หากไม่มีเราเข้าไปเป็น


ธรรมบริสุทธิ์นั้นพ้นกระแสโลก
กระแสโลก "คือการปรุงแต่งทั้งปวง"
ผู้ตกอยู่ในกระแสโลก ย่อมเป็นไปตามกรรม
หมุนวนเป็นวัฏทุกข์..
กิเลส กรรม วิบาก..วนซ้ำๆ ไม่จบสิ้น
เพราะความ "โง่" จึงไปหลงยึดถือเอา
การปรุงแต่งทั้งปวง เป็นอัตตาตัวตน
การปรุงแต่งทั้งปวงนั้น
เป็นเพียงปรากฏการณ์
ที่เกิดดับอยู่อย่างธรรมชาติ..
หากไม่มีเราเข้าไปเป็น
ในปรากฏการณ์นั้น..
ก็ไม่ถูกบีบคั้นจากกระแสโลก
นั่นจึงพ้นจากวัฏฏะทุกข์
กระแสโลก จะดำเนินไปอย่างไร
พระธรรม ก็บริสุทธิ์อยู่อย่างนั้น

อาจารย์ปู่ เอกธาตุ

Image by FotoRieth from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ความว่างของใจ




นักปฏิบัติบางคนยังไม่เข้าใจในความว่างของใจอยู่มาก ไปคิดเอาเองว่าความว่างคืออากาศว่าง หรือเข้าใจว่าความว่าง คือไม่มีวัตถุสิ่งของ และอีกอย่างหนึ่งว่างจะสมมติเช่นว่า เรามีบ้านอยู่ อาศัยสมมุติขึ้นมาว่าเป็นบ้านของเรา อยู่ต่อมาบ้านนั้นพังหรือถูกไฟเผาไปหมด เลยไม่มีบ้านอยู่ในที่ตรงนั้นอีก คำสมมุติว่าบ้านก็หายไป เลยกลายมาเป็นความว่างจากสมมุติ 
.
อย่างนี้ก็พากันเข้าใจว่าตนรู้จักความว่าง หรือว่าเห็นความว่างแล้ว ความว่างแบบนี้เป็นความว่างที่มีอยู่ทั่วๆ ไปตามธรรมชาติอยู่แล้ว ใครๆ ก็รู้กันหมด แม้แต่เด็กๆ เขาก็รู้เรื่องความว่างแบบนี้มีอยู่ประจำโลก ไม่ใช่ความว่างของใจที่พวกเราแสวงหา มันยังไกลกันคนละมุมโลก
.
ความว่างของใจมันไม่ได้ว่างอยู่แบบนี้
.
มันว่างแบบสมบูรณ์ สมบูรณ์อยู่ครบ พร้อมด้วยสติปัญญาเต็มเปี่ยมอยู่ พร้อมทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน ไม่เผลอสติ ตามรู้อยู่ในปัจจุบันทุกขณะ
.
แต่ว่ารู้แล้วไม่ติด ไม่ยึด ไม่ถือเอาสิ่งที่รู้เข้ามาเป็นอารมณ์ของใจ รู้แล้วก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ ไม่ให้จิตออกไปคิดปรุงแต่งให้เกิดเป็นสมมุติเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีกต่อไป ใจมันก็ว่างจากอารมณ์ ว่างจากการปรุงแต่ง ใจอยู่ในปกติเดิมตามธรรมชาติของใจแท้ไม่แปรผัน อย่างนี้จึงเป็นความว่างของใจ ไม่ใช่ว่างแบบธรรมชาติของโลกอย่างอากาศว่าง หรือว่างแบบอยู่ในฌาน ว่างแบบอยู่ในฌานนั้นก็อีกแบบหนึ่ง  คือยึดความว่างเป็นอารมณ์ จึงติดอยู่กับความว่าง 

หลวงปู่คูณ  สิริจันโท

Image by Leolo212 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ธรรมชาติแท้ของจิต ที่มีมาแล้วแต่แรกเริ่ม


เพราะไม่แบ่งแยกจึงไม่เป็นสอง
หลอมรวมทุกสิ่งเป็นหนึ่ง
จึงล้วนมีรสเดียวกัน
ไร้การให้ค่า ไร้การตัดสิน
ข้ามพ้นความดี และไม่ดี
ข้ามพ้นความสมบูรณ์ และไม่สมบูรณ์
จึงเป็นความสมบูรณ์ที่ยิ่งใหญ่
คือธรรมชาติแท้ของจิต
ที่มีมาแล้วแต่แรกเริ่ม

นิรนาม

Image by 鱼炒饭 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 


พระพุทธเจ้า กับ สรรพสัตว์ ต่างกันอย่างไร ? 
“มันมิได้มีอะไรอื่นที่แตกต่างกันเลย”
นอกเสียจากการที่ตระหนักรู้ (แจ้งชัด) 
ต่อจิตเดิมแท้
หรือการที่ไม่ตระหนักรู้ (หลง) 
ต่อจิตเดิมแท้ เพียงแค่นั้น
โดยเนื้อหาของสภาวะตื่นแจ้งของพระพุทธเจ้านั้น
ล้วนมีอยู่ในตัวเธออยู่แล้ว 
เพียงแต่เธอเพียงแค่ไม่รู้จักมัน เท่านั้นเอง

ท่านคุรุ รินโปเช

Photo by Raimond Klavins on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เรามาปฏิบัติเพื่อให้หายหลง


เรามาปฏิบัติเพื่อให้หายหลง
ไม่ใช่มาทำลายอะไรเลยนะ
ไม่ใช่มาปฏิบัติเพื่อเอาสมาธิ
เอาญาณเอาปัญญาอะไรหรอก
แต่มาปฏิบัติเพื่อให้มันหายหลง
หายหลงนั่นแหละคือมีปัญญา
มีวิชชามีญาณเกิดขึ้น มันถึงจะหายหลง
เพราะมันมีอวิชชาอยู่ 
มันเลยไม่รู้ความจริงไม่เห็นความจริง
.
พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

Image by Bru-nO from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การให้โอกาสเราได้ชดใช้และพ้นจากอกุศลกรรม


เธอจะเจ็บป่วย เธอจะเจ็บปวด
เธอจะพบสิ่งที่ไม่น่าพอใจมากมาย
ถึงตอนนั้น อย่าคิดว่า ฉันปฏิบัติธรรม
แล้วทำไมมีแต่อุปสรรค
ธรรมะคงไม่มีอะไรดีจริง
ทำไมฉันปฏิบัติตามคำสอนครูบาอาจารย์แล้ว
ยังเจอความยากลำบากอยู่
นั่นเป็นความเห็นที่ผิด
จงตระหนักว่า เพราะกุศลจากการปฏิบัติธรรม
ความเจ็บป่วยและยากลำบากที่ประสบขณะนี้
คือการให้โอกาสเราได้ชดใช้และพ้นจากอกุศลกรรมเก่า
ซึ่งเมื่อได้ชดใช้กรรมเพราะมีโอกาสดังนี้
ต่อไปข้างหน้า เธอก็จะประสบแต่ความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป

ลามะ ดิลโก รินโปเช
-----------------------------------

You will fall sick, experience pain, and encounter many adverse circumstances. At such times do not think, ‘Although I am practicing the Dharma, I have nothing but trouble. The Dharma cannot be so great. I have followed a teacher and done so much practice, and yet hard times still befall me.’
Such thoughts are wrong views. You should realize that through the blessing and power of the practice, by experiencing sickness and other difficulties now, you are purifying and ridding yourself of negative actions. By purifying them while you have the chance, you will later go from bliss to bliss.

Image by Bru-nO from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

นี่เรียกว่า เบียดเบียนตัวเอง


ตา ไปเห็นรูป ดีไม่ดีก็เก็บมายึดไว้
หู ไปฟังเสียง ดีไม่ดีมาก็ยึดไว้
จมูก ไปได้กลิ่น ดีไม่ดีมาก็ยึดไว้
ลิ้น ได้รับรส ดีไม่ดีมาก็ยึดไว้
กาย ได้รับสัมผัส ดีไม่ดีมาก็ยึดไว้
ใจ ได้รับอารมณ์ ดีไม่ดีมาก็ยึดไว้
.
คราวนี้รูปต่างๆ มันก็จะมาห้อยอยู่ที่ตาของเรา 
เสียงต่างๆ ก็มาห้อยอยู่ที่หูสองข้าง 
กลิ่นต่างๆ ก็มาห้อยอยู่ที่ปลายจมูก 
รสต่างๆ ก็มาห้อยอยู่ที่ปลายลิ้น 
สัมผัสต่างๆ ก็มาห้อยอยู่ที่ตัว 
อารมณ์ต่างๆ ก็มาห้อยอยู่ที่ใจ 
เกะกะรุงรังไปหมด
.
คราวนี้นี้รูปมันก็จะต้องมาปิดตาไว้ 
เสียงก็ปิดหูไว้ กลิ่นก็มาปิดรูจมูกไว้ 
รสก็มาปิดกั้นลิ้นไว้ สัมผัสก็มาปิดตัวไว้ 
ธรรมารมณ์มาปิดใจไว้
.
เมื่อทวารทั้งหกของเราถูกปิดตันไปหมด
ทุกช่องทุกทางเช่นนี้ คนนั้นก็จะต้องเป็นผู้มืด 
คือมืดด้วยอวิชชา คลำหาหนทางไม่พบ 
จะไปทางไหนก็ไปไม่รอด ตัวก็หนัก ใจก็มืด
.
คนนั้นก็ต้องหมดความสุข 
นอนที่ไหนก็ต้องยกมือก่ายหน้าผาก 
นั่งที่ไหนก็ต้องเอามือกอดเช่า 
หน้าตาก็ดำเกรียมไม่มีสง่าราศี 
นี่เรียกว่า เบียดเบียนตัวเอง 
ฆ่าตัวเอง และทำลายตัวเองให้เสื่อมจากความเจริญ

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

Image by jakk_wong from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา






 

หากตื่นแล้วจะมี "ปัญญาญาณ"


สังเกตตัวเอง
หากตื่นแล้วจะมี "ปัญญาญาณ" 
จากภายในคอยหล่อเลี้ยง..
ไม่ว่าจะไปพบเจอ ประสบสิ่งใด..
ปัญญาญาณจากภายใน
จะคอยเคลียร์พื้นที่ใจ ไม่ให้มีสิ่งใดตกค้าง..
จิตอยู่ในสภาพคงเดิมคือหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ..
ไม่หลุดไปจากฟากธรรมชาติแม้จะยังอาศัย
อยู่ในรูปของปุถุชน/นักบวชก็ตาม ..
แต่จิตกลับคืนสู่เดิมแท้ของธรรมชาติเสมอ

อิโตมิ จัง

Image by ArabicBrand from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ในที่สุดจะฉลาดจริง


คนฉลาดที่เจริญสติ
กระทั่งสติมีกำลังเกินอารมณ์
ในที่สุดจะฉลาดจริง
เพราะไม่มีอารมณ์ชนิดไหน
ทำให้หน้ามืดหุนหันพลันแล่นได้
ไม่เปิดโอกาสให้ฝากแผล
ไว้กับชีวิตแบบคนโง่ได้อีกเลย!

ดังตฤณ

Image by sanfengshan from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

สิ่งทั้งหลายล้วนเป็นเพียงสภาวะของจิต


สำหรับนักปฏิบัติแล้ว
ถ้าเราพร้อมที่จะเรียนรู้ 
ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นครูของเรา
ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลว
ความทรงจำอันสวยงามหรือไม่งาม
ที่ยังมีชีวิตอยู่หรือสิ้นไปแล้วก็ตาม

ทีนี้เราเรียนรู้อะไรล่ะ

เรียนรู้ว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวง
เหล่านี้ล้วนเป็นเพียงสภาวะของจิตเท่านั้น
เราปรุงแต่งขึ้นมาเองแล้วไปยึดเอาไว้…

เมื่อรู้แล้วก็ปล่อยวางไป
เรายอมให้ชีวิตเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ
และมองมันอยู่ ให้สิ่งที่เกิดจากปัจจัยปรุงแต่ง
นำเราไปสู่สภาวะที่ไม่มีการปรุงแต่ง

พระอาจารย์สุเมโธ

Image by adege from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา