เสียงก็จะไม่วุ่นวายกับเธอ


ถ้าจิตเธอไม่ส่งออก
ไปวุ่นวายกับเสียง
เสียงก็จะไม่วุ่นวายกับเธอ

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

31 ต.ค.68 


 

ทำจิตวิญญาณของเราให้มี "เมตตา"


"พลิกโลก ด้วยใจ"
"เมื่อเราเป็นคนไม่มีทุกข์เสียแล้ว
เราจะไปไหน...ก็ไม่มีทุกข์
.
แต่ถ้าเราเป็นคนมีทุกข์เสียเอง
จะไปช่วยใครได้ นอกจาก
จะเอาทุกข์ไปเพิ่มให้เขาเสียอีก
.
สิ่งที่เราจะต้องระลึกอยู่เสมอก็คือ
ทำจิตวิญญาณของเราให้มี "เมตตา"
"เข้าใจสภาพแท้จริงของโลกและชีวิต"
ดังคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า
"สัพเพ สัตตาฯ..." คือ
มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายถ้วนหน้า
ต่างเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นฯ
หากระลึกได้เช่นนี้อยู่ตลอดเวลา
จิตของเราก็จะขาวสะอาดและอ่อนโยน
นี่แหละคือ "คาถา" สำหรับความสุข
ความเจริญ ความก้าวหน้าในชีวิต
และสำหรับการงาน และการครองชีวิต
อยู่ร่วมกันในสังคมมนุษย์
.
หากเรานึกถึงความทุกข์ในตัวเรา
และปฏิบัติกับตัวเราอย่างไร
เราก็ควรเห็นความทุกข์ในผู้อื่น
เช่นนั้นด้วยเช่นกัน คือทำตัว
ให้เป็นเพื่อนทุกข์ของกันและกัน
หากเราทำได้ เราจะได้พบความสุข
.
ความสงบแบบพระพุทธเจ้านั้น
เป็นการสงบ "ด้วยสติปัญญา"
คือ สงบจาก "โทสะ-โมหะ-โลภะ"
สงบจาก "ความยึดมั่นถือมั่น"
สงบจาก "ความไม่รู้จริง"
.
อานิสงส์หรือบุญที่แท้จริงนั้น
อยู่ที่จิตใจเรา
ซึ่งก็คือ การมีจิตใจที่มี
ความสะอาด - สว่าง- สงบ นั่นเอง"
กราบสาธุธรรม หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
"พลิกโลก เหนือคิด"

ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

31 ต.ค.68 

 

ใครทำให้เราไม่รู้?


ใครทำให้เราไม่รู้?
ตัวเราเอง
เราเอามือปิดตา
แล้วร้องไห้บอกว่ามันมืด
สวามี วิเวกนันทะ
Who makes us ignorant? We ourselves.
We put our hands over our eyes and weep that it is dark.
Swami Vivekananda
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

31 ต.ค.68 

พิษภัยของการมีตัวตน


การมีตัวตน มีแล้วทุกข์ ทีนี้ ต้องมานั่งมองว่า
ทำไมการมีตัวตนจึงเป็นทุกข์ เพราะเราไปยึดในสิ่งที่มิใช่ของเราว่าเป็นของเรา
ดั่งเราไปจับไฟร้อนเข้า ความร้อนก็บอกให้เราปล่อยวาง เราจึงจะหายร้อน
แต่หากเรายังไม่รู้จักการปล่อยวาง เราก็จะทุกข์จากความร้อนอยู่อย่างนั้น
ไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีใครสร้างความทุกข์ให้เราได้ นอกจากตัวเราเอง
ที่เผลอยึดความมีตัวตนว่าเป็นของตน เราจึงได้รับทุกข์
จากการยึดถือยึดติดในตัวตนของตัวเอง
ทั้งที่ตัวตนเป็นของธรรมชาติมาแต่เดิม หากเราอยู่กับชีวิตนี้อย่างกลางๆ
โดยไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของเรา เราก็ไม่ทุกข์
เพราะเรายังคงรักษาความบริสุทธิ์เดิมแม้ (เนื้อแท้)ไว้ได้
🌸
.
ลองมาดูว่า การมีตัวตนนั้น ก่อพิษภัยให้กับชีวิตอย่างไรบ้าง
หากเรารู้ไม่ทัน และยังรู้เห็นเป็นใจกับอัตตาตัวตน อย่างนี้ต่อไป จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตบ้าง
😊
.
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) เป็นการบอก"พิกัด" ให้แด่พญามาร, เจ้ากรรมนายเวร,
ความทุกข์ ติดตามชีวิตได้ง่ายมาก ทำอะไรก็ทิ้งหลักฐานคือตัวตนไว้
ความทุกข์ก็ย่อมติดตามชีวิตเหมือนเงาติดตามตัว..
.
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) เป็นเสมือนสร้างสุมกลุ่มรังโจรไว้ในชีวิตตนเอง
คอยปล้นสะดมความสุขแท้จริงในตนเอง มิให้ได้ออกดอกออกผลผลิบาน
การมีอัตตาตัวตน เป็นการทำร้ายตัวเองอย่างไร้ความปรานีที่สุด
และทุกคนก็ทำร้ายตัวเองไปจนกว่าจะถึงความหลุดพ้น
จึงได้รับอิสระภาพจากการทำร้ายตัวเอง
.
🙅🏻‍♂️
การมีตันตน (อัตตา) เปรียบดั่งการมีก้างปลาติดคอในตัวเอง
จะเดิน จะนั่ง ก็ไม่สงบสุข เจ็บปวดทุกข์ทรมาน
เพราะการมีตัวตนขวางความเจริญและความดีงามของตัวเอง
.
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) เหมือนกระทงหลงทาง ทุกครั้งที่มีตัวตน
ก็ผิดเพี้ยนไปจากหนทางที่แท้จริงแล้ว พร้อมจะไปในทางที่มิใช่
ด้วยกระแสน้ำเชี่ยว ก็พร้อมจะเข้าไปติดหล่ม
สภาวะจิตใจดึงดูดวิบากกรรมนานาเข้าหาตัวเอง
ยากที่จะช่วยเหลือตัวเองให้หลุดรอดได้
.
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) เปรียบดั่งปลาที่กำลังติดเบ็ด, สัตว์ที่ติดบ่วงแร้วนายพราน
กำลังอยู่ในสภาวะที่ทนได้ยาก มีความเสี่ยงและความตายอยู่ตรงหน้าเสมอ
แทบไม่มีความปลอดภัยให้ชีวิตเลย ทุกขณะนาทีจึงประมาทไม่ได้
ใช้ความอยากในการเดินทางไม่ได้ พลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ นั่นก็หมายถึง คำว่า "ชีวิต"
.
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) เท่ากับมีเหตุสร้างทุกข์ให้กับชีวิตไม่รู้จักจบสิ้น
เพราะคำว่าตัวตนนั่นเอง ที่เป็นเหตุสร้างทุกข์ให้กับตัวเอง
หากหมดเหตุการสร้างทุกข์ แล้วทุกข์จะมาจากที่ใดได้อีกเล่า
#สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตา หากเดินถูกทางตั้งแต่ต้น
จะมีใครเล่าต้องเจ็บตัวและเจ็บแสบหัวใจ #การกำจัดตัวตนด้วยการรู้แจ้ง
เป็นการถอนรากถอนโคน ดับสิ้นไม่เหลือ
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) ทำให้เกิดความป่วยทางจิตใจ ทุกข์ใจ
ไม่สบายกายไม่สบายใจ เหมือนเป็นโรคแสลง มีตัวเองนะแต่ไม่มีความสุข
เพราะตัวเองเป็นตัวทุกข์ เป็นรังโรค เติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม เป็นตัวทุกข์ในตัว
ท่านเลยบอกให้รู้จักปล่อยวางเรื่องตัวตน เพื่อเข้าสู่ "อนัตตาธรรม"
แล้วความทุกข์ก็จะหมดดับลงไปเอง
ฯลฯ
.
#ต้องดูให้ชัดว่า การที่เรามีตัวตน มีแล้วเป็นยังไงบ้าง
อัตตาตัวตนที่อยู่กับเรามาตลอดชีวิต มีตัวเองแล้วสุขจริงหรือ?
หรือเพียงแค่การตกเป็นทาสมายาแห่งตัวตน (ด้วยการยึดในตัวตนของตน, มีอัตตา)
มีตัวตนแล้วทิศทางของชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง สุขยังไง ทุกข์ยังไง
ดูให้ชัด แต่ก็ไม่ต้องไปแตะต้องคำว่าตัวตน แม้ของตนเองและของผู้อื่น
#ทางออก ให้เป็นกลาง ให้อยู่ทางสายกลาง (ธรรมชาติๆ ดีที่สุด)
เป็นการหมดเหตุสร้างทุกข์ในตัว หมดความทุกข์ในตัว อิสระจากความหลงผิดในตัว
เพราะหมดตัวตน (หมดอัตตา) จึงหมดเหตุแห่งการสร้างทุกข์
#แม้มีทุกข์ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่มิใช่ของตัวของตนใด
แก้ปัญหาด้วยปัญญาที่เป็นอิสระจากทุกข์ ทุกข์ดับไม่เหลือตั้งแต่ก่อนเกิด
🥰🦋😴🌿🌈🐈✨
อิโตมิ จัง

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

16 ต.ค.68 


 

ต้องอยู่ด้วยปัจจุบันธรรม


ธรรมของหลวงปู่มั่นบอกว่า..
ต้องอยู่ด้วยปัจจุบันธรรม
เข้าใจไหมปัจจุบันธรรม?
ไม่ใช่ปัจจุบันกาลนะ
ปัจจุบันธรรมอย่างหนึ่ง ปัจจุบันกาลอย่างหนึ่ง
ธรรมที่รู้เห็นอยู่ในปัจจุบัน
ธรรมที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบัน
เราฟุ้งซ่านอยู่ เราก็ดูตัวฟุ้งซ่าน
เป็นตัวปัจจุบันธรรมของเรา
พอเราดูปั๊บ มันก็เบา ...
เราไม่แก้ ไม่ปรับ ไม่ปรุง ปล่อย ดูมัน
ความฟุ้งซ่านก็หลุดไปๆ
เดี๋ยวกลายเป็นความสงบ
ตัวสงบเป็นตัวปัจจุบันธรรมของเราอีก
เราก็ดูอยู่งั้น ก็สงบเข้าไป ดีเข้าไป
ถ้ามันสงบแค่นี้ เราจะเอายิ่งกว่านี้
ไปคว้าอนาคตแล้ว ปัจจุบันเราสงบแค่นี้
ไปคว้าเอายิ่งกว่านี้
ก็คือไปคว้าอนาคตมันยังมาไม่ถึง
ปัจจุบันก็ให้มันเป็นอย่างนี้
อนาคตที่เราปรารถนามันก็มาถึง
นี่จะเอาให้ได้ดีเดี๋ยวนี้
มันก็หลุดจากปัจจุบัน ก็ถึงอนาคตไม่ได้
หลวงปู่เจือ สุภโร
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

16 ต.ค.68 


 

เธอย่อมได้สิ่งนั้น


การยึดติดในสิ่งใดๆ
เธอย่อมสูญเสียสิ่งนั้น
การไม่ยึดติดสิ่งใดๆ
เธอย่อมได้สิ่งนั้น
เล่าจื๊อ
Grasping at things, you lose them.
Not holding to things, you gain them.
Lao Tzu
เพจ Sages of Spiritual Wisdom

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

16 ต.ค.68