ภาษาคนคือ ภาษาแห่งมนุษยธรรม


ภาษาคนคือ ภาษาแห่งมนุษยธรรม
ประกอบด้วยเมตตา ไม่ดูหมิ่นคน
ไม่ยกตนข่มใคร มีแต่ใจเอื้อเฟื้อ
กรุณาและปรานี
ไม่ใช้คำพูดที่ทำให้คนอื่นทุกข์ใจ
มันไม่เกี่ยวหรอกว่า
พูดเพราะหรือพูดหยาบคาย
แต่อยู่ที่ว่าพูดออกไปด้วยกระแสใจแบบใด

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

Image by lograstudio from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ไม่ต้องมีใครสอน เรารู้แก่ใจเอง


การที่เราไม่เข้าไปยึดถืออะไรสักอย่าง
ยอมปล่อยให้มันผ่านไปหมด
แสดงว่าเราได้พิจารณาแล้วว่า
ยึดถือไม่ได้
ไม่มีใครบังอาจสอนใครได้
ถ้าใจเราไม่วาง
ถ้าใจเราวางแล้ว
ไม่ต้องมีใครสอน เรารู้แก่ใจเอง

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

หนังสือสัจธรรม

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จุดเริ่มต้นของอิสรภาพ


จุดเริ่มต้นของอิสรภาพอยู่ที่การตระหนักรู้
ว่าคุณไม่ใช่ “ผู้คิด”
ณ ช่วงเวลาที่คุณเริ่มต้นดูผู้คิด
ระดับของสติที่สูงขึ้นจะถูกปลุก
แล้วคุณจะได้รู้ว่ายังมีอาณาจักร
แห่งปัญญาอันกว้างใหญ่นอกเหนือความคิด
ได้รู้ว่าความคิดเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ
ของปัญญานั้น
คุณจะได้ตระหนักรู้ด้วยว่า
สิ่งต่างๆ ที่มีความสำคัญจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นความงาม ความรัก
ความสร้างสรรค์ ความสุข
ความสงบภายใน
ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากภายในจิต
คุณจะเริ่มต้นตื่นรู้

เอคาร์ต ทอเลอ

“The beginning of freedom is the realization that you are not “the thinker.” 
The moment you start watching the thinker, 
a higher level of consciousness becomes activated. 
You then begin to realize that there is a vast realm of intelligence beyond thought, 
that thought is only a tiny aspect of that intelligence. 
You also realize that all the things that truly matter – beauty, love, creativity, 
joy, inner peace – arise from beyond the mind. You begin to awaken.”

- Eckhart Tolle

เพจ Vedic Vortex

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ได้เห็นเพชรในหัวคางคกแล้ว


คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันแต่เพียงว่า
ถ้าเรื่องความทุกข์
ต้องเป็นความตายของคนที่รัก
ต้องเป็นอุบัติเหตุใหญ่ๆ...
ก็ถูก ใช่ แต่ความทุกข์ใหญ่ๆ อย่างนั้น
มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน
และไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน
.
ความทุกข์ที่ทุกคนมีและทุกคน
เป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน นั่นก็คือ
ความอึดอัดขัดเคืองที่มันแน่นอยู่
ในใจของเราตลอดเวลา
หงุดหงิด โกรธ...
ทุกข์นี้ต่างหากที่เราควรจะศึกษาให้ชัดเจน
จนเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ในความลวง
จิตใจของเราก็จะได้ผ่อนคลาย
จากความยึดมั่นถือมั่น
.
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ความยึดมั่นถือมั่นในการมีตัวฉัน
เมื่อมีตัวฉันก็มีของฉัน
คำว่า “ของฉัน” นี่แหละ
ที่ทำให้เราเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา
.
เมื่อใดที่เราสามารถศึกษา
จนรู้จักความทุกข์ เข้าใจความทุกข์
มองเห็นลักษณะของความทุกข์แต่ละอย่างๆ
ที่เกิดขึ้นในใจแต่ละครั้ง
ว่าเป็นอย่างไร เกิดจากอะไร
เราก็สามารถจะจัดการแก้ไข
ให้เกิดความว่างขึ้นได้
เพราะได้เห็นเพชรในหัวคางคกแล้ว
.
คางคกเป็นสัตว์ที่ใครๆ
ก็ไม่อยากเข้าใกล้โดยเฉพาะผู้หญิง...
คางคกก็เหมือนกับความทุกข์
ที่ใครๆ ก็เกลียดกลัว
แต่ถ้าเราศึกษาความทุกข์
ก็เหมือนจับตัวคางคกมาพิจารณา
ดูมันให้ดีๆ ก็จะเห็นเพชร
ที่ฝังอยู่ในหัวของมัน
.
นั่นคือความจริงตามกฎของธรรมชาติ
ที่บอกให้เรารู้ว่า
ธรรมชาติที่แท้จริงมีความเปลี่ยนแปลง
อยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรคงที่
อย่ายึดมั่นถือมั่นกันนักเลย
ถ้ายึดมั่นถือมั่นก็จะพบแต่ความลวง
และจะต้องร้องไห้เกลือกกลิ้ง
อยู่กับความลวงนั้นตลอดไป
.
ถ้าเราศึกษาสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัว
คือความทุกข์ ให้ยิ่งๆ ขึ้น
ก็จะเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ในสิ่งลวง
และจะถอนใจออกจากมายาเสียได้
เมื่อนั้นความว่างก็เกิดขึ้น
คือการได้เพชรจากหัวคางคก
เราจะไม่ได้เพชรจากดอกกุหลาบ
หรือนางงามแสนสวย
แต่เราจะได้จากสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัว
จากสิ่งที่ใครๆ ชิงชังและวิ่งหนี
.
เราจะรู้ขึ้นว่า
เราจะรักไปทำไม เราจะโกรธไปทำไม
เกลียดไปทำไม กลัวไปทำไม
รักก็เช่นนั้นเอง โกรธก็เช่นนั้นเอง
เกลียดก็เช่นนั้นเอง กลัวก็เช่นนั้นเอง
ไม่มีอะไรพ้นไปจากความเปลี่ยนแปลง
มันจะต้องเป็นอย่างนี้ เช่นนี้
แล้วทำไมเรา ไม่ทำใจของเรา
ให้อยู่ตรงกลาง
ว่างจากการยึดมั่นถือมั่น
จิตนั้นจะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์
ได้ใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งตามที่ควรใช้...

อุบาสิกา คุณรัญจวน อินทรกำแหง

หนังสือ ประโยชน์ของเก้าอี้มีก็ต่อเมื่อมันว่าง

Image by BaNNanE007 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

“แค่รู้” นี่แหละคือหลักที่สำคัญที่สุด


ขันธ์มันก็ปรุงนั่นนี่ไปตามเรื่องตามราวของมัน 
แล้วจิตก็หดตัวเข้าไปควบรวมกับความปรุงแต่งนั้น 
(มองอีกมุมคือ ความปรุงแต่งหรือกิเลสมันครอบงำจิต) 
ทำให้เสียความรู้ตื่นเบิกบานไปชั่วคราว 
.
แต่ถ้ารู้ทันความปรุงแต่งได้ 
จิตก็ยังมีความรู้ตื่นเบิกบาน 
ไม่หดตัวไปรวมกับความปรุงแต่ง
.
ดูๆ ไป ที่ว่า กิเลสครอบงำจิต 
กลายเป็นจิตโง่ ไม่มีปัญญา 
จึงหดแคบลงไปอยู่ในกิเลส ที่ขันธ์มันปรุงขึ้นมา
กิเลสมันดึงดูดได้แต่จิตโง่ๆ เท่านั้น 
ถ้าขณะใดจิตมีปัญญา 
มันก็ดึงดูดจิตไม่ได้ จิตก็จะเป็นอิสระ
.
สังเกตดูก็เห็นว่า ก่อนจะเกิดกิเลส 
มันจะเกิดภาพในใจเป็นเรื่องราวขึ้น
หลังจากมีการกระทบอารมณ์ทางทวารต่างๆ 
แล้วกิเลสก็เกิด 
จิตที่เคยเบิกบาน ก็กลายเป็น
หดลงไปควบรวมคับแคบอยู่กับกิเลส
.
พุทธะ จึงได้แปลว่า รู้ ตื่น เบิกบาน 
ถ้าคับแคบก็ไม่ใช่พุทธะ 
“แค่รู้” นี่แหละคือหลักที่สำคัญที่สุด 
ถ้า”แค่รู้” ได้ ก็ไม่ถูกกิเลสครอบงำ 
ถึงที่สุดก็เหลือแค่อยู่กับ "รู้" 
อย่างที่หลวงปู่ดูลย์บอกว่า ท่านอยู่กับรู้เท่านั้น 
แต่เรามักจะไม่ใช่ ”แค่รู้ “
แต่ไปอยู่กับดิ้นรนทำนั่นนี่ 
เพื่อจะเอาชนะกิเลส

ที่มา : สนทนาธรรมตามกาล 
หลังไมค์กับอุบาสกสุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๕

เครดิต FB Boto Bow

Image by focusonpc from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ดู-ไม่ใช่คิดซ้ำ !


ดู-ไม่ใช่คิดซ้ำ !

สำหรับคนไม่มีสมาธิแล้วคิดจะพ้นจากวัฏฏะ
ให้ทำตามแนวของคนที่ไม่มีสมาธิ
มันมีความคิดมาก ให้ดูความคิด
ดูความคิด นี่คือ ไม่ใช่คิดต่อ ไม่ได้คิดซ้ำนะ!
ดูว่า เมื่อกี้เผลอคิด..
ดูบ่อยๆ

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

หนังสือฝากคิด ฝากคำ เล่ม 5

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

หลักปฏิบัติธรรม


หลักปฏิบัติธรรม

1. ให้รักษาศีลข้อเดียว คือรักษาใจให้ปกติ
2. อย่าส่งจิตออกนอก 
3. อยู่กับผู้รู้เสมอๆ 
4. หาใจให้เจอ (ใจ คือความเป็นกลาง) 

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

Image by LN_Photoart from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ความทุกข์และอุปสรรคสร้างคนเสมอ


ฉันตั้งจิตขอความแข็งแกร่ง
พระเจ้าก็ส่งความยากลำบากมาเพื่อให้ฉันแข็งแรง
ฉันตั้งจิตขอปัญญา
พระเจ้าก็ส่งปัญหามาให้ฉันเรียนรู้ที่จะแก้ไข
ฉันตั้งจิตขอความสำเร็จ
พระเจ้าก็มอบมันสมองและความแข็งแรงของร่างกายมาเพื่อให้ทำงาน
ฉันตั้งจิตขอความกล้าหาญ
พระเจ้าก็ส่งอันตรายมาให้เอาชนะ
ฉันตั้งจิตขอความรัก
พระเจ้าก็ส่งคนมาให้ฉันช่วยเหลือ
ฉันตั้งจิตขอความนิยมชมชอบ
พระเจ้าก็หยิบยื่นโอกาสมาให้ฉัน
ฉันไม่ได้อะไรเลยที่ฉันต้องการ
แต่ฉันกลับได้ทุกสิ่งที่จำเป็นต้องมี
- Hazrat Inayat Khan
I asked for strength,
and God gave me difficulties to make me strong.
I asked for wisdom,
and God gave me problems to learn to solve.
I asked for prosperity,
and God gave me a brain and brawn to work.
I asked for courage,
and God gave me dangers to overcome.
I asked for love,
and God gave me people to help.
I asked for favors,
and God gave me opportunities.
I received nothing I wanted.
I received everything I needed.

- Hazrat Inayat Khan
ภาพจากเพจ Yuumei

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

 

มีพลังเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้


น้ำใจไมตรีและความดีนั้น
มีพลังเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้
และเปลี่ยนภัยคุกคาม
ให้เป็นสะพานสานมิตรภาพได้ 
ใช่หรือไม่ว่าการกำจัดศัตรูที่ดีที่สุด
ก็คือการเปลี่ยนเขามาเป็นมิตรนั่นเอง 
นี้คือชัยชนะที่ให้ผลยั่งยืนกว่า
ชัยชนะที่มาจากกำลังที่เหนือกว่า

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

Image by FelixMittermeier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เราเรียกว่า...เป็นพระโสดาบัน


ภิกษุทั้งหลาย ! 
เมื่อใดเเล สาวกของพระอริยเจ้าในธรรมวินัยนี้
มารู้จักความก่อขึ้น  แห่งอุปาทานขันธ์ห้า
รู้จักความตั้งอยู่ไม่ได้  ของอุปาทานขันธ์ห้า
รู้จักรสอร่อย  ของอุปาทานขันธ์ห้า
รู้จักโทษอันร้ายกาจ  ของอุปาทานขันธ์ห้า
รู้จักอุบายที่ไปให้พ้น  อุปาทานขันธ์ห้า นี้เสีย
ตามที่ถูก  ที่จริง
เมื่อนั้นแหละ  สาวกของพระอริยเจ้า ผู้นั้น
เราเรียกว่า...เป็นพระโสดาบัน  
ผู้มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา
เที่ยงแท้ต่อพระนิพพาน  จักตรัสรู้ธรรมได้...
ใน...กาลเบื้องหน้า.
____________________________________________

(-บาลี  ขนฺธ.  สํ.  ๑๗/๑๙๖/๒๙๖.)

Image by FelixMittermeier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา