การมีดวงตาเห็นธรรม


หากเราเห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป รวมทั้งเปลี่ยนแปลง..
ในทุกสรรพสิ่งบ่อยๆ..
เราจะเกิดนิพพิทาญาณขึ้นมาเอง..
คือ เกิดความเบื่อหน่ายการเกิดตายเวียนว่าย..
ในภพชาติของความลุ่มหลงไปเอง..
และจะมีความปรารถนานิพพานอย่างแรงกล้าตามลำดับ

อิโตมิ จัง

Image by JoshuaWoroniecki from pixabay

อ่านฉบับเต็มที่


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ทำผิดในสิ่งที่ถูก


หากให้ทาน รักษาศีล และบำเพ็ญภาวนาแล้ว
กิเลสไม่ได้ลดลง ยังมีความยึดติด
ถือมั่นในตัวตนแน่นหนา 
ก็แสดงว่าทำผิดแล้ว 
หรือพูดให้ถูกต้องกว่านั้นก็คือ 
“ทำผิดในสิ่งที่ถูก” 
ความดีนั้นหากทำไม่ถูกวางใจไม่เป็น 
มันก็เป็นโทษแก่ตนเองได้ 
ท่านอาจารย์พุทธทาสจึงเตือนเสมอว่า 
ระวังอย่าให้ความดีกัดเจ้าของ

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

Image by JoshuaWoroniecki from pixabay 

อ่านฉบับเต็มได้ที่


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

กายสังขารนี้ดีมีประโยชน์


กายสังขารนี้ดีมีประโยชน์
ใช้เป็นโจทย์แก้ไขใจยึดหลง
ออกจากทุกข์กายใจให้จิตปลง
วางยึดหลงในกาย..ใจเบิกบาน

อาจารย์ปู่ เอกธาตุ

Image by Comfreak from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

มองไม่เห็นธรรม


ผู้มองเห็นว่าชีวิตทางโลกเป็นอุปสรรคต่อธรรม
มองไม่เห็นธรรมที่อยู่ในกิจวัตรประจำวัน
เขายังไม่รู้เลยว่า
ไม่มีกิจวัตรประจำวันใดๆ
อยู่นอกขอบเขตแห่งธรรม

ท่านโดเก็น

“Those who see worldly life as an obstacle to Dharma see no Dharma 
in everyday actions. 
They have not yet discovered that 
there are no everyday actions outside of Dharma.”

 Dōgen

Image by tekhnika from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อยู่กับสิ่งใดย่อมไม่เห็นสิ่งนั้น


เมื่อเราจมอยู่ในความรู้สึก (เวทนา) 
เราจะไม่เห็นความรู้สึกนั้น (เวทนา)
เมื่อเราจมอยู่ในความคิด (จิต) 
เราจะไม่เห็นความคิดนั้น (จิต)
เมื่อเราจมอยู่ในธัมมารมณ์ใด (ธรรม) 
เราจะไม่เห็นธัมมารมณ์นั้น (ธรรม)
เมื่อเราเพ่งหรือแนบไปในกายมากไป
เราจะไม่เห็นความเป็นทุกขังของกายที่แสดงตัวออกมา
ทำความรู้สึกตัวสบายๆ คลายๆ 
ใช้ตาในตาใจ สังเกตเห็นทุกอย่าง 
อย่างที่มันเป็น

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by Johnnys_pic from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ยอม ตามธรรมชาติที่มันเป็น


ยอม ตามธรรมชาติที่มันเป็น
ทุกอย่าง ทุกแห่ง ทุกข์ก็ไม่เกิด
ธรรมะอย่างนี้ปฏิบัติที่ไหนก็ได้
เวลาใดก็ได้ ใคร ๆ ก็ปฏิบัติได้
ปฏิบัติเมื่อไหร่ ที่ไหน ทุกข์ก็ไม่เกิด
เมื่อนั้น ที่นั่น... 

หลวงปู่ชา สุภัทโท

Image by KIMDAEJEUNG from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

สถานภาวนาที่เธอจะต้องฝึกฝน


หากเธอต้องการที่จะฝึกฝน
การปฏิบัติทางจิตวิญญาณ 
จงอย่าได้เที่ยวแสวงหาสถานภาวนาไกลๆ ที่ไหน 
การฝึกฝนทางจิตวิญญาณ
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่ เวลา หรือเทคนิคพิเศษใดๆ 
จงรู้ว่าร่างกายของเธอ ความคิดของเธอ 
และที่นี่ ขณะนี้นั่นแหละ
คือสถานภาวนาที่เธอจะต้องฝึกฝน

พระอาจารย์แดแฮง คึนซือนิม (พ.ศ.๒๔๗๐ - ๒๕๕๕)
ภิกษุณีแห่งพุทธศาสนานิกายซอน (เซ็น) ในเกาหลี

Photo by Aaron Burden on Unsplash 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ดูเหมือนโลกกำลังเล่นตลกกับเรา


ยิ่งยึดเป็นเจ้าของ 
ยิ่งกลับตกเป็นทาส
แต่เมื่อสละไป กลับได้มา
เมื่อไม่ยึดมั่นเป็นเจ้าของสิ่งใด 
สิ่งนั้นก็กลับมาเป็นของเรา
เมื่อคืนทุกอย่างให้โลก 
ทุกอย่างในโลกก็กลับเป็นของเรา
นี่คือความจริงที่…
ดูเหมือนโลกกำลังเล่นตลกกับเรา

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

Image by Jordan_Singh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ถ้าเราตั้งหลักที่จะรู้ตัวก็นับเป็นบุญกุศลยิ่ง


พระพุทธเจ้าทรงอุปมา
ให้เห็นความสำคัญ
ของการเจริญภาวนาได้อย่างเอก 
พระองค์ตรัสว่าการทำบุญสุนทาน 
การถวายสังฆทาน 
โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข
และพระอรหันต์มาหมดโลกนี้ 
แล้วเราถวายภัตตาหารจะได้บุญกุศลมาก
.
แต่เทียบไม่ได้กับ
การเจริญวิปัสสนาชั่วลัดนิ้วมือเดียว 
ถ้าเราตั้งหลักที่จะรู้ตัวก็นับเป็นบุญกุศลยิ่ง 
บุญชนิดที่เทียบไม่ได้กับ
การเลี้ยงพระ ก่อสร้างเจดีย์ สร้างวัด
เทียบกันไม่ได้กับการเจริญวิปัสสนา
. 
อาจารย์ยุคโบราณได้กล่าวไว้ว่า 
ผู้ใดที่เจริญวิปัสสนา
คือรู้ตัว ชั่วช้างสะบัดหู งูแลบลิ้น 
อานิสงส์นี้เหลือที่จะประมาณได้
.
แต่โดยทั่วไปแล้ว
ชาวพุทธไม่ค่อยตระหนัก
ถึงความจริงข้อนี้ 
ชอบกฐินทัวร์ ชอบเอิกเกริก  
ชอบจัดงานวัด งานบุญ 
เพื่อจะได้ลืมตัว เพื่อจะได้ไม่มีสติยิ่งขึ้น

ท่านเขมานันทะ

Image by Pezibear from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เพียงรู้สิ่งที่เกิดดับในปัจจุบัน


ไม่ต้องรีบร้อนจะเป็นพระอริยะหรอก
ไม่ต้องรีบร้อนจะไปรู้ธรรมชั้นลึกอะไร
สร้างเหตุแห่งปัจจุบัน ด้วยการมีสติ สัมปชัญญะ 
เอาเท่านี้ให้ได้ก่อน มีสติ สัมปชัญญะจริงๆ
มีจิตที่ตั้งมั่นจริงๆ ไม่ตั้งแช่ หรือรู้ลอยๆ เบาๆ
เมื่อสร้างเหตุ สร้างต้นทางสมควรแล้ว
ไม่หยุด ไม่ถอยในการภาวนา 
ไม่หลงไปกับความรู้เข้าใจที่เพิ่มขึ้น 
เพียงรู้สิ่งที่เกิดดับในปัจจุบัน 
เมื่อนั้น ผลอันควรแห่งอริยชน
จะปรากฏชัดกับใจเอง ไม่สงสัยจากส่วนลึกของใจ
ในคุณแห่งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์....

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

Image by fab_photos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา