โทสะ และอกุศลจิต เป็นเหมือน...ปุ๋ยคอก


จิต...
เปรียบเหมือนกระจกเงา  มันสะท้อนภาพ
ผู้ฉลาดรู้ว่า...ภาพ มันก็สักแต่ว่าภาพ
ไม่ใช่  ตัวตน
ภาพ ไม่ทำอันตรายต่อกระจกเงาแต่ประการใด
กระจก  สะท้อนสภาวะที่โสโครกที่สุด
แต่...ตัวกระจกเอง  จะเปรอะเปื้อน ก็หาไม่  
และภาพนั้น...
ก็เปลี่ยนไป  ไม่เที่ยง
สิ่งโสโครก  
และโคลนตม  ก็มีบทบาทสำคัญเหมือนกัน 
โทสะ  และอกุศลจิต  เป็นเหมือน...ปุ๋ยคอก 
มันเหม็น  ไม่มี ใครอยากเข้าใกล้
แต่...มันให้อาหารแก่ต้นไม้ 
ทำให้เราได้ดอกไม้สวยๆ  งามๆ
ถ้าบุคคล...
สามารถพิจารณาดูปุ๋ยคอก 
และรู้เรื่องราวของมัน
แทนที่จะแสดงอาการรังเกียจแล้วละก็
บุคคลผู้นั้น...
ก็รู้...ถึงคุณค่า ของมัน

พระอาจารย์สุเมโธ

Image by DominikRh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

สิ่งใดที่เธอตระหนักรู้.. จะหายไป


สิ่งใดที่เธอผลักไส.. จะคงอยู่
สิ่งใดที่เธอตระหนักรู้.. จะหายไป
อะไรที่เราแค่รู้ ไม่ทำอะไรกับมัน
ไม่ว่ายินดียินร้าย.. เดี๋ยวมันก็จะหายไปเอง
แต่ถ้าเราไปสนใจมัน ไปพยายามบังคับมัน
ไปผลักไสมัน มันยิ่งดื้อรั้น มันยิ่งอยู่กับเรานานขึ้น

พระอาจารย์ไพศาล  วิสาโล

Image by DominikRh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ได้ชื่อว่าเป็น "พระอรหันต์"


"ผู้รู้" ผู้รู้เท่าเอาทัน 
คือไม่หวั่นไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 
รู้อะไรขึ้นมาก็เฉย 
เพราะมันเป็นภูมิปัญญาของจิต
ที่ฝึกอบรมอยู่แล้ว จิตจึงไม่หวั่นไหว 
ไม่ติดในสิ่งเหล่านั้น 
ในขณะนั้น เป็นจิตที่บริสุทธิ์สะอาด
ไม่มีตัณหา ไม่มีกิเลส ไม่มีอุปาทาน
จิตจึงมีปรากฏการณ์อย่างนั้น 
ถ้าหากว่าจิตของท่านผู้ใดเป็นอยู่อย่างนี้
ตลอดกาลไม่ผันแปร 
ก็ได้ชื่อว่าเป็น "พระอรหันต์" 

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ไม่ต้องไปทำอะไร มันก็ผ่านไปเอง


หัวเราะ นั้น...มีอยู่  (ชั่วคราว)
ทุกสภาวะอารมณ์ นั้น...มีอยู่  (ชั่วคราว)
ทุกข์นี้.....มีอยู่ (ชั่วคราว)
สุขนั้น...มีอยู่  (ชั่วคราว)
ไม่ต้องไปทำอะไร มันก็ผ่านไปเองๆ ทุกขณะๆ
ไม่...ต่อต้าน
ไม่...ตัดสิน
ไม่...ยึดติด
สามสิ่งนี้ทำให้ชีวิตตื่นรู้และอิสระอย่างแท้จริง
ยึดอะไรๆ มันก็ไม่ได้อยู่แล้ว ทุกสิ่งชั่วคราวๆ

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ปฏิบัติแล้วเราจะไม่ได้อะไรนะ


ปฏิบัติแล้วเราจะไม่ได้อะไรนะ 
ไม่มีใครเห็นธรรม ไม่มีใครบรรลุธรรม
มีแต่ธรรมชาติเขาเห็นกันเอง
จิตนี้ไม่มีอาการไม่มีเกิดไม่มีดับ
เราอย่าไปหลงอาการของกายใจ
ที่กำลังแสดงและปรุงแต่ง
จงรู้ซื่อๆ กับอาการที่เกิดขึ้นในกายใจของเรา
จะอาการที่กาย ใจจะฟุ้งจะสงบ
มันเป็นธรรมทั้งหมด

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

Image by Santhoshnatrajan from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เหมือนน้ำกับใบบัว


ไม่ใช่ให้เราหนีกิเลส
ไม่ใช่ให้กิเลสหนีเรา
แต่จงอยู่กับมันอย่างมีสติ
เหมือนน้ำกับใบบัว แม้อยู่ด้วยกัน
แต่น้ำไม่อาจซึมเข้าใบบัวได้

หลวงปู่ชา สุภัทโท

Image by focusonpc from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

เอาธรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริง



“ปฏิบัติธรรม” ก็คือ เอาธรรมมาปฏิบัติ 
เอามาใช้ดำเนินชีวิต ทำการทำงาน 
คือเอาธรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริงนั่นเอง…
แม้แต่ออกไปในท้องถนน ไปขับรถ 
ถ้าขับโดยรักษากฎจราจร ขับเรียบร้อยดีไม่ประมาท... 
หรือลึกเข้าไป แม้กระทั่งว่า 
ทำจิตใจให้สบาย ไม่เครียด 
มีความผ่องใสสบายใจในเวลาที่ขับรถนั้นได้ 
ก็เป็นการปฏิบัติธรรมในระดับต่างๆ

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
ที่มา : จากหนังสือ “ปฏิบัติธรรมให้ถูกทาง”

Image by Lee_seonghak from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การละเหตุแห่งทุกข์


สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์)  คือสิ่งที่ต้องละ   
ละอย่างไร
การไม่ให้ค่าไม่ให้ความหมายใดๆ
กับความหลงคิดหรือความคิดที่เกิดขึ้นเอง
ด้วยกลไกการทำงานของสัญญาขันธ์และสังขารขันธ์ 
นั่นแหละคือการละ 
ไม่ใช่ไปดับหรือตัดความคิด  
แต่ให้กลับมารู้สึกตัว

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by TheOtherKev from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ผู้ถึงกระแสพระนิพพาน


โสดาบัน มาจากคำว่า โสต + อาปนฺน
= โสตาปนฺน แปลว่า “ผู้ถึงกระแสพระนิพพาน”
ซึ่งคำว่าโสตนั้นก็หมายถึง
หู หรือการฟังนั่นเอง
ฟังสิ่งถูกจนเข้าใจความจริงของกายกับใจ
เข้าใจการทำงานของกายกับใจ
อันมีความหลงไม่รู้เป็นเหตุ
ทำให้เกิดระบบการเกิดทั้งระบบ
จึงรู้แจ้งอริยสัจ ๔ อย่างถ่องแท้
จนใช้อริยมรรคเพื่อทำลายสมุทัย
เหตุเกิดเป็น นั่นเอง
สภาวะระดับที่กล่าวมา จะละกิเลสได้
เพียงระดับความเข้าใจผิด เกิดความเข้าใจถูก
คือแจ้งในอริยสัจ ๔ จนทำให้วิถีชีวิต
ดำเนินไปตามทางของอริยมรรค
เพื่อทำลายกิเลสส่วนที่ ๒
คือระดับความติดข้องอาลัยอาวรณ์ต่อไป

ครูบาไตรภพ วัดป่าโคกเจริญธรรม

Image by yyryyr1030 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เป็นอย่างไรช่างเขา


ใจของเรา มันอยู่ตรงไหน 
ใจมันก็ไปอยู่ตรงนั้น
อย่าให้ใจมันไปลอยอยู่ในเสียงต่างๆ 
ให้มันตั้งมั่น ให้มันแน่วแน่
ความแก่ ไม่ต้องมีใครไปสอน ตายก็เหมือนกัน 
ธรรมชาติของเขาจะต้องเป็นอย่างนั้น
พระพุทธเจ้าท่านก็ปล่อยวางไปตามธรรมชาติ 
อย่าไปยับยั้ง
ตัวยับยั้งตัวนั้นแหละ คือตัวไม่ปรารถนา 
เป็นอย่างไรช่างเขา ช่างเขา ๆๆๆ 
ไม่ต้องไปสนใจ

หลวงปู่แบน ธนากโร

Image by KIMDAEJEUNG from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา