิบัติ ก็เหมือนคนที่คิดจะหัดว่ายน้ำเอา ตอนที่แพใกล้จะแตก
มันจะไม่ทันการณ์
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
การขอโทษ ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ
การขอโทษ ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ
แต่เป็นการแสดงถึงความกล้าของเรา
ในการทำสิ่งที่ถูกต้อง
เมื่อใดก็ตามที่เราขอโทษ
นอกจากจะเป็นการเยียวยาจิตใจ
ของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว
ยังทำให้เราไม่มีสิ่งค้างคาใจ
ที่จะทำให้เรารู้สึกผิด
หรือเป็นทุกข์
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
มีตนและธรรมเป็นสรณะ
อานนท์ ! ในกาลบัดนี้ก็ดี
ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดี
ใครก็ตาม
จักต้องมีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ
ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ
มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ
ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ
พุทธวจนะ
นี่แหละคือที่สุดแห่งทุกข์
พาหิยะ !
เมื่อใดเธอเห็นรูปแล้ว สักแต่ว่าเห็น
, ได้ฟังเสียงแล้ว สักว่าฟัง, ได้กลิ่นแล้ว ก็สักว่าดม, ได้ลิ้มรสแล้ว ก็สักว่าลิ้ม, ได้สัมผัสทางผิวกายแล้ว ก็สักว่าสัมผัส, ได้รู้แจ้งธรรมารมณ์ ก็สักว่าได้รู้แจ้งแล้ว;
เมื่อนั้น “เธอ” จักไม่มี
เมื่อใด “เธอ” ไม่มี; เมื่อนั้น เธอก็ไม่ปรากฏในโลกนี้ ไม่ปรากฏในโลกอื่น, ไม่ปรากฏในระหว่างแห่งโลกทั้งสอง :
นี่แหละคือที่สุดแห่งทุกข์
พุทธวจนะ
ควรขอบคุณคนทำให้โกรธ
คนที่มาทำให้เราโกรธนั้น
เขาเป็นอาจารย์สอนความอดทนให้เรา
ซึ่งความอดทนนี้คือธรรมะข้อแรกที่ผู้ปฏิบัติพึงฝึกฝน
ท่านดาไลลามะ
อย่าท้อถอยในการภาวนา
การภาวนา เป็นเรื่องของการบำเพ็ญ
เพื่อความสุข ไม่ใช่เพื่อความทุกข์
แม้จะมีความยากลำบากบ้าง ก็อย่าท้อถอย
ให้เห็นเป็นธรรมดา ของการจะทำสิ่งมีค่าให้เกิดขึ้น
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
ภาวนาเอาให้รู้อย่างเดียว
เป็นนักภาวนา
ให้ภาวนาเอาให้รู้อย่างเดียว
ใจเรามันชั่ว ปัญญาตัวรู้นี่แหละทำให้เราฉลาด
อย่าเอาหลายอย่าง
เอาตัวรู้อย่างเดียว จับปลาหลายมือ มันก็คว้าน้ำเหลว จับรู้อย่างเดียว
หายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้
หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
สติเป็นเครื่องกำหนดพระพุทธศาสนา
“เป็นชาวพุทธแค่ไหน?”
ฝรั่งมาถามอาตมาว่า คนไทยเป็นพุทธ ๙๕% แต่ทำไมสังคมไทยจึงเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวและการเอารัดเอาเปรียบ
เราตอบเขาได้เลยว่า “วันหนึ่งๆ คนไทยส่วนใหญ่เป็นพุทธไม่กี่นาทีหรอก”
ให้พวกเราพิจารณาโทษของการไม่มีสติและคุณของการมีสติให้เห็นชัด
สติเป็นเครื่องกำหนดพระพุทธศาสนา สติอยู่ พระศาสนาอยู่ สติไม่อยู่ พระศาสนาก็ไม่อยู่
มองในแง่นี้อาจพูดได้ว่า
ขณะที่เราครองสติ เราเป็นชาวพุทธ ขณะใดที่สติหลุดไป เรากลายเป็นเดียรถีย์คนนอกศาสนา
หนทางปฏิบัติจึงอยู่ที่ความเพียรในชีวิตประจำวัน เราควรเป็นชาวพุทธให้มากที่สุด เป็นคนนอกศาสนาให้น้อยที่สุด เรามีทางเลือกอยู่ตลอดเวลาระหว่างการ
“คิดพุทธ” และ “คิดผิด”
ชยสาโรภิกขุ
การปล่อยวางความยึดมั่นเป็นจุดมุ่งหมายของศาสนธรรม
การปล่อยวางความยึดมั่นในวัตถุและอารมณ์ต่างๆ เป็นจุดมุ่งหมายของศาสนธรรมโดยแท้
แม้ธาตุขันธ์ยังต้องอาศัยสิ่งเหล่านั้นอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องยึดถือแบกหามเสียจนหนักอึ้งตลอดเวลา จนหาอิสระทางจิตใจไม่ได้ คนเราย่อมเป็นทุกข์กันตรงนี้ มิได้เป็นทุกข์เพราะความไม่มีกิน ไม่มีใช้
แต่เป็นทุกข์เพราะมีมากน้อยเท่าไร ก็ยึดมั่นเหนียวแน่นต่างหาก
ลูกศิษย์พระพุทธเจ้ามีทางรู้ และปล่อยวางภาระ คือความยึดถือเหล่านี้ได้โดยลำดับและได้โดยเด็ดขาด
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ผู้หวังร่มเงาพระศาสนา ไม่จำกัดว่าอยู่ที่ไหน
ผู้หวังพึ่งร่มเงา
ของพระพุทธศาสนา
จึงไม่จำกัดว่าจะอยู่ที่ไหน
แม้ว่าที่ที่นั้นจะปราศจาก
โบสถ์ เจดีย์ วิหาร
แต่ถ้าได้เว้นชั่ว ประพฤติดี
และทำจิตใจให้สะอาดแล้ว
ได้ชื่อว่าอยู่ใต้ร่มเงา
พระพุทธศาสนา
ทุกสถานที่ดังนี้แล
หลวงปู่จันทร์ กุสโล
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)