ทาน ศีล ภาวนา


ทานเป็นเครื่องแสดงน้ำใจ 
เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น
โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ 
ศีลเป็นเครื่องปัดเป่าความคิดของผู้มีกิเลส 
ภาวนาอบรมใจให้ฉลาด
เที่ยงตรงต่อเหตุผลและความถูกต้อง

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

Image by kyasarin from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อะไรคือจิตเดิมแท้


อะไรคือจิตเดิมแท้….
• พระพุทธเจ้าเคยตรัสคำนี้ จิตประภัสสร หมายถึง จิตที่มีความงดงามและมีรัศมีอยู่ในตัวเองบริสุทธิ์
ท่านตะโม หรือ ตั๊กม้อ ต๋าโม๋ แล้วแต่จะเรียกก็เคยสอนและพูดบ่อยๆเช่นกัน
จิตประภัสสร หมายถึง จิตที่ไม่มีคู่อีกต่อไป ทั้งดี ทั้งชั่ว ทั้งบุญ ทั้งบาป 
และเป็นจิตที่มีความงดงามปราศจากทุกข์ทั้งปวง
.
• ในเรื่องนี้พระพุทธศาสนาทั้งในเถรวาทและมหายาน มีความตรงกัน กล่าวคือ
จิตเป็นสิ่งประภัสสร อยู่แต่เดิมแล้ว....
ไม่มีสิ่งใดมาครอบงำ เกลี้ยงเกลา หมดจด มีรัศมีส่องประกาย
ไม่มีคำว่าทุกข์ไม่มีคำว่าสุข
เป็นจิตเดิมๆ ที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ได้มาเป็นสมบัติตั้งแต่แรกเกิด
อย่างเท่าเทียมกันทุกคน
.
แต่ทว่าความหิว แม้จะหิวตั้งแต่แรกเกิด 
ความเจ็บปวด ปวดท้องตั้งแต่แรกเกิด เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามสภาวะแห่งอาการต่างๆ ตามมากดทับสิ่งงดงามอยู่แต่เดิมนั้นหรือจิตประภัสสรนั้นจนหมดสิ้นยิ่งโตขึ้นมามากเท่าไหร่
ยิ่งถูกกดทับมากขึ้นจากสิ่งอื่นๆ ด้วยที่เข้ามา
ยิ่งเรียนมากเท่าไหร่
ยิ่งถูกกดทับเพิ่มมากขึ้นไปอีกเท่านั้น
เราจึงไม่อาจที่จะได้เข้าใกล้สัมผัส
จิตเดิมแท้ ที่มีมาตั้งแต่เดิม ด้วยเหตุผลอย่างนี้เอง...
แต่ผู้ที่เข้าใจในสัจธรรมจะสามารถสัมผัสจิตเดิมแท้ได้อย่างแท้จริงโดยไม่ต้องทำอะไรเลย แม้แต่การเรียนคัมภีร์ แม้แต่การปฏิบัติแบบที่มีวิธีและพิธีรีตอง หรือแม้แต่การทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นเพียงเรื่องของบุญกุศล ดีหรือชั่ว ขาวหรือดำ แม้แต่เรื่องจิตสงบ ไม่สงบ ก็ไม่มีในจิตเดิมแท้

ท่านพุทธทาสภิกขุ
Credit : หนังสือเซ็นแบบพุทธทาส

Image by charloisporto from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เรามัวแต่หาที่ยึดเหนี่ยว


เราหาหรือพยายามหาที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวทางใจ
หรือ
อิสระ หมดภาระทางใจ 
ศาสนามีก็เพื่อปล่อยวาง 
ไม่ยึดติด ทุกข์น้อยลง หลุดพ้นจากทุกสิ่ง
แต่
เรามัวแต่หาที่ยึดเหนี่ยว 
จึงไม่หลุดพ้นจากสมมุติที่เธอสร้างขึ้น 
มันตรงข้ามกันเลย คนละเรื่องเลย

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by JessBaileyDesign from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ไม่ต้องไปยุ่ง หรือ ดับมัน


ขันธ์ห้าไม่ใช่อวิชชา ไม่ใช่นิพพาน
ไม่ต้องไปยุ่ง หรือ ดับมัน
ปล่อยให้ขันธ์ห้า เป็นอย่างที่มันเป็น
หรือ ปล่อยวาง
จึงเป็นผู้มีสัมมาทิฏฐิ

หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย

Image by Rattakarn_ from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ดูจิตนั้นแหละ คือ รู้ทันความรู้สึกของตัวเอง


คำว่าดูจิต ดูจิตนั้นแหละ 
คือ รู้ทันความรู้สึกของตัวเอง ...
ดูจิตไม่ได้ดูจิต 
มันเป็นแค่ภาษาเท่านั้นเอง 
ครูบาอาจารย์ท่านใช้มา 
ในความเป็นจริงที่ท่านสอน
ไม่ได้ดูตัวจิตหรอก 
ท่านดูความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับจิต 
เวลาจิตกระทบอารมณ์แล้วมีความรู้สึกเกิดขึ้น 
ทำไมดูที่ตัวความรู้สึก 
เพราะจิตไม่มีร่องรอยอะไรให้ดูได้เลย
เราดูความเปลี่ยนแปลงของจิตผ่านเจตสิก 
ผ่านสิ่งที่เกิดร่วมกับจิต

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

Image by theglassdesk from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ตั้งสติขึ้นมาดูแขก


ถ้าเราคลุกไปกับอารมณ์
จนกลายเป็นอันเดียวกันแล้ว
ก็ต้องพยายาม ตั้งสติขึ้นมาดูแขก
แขก ก็คืออารมณ์หรือเรื่องราวในจิตเรา
สติตรวจดู มีแขกมั้ย ?
มีแขกมั้ย ดู.. ดู.. ดู...
...
"ไอ้ตัวดู" ก็กลายเป็น "จิต" ไป
มันก็จะ แ ย ก ออกมาจาก แขก ได้
...
ถ้าฝึกไปเรื่อยๆ จะมีประโยชน์มาก
เราจะพัฒนา สามารถละหรือปล่อยวาง
อารมณ์ทั้งหลายได้
ไม่เอาเรื่องราวความทุกข์ต่างๆ  
มาบีบคั้นจิตใจตัวเอง

พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

Image by Myriams-Fotos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เราจะเห็นว่าเรามีทุกๆ สิ่งอยู่แล้ว


ตามหลักพุทธศาสนา 
ผู้คนล้วนบริสุทธ์มาแต่แรกเดิม 
ทว่าเราได้ถูกทำให้ตกอยู่ในสภาวะ
อันนำไปสู่ความหลง 
อย่างไรก็ตาม ในทันทีที่เรา
ทำให้ตนเองเป็นอิสระ
จากความยึดติดและความนึกคิด 
เราก็สามารถที่จะกลับมาสู่ความบริสุทธิ์
และความดีงามซึ่งเป็นสภาวะ
ของความอิสระหลุดพ้นโดยสมบูรณ์อีกครั้ง
.
ดังนั้นการปฎิบัติในพุทธศาสนา
ไม่ใช่กระบวนการที่จะได้บางสิ่งบางอย่างมา 
และไม่ใช่การที่จะกลายเป็นบางสิ่งบางอย่าง 
แต่มันคือกระบวนการแห่งการทำใจของตนเองให้ว่าง 
และการคืนสู่สภาวะเดิมแท้ของความบริสุทธิ์ 
ทันทีที่เราทำใจของเราให้ว่าง
เราจะเห็นว่าเรามีทุกๆ สิ่งอยู่แล้ว 
หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ 
เพราะเราเป็นผู้เดินตามมรรคา 
ดังนั้นเองเราจึงคืนสู่ความบริสุทธิ์เดิมแท้ของจิต
.
พระอาจารย์พอบจอง (พ.ศ. ๒๔๗๔-๒๕๕๓) 
แห่งพุทธศาสนานิกายซอน (เซ็น) ในเกาหลี 
เพจ Zen Smile Zen Wisdom

Image by Myriams-Fotos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ไม่ใช่ทำใจให้นิ่งๆ

ทุกความรู้สึกที่มันแสดงออกมา
มันสอนธรรมะอันเดียวกัน
คือมันเป็นของมาแล้วไป
เกิดแล้วดับ บังคับไม่ได้ทั้งสิ้น
ธรรมะมันอยู่ตรงนี้
ไม่ใช่ทำใจให้นิ่งๆ

อ.ประสาน พุทธกุลสมศิริ

Image by photo-graphe from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การรู้ทันและแก้ไข คือตัวปัญญา


กรรมมาจากยึด
ยึดมาจากอยาก
อยากมาจากเพลิน
เพลินมาจากเผลอ
เราระวังความเพลินความเผลอ
ก็ไม่ไปสร้างกรรม
เราห้ามไม่ได้ แต่ให้รู้ทัน
ยุงไปห้ามไม่ให้มันมาเกาะไม่ได้
เรารู้ทัน ก็ป้องกัน
ขโมยตามหมู่บ้านต่างๆ
เราห้ามไม่ได้ แต่รู้ทันได้
โรคภัยไข้เจ็บ เราห้ามไม่ได้
แต่เรารู้ทัน แก้ไขป้องกันมันก็ไม่เกิด
ความคิดและอารมณ์ต่างๆ
ห้ามไม่ได้ แต่รู้ทันและแก้ไขได้
ความเจ็บปวดของร่างกาย
ขณะที่เรายืน เดิน นั่ง นอน ห้ามไมได้
แต่เรารู้ทันและแก้ไขได้
การรู้ทันและแก้ไข คือตัวปัญญา
คนจะล่วงทุกข์ได้ด้วยปัญญา
ถึงที่สุดได้ด้วยความเพียร

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท
 
Image by photo-graphe from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ถ้าเธอไม่ตระหนักเห็นความคิด


ถ้าเธอไม่ตระหนักเห็นความคิด
ในทันทีที่มันเกิดขึ้น
มันย่อมจะยืดยาวออกไป
นี่เรียกว่า "ห่วงโซ่แห่งความหลง"
คือเหตุแห่งสังสาร
เพียงการตระหนักเห็นในขณะที่มันเกิดขึ้น
จะหยุดการไหลเนื่องของมัน
จงละวางความคิดทั้งหลาย
ไว้ในการตระหนักรู้นี้

ท่านดุดจม รินโปเช

Image by ignartonosbg from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา