อยู่เหนือโลก




เมื่อเรารู้เข้าใจโลกธรรมแล้ว เราไม่เข้าไปพัวพัน
เราไม่เข้าไปยึดไปหลง ก็เรียกว่าอยู่เหนือโลก
พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ก็มาตรัสรู้เรื่องโลกธรรมนี้
เมื่อพระองค์มาตรัสรู้แจ้งตามสภาพความเป็นจริงแล้ว
ก็เห็นโทษเบื่อหน่ายสละปล่อยวางได้
จนไม่เข้าไปยึดไปหลง
จิตใจสะอาดผ่องใสอยู่เหนือโลก
อยู่สูงกว่าโลก จึงเรียกว่า โลกุตรธรรม

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี



ใจใดเห็นภัยในสังสารวัฏ



ใจใดเห็นภัยในสังสารวัฏอย่างเต็มที่
ใจนั้นก็ดับตัณหาและสมุทัยไปในตัว
ขณะเดียวกันสติปัญญาก็พลันทันกันเป็นกองทัพธรรม
พระปัญญาเป็นหัวหน้านำ ไม่ใช่สมาธิหัวตอ

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต



ให้ละความสุขในสมาธิ




          ความสุขในสมาธิมันก็สุขจริงๆ จะเอาอะไรมาเปรียบไม่ได้ แต่ถ้าติดอยู่แค่นั้น มันก็ได้แค่นั้นแหละ ยังไม่เกิดปัญญาอริยมรรคที่จะตัดภพชาติ ตัณหา อุปาทานได้ ให้ละสุขนั้นเสียก่อน แล้วพิจารณาขันธ์ห้าให้แจ่มแจ้งต่อไป

                                                                                               หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

การปฏิบัติต้องทำเมื่อประสบอารมณ์




การปฏิบัติจริงๆ ต้องปฏิบัติเมื่อประสบอารมณ์ 
มีสติตามรู้เท่าทันอารมณ์อยู่ตลอดเวลา
ไม่เลือกเวลา สถานที่ หรือโอกาส 
ทุกอิริยาบถ เป็นการปฏิบัติอยู่ทั้งนั้น

หลวงปู่ชา สุภัทโท

จงมองโลกให้แคบเข้า




พระองค์จึงกล่าวไว้ว่า จงมองโลกให้แคบเข้า 
แคบเข้า แคบเข้า จนเหลือเพียงกายและจิตเท่านี้ 
เมื่อรู้จักกายและจิตแล้ว ก็รู้จักโลกทั้งหมด.....

หลวงปู่สี ฉันทสิริ

พระพุทธองค์กำหนดให้รู้เพียงกายและจิต




          พระพุทธองค์ท่านเห็นว่า จะให้มนุษย์รู้จักโลกได้ทั้งโลก ก็จะทำให้ฟุ้งซ่าน เวียนเกิดเวียนตายไม่รู้จักจบ จึงทรงกำหนดให้รู้จักแต่ “กาย” ในกาย...“จิต” ในจิต แม้อย่างนั้น การทำความรู้จักกายกับจิตตามสภาพความเป็นจริงของมันก็ต้องข้ามภพ ข้ามชาติ กว่าจะรู้ว่ากายก็ดี จิตก็ดี สุดท้ายนั้นก็เป็นอนัตตาไปทั้งสิ้น มนุษย์พากันยึดถือผูกพันกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน ไม่มีรูปร่าง ไม่ใช่ของตนเป็นตุเป็นตะ เป็นวรรคเป็นเวร...

                                                                                   หลวงปู่สี ฉันทสิริ

ความหมายแท้จริงของการให้ทาน




          ...การให้ทาน ถวายทาน เมื่อเรา ให้แล้ว ถวายแล้ว ทำด้วยดีและถูกต้องแล้ว แต่หากยังคิดว่า “ทานนั้น เราเป็นผู้ให้” หรือ “ทานนั้น เป็นของเรา” หรือ “ชื่อเราจะปรากฏเพราะทานนั้น” ยังคงเป็นการให้ แต่ว่าใจยังยึดไว้อยู่ เหมือนปล่อยวัวแต่ผูกเชือก

          ...แต่หากเมื่อให้แล้ว ละแล้ว สละแล้ว ปล่อยวางแล้ว ไม่มีเรา ของเรา หรือความหวังอามิสจากการให้นั้นแล้ว ย่อมเป็นใจที่สละ ละ วาง และเต็มเปี่ยมบริบูรณ์กับคำว่า “ให้ทาน ถวายทาน” อย่างแท้จริง เหมือนวัวที่ปล่อยเป็นอิสระ ฉันนั้น...

                                                                                                  หลวงปู่ศรี มหาวีโร

ใจหลงความคิดตัวเอง




          โลภ โกรธ หลง มีธรรมดาของเขาอยู่อย่างนั้น เพราะมันเป็นเรื่องโลกไม่ได้ยุ่งกับใคร แต่ใจเราไปเดือดร้อนกับเขาเอง เหมือนอย่างเราไปดูหนัง ดูละคร ว่ามันไม่ดี คนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี เขาก็แสดงของเขาอยู่อย่างนั้นตามบทบาทเขา ตัวหากคิดขึ้นเอง หลงความคิดตัวเอง เดือดร้อนตัวเอง

                                                                                               หลวงปู่ศรี มหาวีโร

ความรู้ทางธรรมที่เป็นของเราเอง




         คำว่า "ธรรมที่เกิด ยังเป็นของคนอื่น ไม่ใช่ของเราแท้" หมายความว่า ความรู้ที่เกิดขึ้นในใจของเรานั้น มีหลายลักษณะ ความรู้ที่เราได้ร่ำเรียนทางโลก เรารู้ได้จากการอ่าน ฟัง วิเคราะห์ ทดลอง.. เป็นความรู้ในระดับหนึ่ง แตกต่างจากความรู้ทางธรรม ที่ได้จากการเจริญสติ วิปัสสนา ความรู้ ทางธรรม ที่เกิดจากการปฏิบัติอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะเป็นความรู้ที่หลวงปู่ว่า เป็นของเราเอง ไม่ได้จำมาจากคนอื่นๆ ที่เรียกว่ามันเป็นของเราเอง เพราะมันเกิดขึ้นเองในใจ ประจักษ์แจ้งในใจเราเอง เป็นความรู้ที่ปราศจากข้อสงสัยใดๆ ในจุดนั้น จึงเป็นความรู้ที่ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง ว่าเป็นเช่นไร...


                                                                                                           หลวงปู่ศรี มหาวีโร

ทรัพย์ภายใน




ถ้าหากมีในด้านภายใน หรือมีทรัพย์ภายในแล้ว 
ทรัพย์ภายนอกมันก็ค่อยทยอยมาเองนะ มันดึงดูด
ของมันมาเอง เพราะมันมีพลัง คล้ายๆ กับแม่เหล็ก 
ไม่อยากให้มามันก็มาเอง มาน้อย มามาก ตามกำลัง
ของแต่ละคนนั่นแหละ ไอ้สิ่งเหล่านี้เรามองเห็นได้ชัด 
ความจริงแล้วมันอยู่กับตัวของเรานี่แหละมันอยู่ไม่ไกล 
ทรัพย์สมบัติภายนอกหรือทรัพย์สมบัติภายใน...

หลวงปู่ศรี มหาวีโร