ปัญญาสูงสุด คือ จิตเห็นจิต


"ปัญญาสูงสุด
คือ จิตเห็นจิต พอเรารู้จิตชัดแล้ว 
หมดสัญญา ไม่ต้อง รู้...อะไรอีก 
ให้รู้จิต เห็นจิต 
ไม่ใช่ ของต่ำๆ เป็นอริยมรรค
สำหรับตัดสมุทัย ทั้งหมด 
.
ดั่งที่พูด ว่า...
จิต ส่งออกนอก เป็นตัวสมุทัย 
ผลของสมุทัย เป็นตัวทุกข์ 
จิต เห็นจิต เป็นตัวมรรค  
ผลของมรรค เป็นตัวนิโรธ 
เหตุของนิโรธ  คือ ตัวอริยมรรคนี้เอง 
เหตุของทุกข์
ก็คือ สมุทัย ผลของสมุทัยเป็นตัวทุกข์ 
.
จิต ดูจิต ก็คือ... 
รู้...และก็ตั้งสติให้อยู่ในนั้น  
ระลึกรู้ อยู่...ในนั้น  คือจิต กับสตินี้เอง
จิต กับรู้...เป็นของสิ่งเดียวกัน 
ไม่แตกต่างกันเลย การแตกต่างทั้งหลาย 
เกิดจากการคิดผิดๆ 
ย่อม นำไปสู่การก่อสร้างกรรมทั้งปวงทุกชนิด 
ไม่มี...หยุด  เนื่องจากเราเข้าใจผิด 
ถ้าจิต เห็นจิตแล้ว...
อะไรๆ มันขาดหมด 
มันตัดขาดกิเลสตัณหาอะไรหมด  
จิต ตรงนั้น...
ไม่มีปรุงแต่ง  สัจธรรม ก็คือ...จิต."

หลวงปู่ดุลย์  อตุโล

เพจ วัดพระธาตุขุนบง

Image by PuraVida_Fotografie from pixabay

หมายเหตุแอดมิน จิตเห็นจิตก็คือ เมื่อเราได้เห็นแล้วว่าจิตเดิมจริงๆ 
ไม่ได้ถูกครอบครองด้วยอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก 
แต่แยกต่างหากจากสิ่งเหล่านี้ คือพ้นไปจากการปรุงแต่งทั้งปวง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

เริ่มต้นตัด ตอนที่เริ่ม มีผัสสะ


ภพขาดชาติจบ
ภพไม่ขาดชาติไม่จบ

..ตัดภพชาติ ตัดเด็ดขาด ไม่มีเหลือ
..ไม่หวังเผื่อ เมื่อตายแล้ว มีเกิดใหม่
..ตัดตั้งแต่ ตอนยังมี ลมหายใจ
..ใครตัดได้ ไม่มีเกิด ตายอีกเลย

..เริ่มต้นตัด ตอนที่เริ่ม มีผัสสะ
..อายตนะ ทำหน้าที่ รู้วางเฉย
..เวทนา  อย่าให้มี เหมือนที่เคย
..ตัดอย่างนี้ แหละเกลอเอ๋ย ฝึกทำดู..

หลวงพี่ ปล่อยรู้

๕ ก.ค ๖๖
เกาะสมุย.
จากเพจ เซน

Image by darksouls1 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การติดความคิด คือ ติดอารมณ์


...ไม่หลงคิด ไม่ยึดติดสมมติ
ความคิดเป็นเปลือกของจิต
คิดแต่ละครั้ง ล้างให้สะอาด
อย่าประมาทเผลอคิดแบบฟุ้งซ่าน
.
การติดความคิด คือ ติดอารมณ์
ปล่อยวางความคิด เรียกว่า ไร้อารมณ์
.
จิตติดความคิดเหมือนรถติดหล่ม
ความคิด คือ ตัณหาผู้สร้างภพชาติ
การรู้เห็นความคิดบ่อยๆ ปล่อยได้เนืองๆ
คือหนทางสู่ความสว่าง

หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส

Image by suju-foto from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

พุทธภาวะ...อันแท้จริง


ถ้าจิตใจติดอยู่แต่ความดี 
ก็ยังรังเกียจความชั่ว 
ถ้าติดอยู่กับความชั่ว 
ก็รังเกียจความดี
ใครสามารถ
พ้นไปจากสองสภาวะนี้ได้ 
เขาย่อมได้ถึง...พุทธภาวะ...อันแท้จริง

ท่านเว่ยหล่าง

สูตรเว่ยหล่าง ฉบับย่อสั้น..

Image by xiaofeixia920 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ถ้าจะให้สุดต้องปล่อย


เหมือนเราเดินขึ้นเจดีย์ไปแล้ว
สุดเจดีย์..จะเหลืออะไร
ไม่เหลืออะไร..เหลือแต่อากาศ เหลือแต่ความว่าง
แต่ถ้ายังอยู่ในเจดีย์ ยังมีอะไรเยอะแยะ
มีจิ้งจก..มีฝุ่นละออง..มีสิ่งของ
แต่ถ้าเดินขึ้นไปถึงสุดยอดแล้ว
จะรู้ว่า..มันไม่มีอะไร
แต่ถ้าใครตั้งใจเดินให้สุด.. จะไม่สุด
ถ้าจะให้สุดต้องปล่อย..ไม่อยาก..ไม่ยึด..ไม่คิด..ไม่ถือ
ทำจิตให้เป็นปกติ..แค่นั้นเอง ไม่ยากอะไร

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by kalyanayahaluwo from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

หากรักความหลุดพ้นจริงๆ


ไม่ว่าความเจ็บปวดใดที่เกิดขึ้น 
ไม่มีใครเป็นเจ้าของ
อย่ายึดในสิ่งที่เรามิเคยเป็นเจ้าของ 
แม้แต่ความเป็นตัวตนของตนเอง 
ไม่เคยเป็นของผู้ใดจริง
อิสระที่นี่ เดี๋ยวนี้ 
ความพ้นทุกข์ มีอยู่ในอีกฟากหนึ่งของความทุกข์
ที่ใดมีทุกข์ ที่นั่นย่อมมีความพ้นทุกข์ดำรงอยู่ด้วยเสมอ
นิพพานัง ปรมัง สุขขัง 
------------‐---
หากรักความหลุดพ้นจริงๆ
เริ่มจากการฝึกเห็นไตรลักษณ์ในทุกสิ่ง
ต่อมาให้ฝึกที่จะไม่ยึดความคิด 
อารมณ์ ความรู้สึกใดๆ ว่าเป็นของตน
และท้ายสุด ให้ฝึกข้ามพ้น
ความเป็นสมมุติเพื่อความพ้นไปแท้จริง ..
.
อิโตมิ จัง

Image by charloisporto from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ดำรงจิตไว้เช่นนี้


ปรากฏการณ์ของสังสารวัฏ และนิพพาน
คือจิตของท่าน
ไม่มีอะไรปรากฏนอกจิต
การไร้ซึ่งตัวตน
อยู่เหนือความคิด คำพูด คำสาธยาย
อย่าโอบรับความสุข อย่าปฏิเสธสิ่งเลวร้าย
อย่ารับ อย่าปฏิเสธ
อย่ายินดีในสิ่งใดๆ
จงตื่นรู้อย่างแจ่มชัด
ในสภาวะธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่ง
ดำรงจิตไว้เช่นนี้
ความก้าวหน้าจะเกิดแก่กาย วาจา จิต
มีความเป็นอิสระและสบาย
อยู่เหนือการกักขังของทั้งสุขและทุกข์
นี่คือขณะแห่งการเข้าใจ
ในสภาวะของการตื่นรู้

ท่านคุรุ รินโปเช (คุรุปัทมะสัมภวะ)
หนึ่งในอาจารย์ทางธรรมท่านสำคัญ
ผู้ทำให้พุทธศาสนาลงหลักปักฐานสำเร็จในธิเบต
1200 ปีก่อน
-------------------------------------------------
PADMASAMBHAVA
Listen here, Palgyi Senge,
my eminent noble son!
All phenomena of samsara and nirvana are your own mind,
And do not appear apart from this mind --
Devoid of a self-nature,
beyond thought, word, and description.
Don't accept the pleasant or reject the awful,
don't affirm or deny,
Make no preferences,
But remain vividly awake
in the state of unfabricated naturalness!
By remaining like this, the sign of progress is that
your body, speech and mind
Feel free and easy,
beyond the confines of pleasure and pain.
That is the moment of
understanding the awakened state!
***SONGS TO 25 DISCIPLES.
….
หมายเหตุของแอดมิน

สังสารวัฏ และนิพพานนั้นอยู่ที่จิตของเรา 
หากจิตเรายังยินดียินร้ายในสิ่งต่างๆ นั่นคือการยังอยู่ในสังสารวัฏ 
แต่หากจิตเราอยู่เหนือการปรุงแต่ง ทั้งสุข ทุกข์ และความยินดียินร้าย 
นั่นคืออยู่ในนิพพาน….จุดหมายของการปฏิบัติทางจิตอยู่ตรงนี้

Image by charloisporto from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

การปฏิบัติทั้งหมดเป็นเรื่องของการสละออก



...การปฏิบัติทั้งหมด
จึงเป็นเรื่องของการสละออก
เพราะธรรมชาติที่แท้จริงก็คือความไม่มี
การจะคืนสู่ความไม่มีก็คือการสละออกนั่นเอง
สละออกซึ่งความมีความเป็นทั้งหลายทั้งปวง
ตั้งแต่ของหยาบๆ โลกๆ
ความตระหนี่ ความหวงแหนต่าง ๆ
ความโลภ ความโกรธ ความหลง
แล้วก็เรื่องของการปฏิบัติ เรื่องของจิตใจ
ในการละกิเลสเครื่องเศร้าหมองต่าง ๆ
ความยึดมั่นถือมั่นต่างๆ
ความมีความเป็นต่างๆ
เป็นเรื่องของการสละออกนั่นเอง...

พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

Image by AdinaVoicu from pixabay

อ่านเพิ่มเติมที่


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จิตว่างไม่ใช่จิตที่ไม่คิดไม่นึกอะไร


คำว่าจิตว่าง ไม่ได้หมายถึง..
จิตที่ไม่คิดไม่นึกอะไร 
มันยังคงทำหน้าที่ตามธรรมดาของจิต 
คือ คิดนึก มีพฤติต่างๆ ตามที่จิตมันจะต้องมี 
แต่ว่าในความคิดนึก หรือพฤติเหล่านั้น 
มันไม่เจือ อยู่ด้วยอุปาทาน 
ว่าตัวกู ว่าของกู 
มันก็เพราะว่างไปจากตัวกู ของกู
นั่นแหละ เขาจึงได้เรียกว่าจิตว่าง 
ไม่ใช่ว่าเป็นจิตที่ไม่คิดไม่นึกอะไร 
หรือว่าไม่รับผิดชอบอะไร ไม่ทำอะไร 
ที่แท้แล้ว จิตที่ว่างจากตัวกู ของกูนั่นแหละ 
มันจะทำอะไรได้ดีกว่า และทำอะไรได้มากกว่า

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by Yummymoon from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

นิพพานมีทุกที่


นิพพานมีทุกที่
อยู่ในข้าวแกงที่กิน 
อยู่ในน้ำดื่ม อยู่ในดอกไม้ 
อยู่ในคำชม ในเสียงด่า 
ในตัวเรา ในมนุษย์ทุกคน 
แต่จะเห็นไหม
หากเห็น ใจก็นิ่งทุกที่
เหนือโลกได้ทุกที่ เหนือสมมุติทุกที่

อิโตมิ จัง

Image by Peggychoucair from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา