ตัณหาย่อมดับไป


ตัณหา จะเกิด ก็ด้วยความไม่รู้
ความจริงในขันธ์ห้า
..ปล่อยอุปาทานขันธ์แล้ว
ตัณหาย่อมดับไป 
เพราะไม่มีที่อาศัย 
เปรียบเหมือนหนองน้ำที่แห้งลงเป็นลำดับ
จนแห้งสนิท..ปลาย่อมอาศัยอยู่ไม่ได้

พระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต

Photo by Ravi N Jha on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

นี่เรียกว่าอันธพาล


พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า
“บุคคลอ่อนแอ ผู้เป็นอันธพาล
มักสำคัญว่าลูกของเรา
เมียของเรา สามีของเรา
ทรัพย์สมบัติของเรา”
นี่เรียกว่าอันธพาล
คนทั้งหลายสำคัญมั่นหมาย
สิ่งที่ไม่ใช่ของตัวว่าเป็นของตัว
เพราะแม้กระทั่ง "ตัวของตัวเอง" ก็ยังไม่ใช่เลย
คนอื่นจะมีได้อย่างไร

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

Image by Pexels from pixabay

***********************************

หมายเหตุ : “อันธพาล” ในภาษาไทยมักใช้ในความหมายว่า คนชั่วร้าย, คนเกเร พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายไว้สั้นๆ ว่า “คนเกะกะระราน”
.
แต่ “อนฺธพาล” ในภาษาบาลีหมายถึงคนคิดผิด คือไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก ไม่มีความสามารถที่จะคิดและที่จะกระทำให้ถูกต้องได้
.
คนเรานั้นเกี่ยวข้องกันตามวาระกรรม หากสิ้นภพชาตินี้ ต่อไป ก็จะไปเป็นบุตร ธิดา สามี ภรรยา ฯลฯ ของคนอื่นต่อไป ดังนั้น จึงไม่มีใครที่เป็นอะไรกับใครจริงๆ ทุกความสัมพันธ์ก็แค่ชั่วคราว หากเข้าใจได้ดังนี้ ก็จะลดความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในกันและกัน ลดความคาดหวังในกันและกัน และที่สุดก็ลดความทุกข์ ไปจนถึงสิ้นทุกข์เพราะ "ผูกพัน" ลงได้


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เหมือนม้าที่สารถีควบคุมได้


ยสฺสินฺทริยานิ สมถงฺคตานิ
อสฺสา ยถา สารถินา สุทนฺตา
ปหีนมานสฺส อนาสวสฺส
เทวาปิ ตสฺส ปิหยนฺติ ตาทิโน

ท่านผู้ใดควบคุมอินทรีย์คือ 
ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย, ใจ ได้ 
เหมือนม้าที่สารถีควบคุมได้อย่างดี 
ท่านผู้นี้หมดความไว้ตัว หมดกิเลส มั่นคง 
ย่อมเป็นที่โปรดปราน แม้กระทั่งของเทวดาทั้งหลาย 

He whose senses are subdued, 
Like steeds well-trained by a charioteer; 
He who is free from pride and corruption- 
Such a steadfast one even the gods hold dear. 

พุทธพจน์

Image by jplenio from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

"ความคิด"..มีราคาที่ต้องจ่าย


"ความคิด"..มีราคาที่ต้องจ่าย..
..หากรู้ไม่เท่าทัน..เธอจะขาดทุนอยู่เสมอ..
..หากใช้มันเป็น..เธอจะได้กำไรมหาศาล..

อาจารย์ปู่ เอกธาตุ

Photo by Nick Fewings on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เหยื่อที่ล่อให้ติดกับดักความทุกข์


เหยื่อที่ล่อให้ติดกับดักความทุกข์

รูป เสียง กลิ่น รส และสิ่งสัมผัส 
อันยั่วยวนใจนั่นแหละ
พระพุทธองค์ตรัสเรียกว่า 
“โลกามิส - เหยื่อของโลก” 
ผู้ไม่กำหนดรู้โทษของเหยื่อเหล่านี้ 
เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างตะกละตะกลามลุ่มหลง
ผูกพันย่อมถูกเบ็ด คือ ความทุกข์
เกี่ยวเอาจนไม่อาจดิ้นให้หลุด
เพื่ออิสรภาพของตนได้ 
ต่อแต่นั้นก็หยั่งลงสู่ทุกข์ (ทุกฺโขติณฺณา) 
มีทุกข์ดักอยู่เบื้องหน้า (ทุกฺขปเรตา) 
คร่ำครวญอยู่ว่าทำอย่างไรหนอ
เราจักพ้นทุกข์นี้ได้
ผู้สละโลก คือท่านผู้สละเหยื่อของโลก 
ไม่ติดเหยื่อของโลก
เป็นผู้อันโลกจะครอบงำย่ำยีมิได้ 
ย่อมเที่ยวไปในโลกได้อย่างเสรี
เหมือนเนื้อที่ไม่ติดบ่วงของพรานไพร.... 

อ.วศิน อินทสระ

Image by Lee_seonghak from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การเห็นแจ้งธรรมะ คือ ...


การรู้ เรียนรู้ธรรมะ คือ 
การฝึกมองดูสิ่งที่มีเป็นธรรมดา
การเห็นแจ้งธรรมะ คือ 
การเห็นแจ้งต่อสิ่งที่มีเป็นธรรมดา
มิใช่การที่ไปเรียนรู้อะไรที่เหนือธรรมชาติ 
อิทธิปาฏิหารย์ที่ไม่มีเป็นธรรมดา 
แล้วจึงค่อยเข้าไปเห็นแจ้งธรรมะ

การเดินทาง แห่งจิตวิญญาณ

Photo by J Lee on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การภาวนาทำได้ยาก


บางครั้งบางคนบอกว่า
การภาวนาทำได้ยาก
เพราะเขามัวแต่คิดจะ
ทำ ให้ได้อะไรซักอย่าง
แทนที่จะ รู้ เห็นตามจริง
จนจิตไม่เอาอะไรซักอย่าง

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

Image by nyochi from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จัดเป็น "สังขารธรรม" อย่างหนึ่ง


จงอย่าไปเข้าใจผิดว่า
ผู้ที่เข้าถึง "อัปปนาสมาธิ"
จนจิตได้ "ฌาน" คือ ผู้บรรลุธรรมพ้นทุกข์
เพราะนั่นเป็นเพียง
ความสงบของจิตที่ละเอียดยิ่งนัก
แต่มันก็จัดเป็น "สังขารธรรม" อย่างหนึ่ง
และตกอยู่ภายใต้กฏแห่งไตรลักษณ์
คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
หรือมันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
เป็นธรรมดาของมันเช่นนั้น

อ.ทวีศักดิ์ คุรุจิตธรรม

Photo by Carl Newton on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

นี้แหละ คือ พุทธะ

ปรัชญา คือ ความรู้แจ้ง 
ความรู้แจ้ง คือ จิต 
เป็นต้นกำเนิดดั้งเดิม 
ซึ่งปราศจากรูป
การศึกษา เรื่อง “ทาง”ทางโน้น
ด้วยปรารถนาจะเป็นพุทธะนั้น
ไม่ต้องศึกษาคำสอนใดๆ ทั้งหมด
จงเรียนแต่เพียงว่า
ทำอย่างไรจึงจะเว้นขาด
จากการแสวงหา
หรือการผูกพันตัวเอง 
ต่อสิ่งทุกสิ่งเท่านั้น
เมื่อไม่มีอะไรถูกแสวงหา
ข้อนี้ หมายความว่า “จิตไม่เกิด”
เมื่อไม่มีการยึดมั่นถือมั่นอยู่
ข้อนี้ หมายความว่า “จิตไม่ถูกทำลาย”
สิ่งซึ่งไม่เกิดและไม่ถูกทำลาย
นี้แหละ คือ พุทธะ

ท่านเว่ยหล่าง

Image by liaoyiye from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



เมื่อไร้การยึดมั่น


ในขณะที่ขันธ์ ๕ ปรากฏ
เห็นลักษณะเกิด – ดับ ในกายไม่ใช่เรา
เห็นลักษณะเกิด – ดับ ในเวทนาไม่ใช่เรา
เห็นลักษณะเกิด – ดับ ในความจำ ไม่ใช่เรา
เห็นลักษณะเกิด – ดับ ในความคิดไม่ใช่เรา
เห็นลักษณะเกิด – ดับ ในการรับรู้ไม่ใช่เรา
เป็นเพียงเหตุปัจจัย
ในโลกชั่วขณะ
เห็นเป็นเพียง
สภาวธรรม “นั่นไม่ใช่เรา”
เมื่อไร้การยึดมั่น
ย่อมปลอดภัยในทุกสถานการณ์

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

Image by Leolo212 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา