พยาธิทุกข์


พยาธิทุกข์..อย่าไปรังเกียจ
ของดี ของพระอริยเจ้าเชียวนะ 
ไม่มีพยาธิทุกข์ ชาติทุกข์ ชราทุกข์ 
พระนิพพานก็ไม่มีเสียแล้ว 
นี้แหละเป็นเครื่องปรับกัน 
ชาติทุกข์ ชราทุกข์ มรณาทุกข์ 
นี่เป็น “มรรค” นะ 
พิจารณาให้เห็นความตายของเราทุกคืน 
อย่ามัวเมาเรื่อง โลภะ โทสะ โมหะ 
ให้ระลึกถึงตัว มีวิหารธรรม 
เหมือนว่าฝากเงินไว้กับธนาคารนะ 
เมื่อเวลาอับจนจะได้เบิกเอามาใช้

หลวงปู่หลุย จันทสาโร

Image by Buhaan_ from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เราไม่มีหน้าที่ไปฝืนความจริงของธรรมชาติ


ความสงบอันแท้จริง
หรือความพ้นทุกข์อันแท้จริง 
ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการหนีโลก หนีความวุ่นวาย 
แต่มันคือการเข้าใจความจริงของชีวิตว่า 
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น 
ตั้งอยู่และดับไปเป็นปกติธรรมดา 
ธรรมชาติของมันเองอยู่อย่างนั้น
. 
เราท่านทั้งหมดทั้งมวลอาศัย
อยู่ท่ามกลางธรรมชาตินี้ 
เราไม่มีหน้าที่ไปฝืนความจริงของธรรมชาติ 
แต่กลมกลืน เรียบไร้ 
เป็นเนื้อเดียวไปกับธรรมชาตินี้
. 
ส่วนความพ้นทุกข์ก็ไม่จำเป็นต้องไปปรุงแต่ง
วิธีการหลอกตัวเองแบบไหนอีก 
แค่เลิกเข้าไปทุกข์กับมัน 
แค่เลิกเข้าไปทุกข์กับการใช้ชีวิต 
การกิน การอยู่ การทำงาน 
การอาศัย การหลับนอน
. 
แค่เลิกเข้าไปทุกข์กับการเกิด 
การแก่ การเจ็บและการตาย 
แค่เลิกเข้าไปทุกข์กับสิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้ยิน 
สิ่งที่ได้รู้ สิ่งที่ได้รู้สึก และสิ่งที่ได้สัมผัส..
มันก็จะพ้นทุกข์ปัจจุบัน
ไปได้ทุกขณะ ทุกขณะ 
โดยตัวมันเอง แค่นี้เอง 
แค่นี้เอง นี่คือการวางอันแท้จริงแล้ว 

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by mkupiec7 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ผู้มีสคิ กำลังจะตาย ไม่ไปอบาย


จากหนังสือ เพียงแค่...รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


แล้วความสงบจะเข้าถึงใจเราเอง


การสร้างสภาวะทำให้เราเหนื่อย 
เรา"แค่รู้"ของจริงที่มันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า 
"ปฎิบัติเหมือนไม่ได้ปฎิบัติ" 
.
แต่เรากลับไปปฎิบัติเพราะอยากได้ 
แต่มันก็ไม่ได้อะไรเลย 
แม้แต่ความสงบของลม "เราก็ไปคิดถึงความสงบ" 
.
ความคิดและความอยาก  คิดเท่าไหร่ก็ไม่สงบ 
พอหยุดอยาก มันสงบเลย 
.
ดังนั้นความสงบมันต้องอยู่กับความจริง และนิ่ง 
นิ่งจากการปรุงแต่ง นิ่งจากตัวตัณหา 
และอยู่กับความเป็นกลางตามธรรมชาติ  
แล้วความสงบจะเข้าถึงใจเราเอง 
เพราะเรารู้จักวางใจเป็น 

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

Image by St33lv0ll from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ผู้มีสติย่อมไม่ปล่อยใจไปเป็น “ผู้ทุกข์”


แม้ความทุกข์จะจรเข้ามา
แต่ผู้มีสติย่อมไม่ปล่อยใจไปเป็น “ผู้ทุกข์”
หากเป็นเพียง “ผู้เห็นความทุกข์”
ผู้มีสติย่อมไม่ตีอกชกหัว
เพราะเข้าใจไปว่าตน “มีทุกข์” เหลือประมาณ
หากเห็นความทุกข์นั้นเป็นเพียงอาคันตุกะ
ที่จรเข้ามา หากไม่เอาตัวตน
เข้าไปแบกรับและปรุงแต่งต่อเติม
มันย่อมจางหายไปในที่สุด

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

Image by St33lv0ll from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ความรู้แจ้ง หลุดพ้น จะบังเกิดขึ้นได้



ความรู้แจ้ง หลุดพ้น
จะบังเกิดขึ้นได้ 
ก็ต่อเมื่อเราสามารถ
ปรารถนาดีต่อผู้อื่น
ได้เท่าๆ กับที่เราปรารถนาดีต่อตนเอง 
และละวางตัวเอง
ได้เท่าๆ กับที่เราละเลยผู้อื่นอยู่
ซึ่งหากทำได้เช่นนั้น
แม้ว่าเราจะยังคงท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏ
เราก็จะเป็นอิสระต่อความทุกข์ยากทั้งหลาย

พระอาจารย์ชยธมฺโมภิกขุ

หนังสือคู่มือฝึกจิต หน้า 20

Image by Daw8ID from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ความสงบที่เกิดจากปัญญา ไม่ใช่ความสุข


ความสงบนี้มี ๒ ประการ คือ 
ความสงบอย่างหยาบอย่างหนึ่ง 
และความสงบอย่างละเอียดอีกอย่างหนึ่ง 
อย่างหยาบนั่นคือเกิดจากสมาธิ
ที่เมื่อสงบแล้วก็มีความสุข 
แล้วถือเอาความสุขเป็นความสงบ 
.
อีกอย่างหนึ่งคือ 
ความสงบที่เกิดจากปัญญา 
นี้ไม่ได้ถือเอาความสุขเป็นความสงบ 
แต่ถือเอาจิตที่รู้จัก
พิจารณาสุขทุกข์เป็นความสงบ 
เพราะว่าความสุขทุกข์นี้
เป็นภพเป็นชาติเป็นอุปาทาน 
จะไม่พ้นจากวัฏสงสารเพราะติดสุขติดทุกข์ 
.
ความสุขจึงไม่ใช่ความสงบ 
ความสงบจึงไม่ใช่ความสุข
ฉะนั้น ความสงบที่เกิดจากปัญญา
นั้นจึงไม่ใช่ความสุข แต่เป็นความรู้เห็น
ตามความเป็นจริงของความสุขความทุกข์ 
แล้วไม่มีอุปาทานมั่นหมาย
ในสุขทุกข์ที่มันเกิดขึ้นมา 
ทำจิตให้เหนือสุขเหนือทุกข์นั้น 
ท่านจึงเรียกว่าเป็น
เป้าหมายของพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

หลวงปู่ชา สุภัทโท


Image by elvina1332 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ต้อนรับความไม่สำเร็จ


ถ้าต้อนรับความไม่สำเร็จ 
อย่างถูกต้อง
มันจะมอบความรู้ 
ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ 
ถึงที่สุดในกาลข้างหน้า 
จนกลายเป็นผู้ทำอะไร สำเร็จไปหมด

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by marcelkessler from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


มีแต่ตัว "ไม่รู้" ที่ทำงานตลอด


ตั้งสติให้เป็นนะ อย่าประมาทนะ 
เท้ากระทบพื้นอยู่ รู้สึก
กระพริบตาอยู่ ก็รู้สึก 
รู้ไป เพื่ออะไร? 
ให้ตัวรู้มันมีที่อยู่ 
เวลาตัว "ไม่รู้" ทำงานจะได้เห็น.. 
คนส่วนใหญ่ไม่มีตัวรู้ที่อาศัยอยู่ตรงนี้เลย 
มีแต่ตัว "ไม่รู้" ที่ทำงานตลอด 
เช่นไม่รู้แล้วก็เผลอคิดไปเรื่อยๆ..
เผลอคิดว่าเขาว่าเราแล้วก็ทุกข์ใจ 
และก็คิดว่าเขาเป็นคนทำให้เราทุกข์ 
จริงๆ แล้วความไม่รู้นะ
ที่เผลอคิดเข้ามามันทำให้ทุกข์ต่างหาก

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

Image by Photorama from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



นี่ล่ะบูชาพระพุทธเจ้าสูงสุดเลย


จิต เป็นนามธรรม 
อย่าหลงว่ามันเป็นเรา 
มันเป็นแค่นามธรรม 
คำว่านามธรรมคือ 
ไม่มีตัวตนตั้งแต่แรกแล้ว
. 
มันเป็นธรรมชาติอันหนึ่ง 
เป็นธรรมชาติที่นึกคิด
ปรุงแต่งอารมณ์ได้ รู้อารมณ์ได้
.
แต่จิตนี่เราสามารถฝึกให้เกิดปัญญา
คือรู้ความจริงรู้สิ่งทั้งหลายแล้วก็ปล่อยวาง
.
จิตสุดท้ายจะรู้ว่าทุกอย่างต้องวางหมด
ต้องปล่อยหมด แม้กระทั่งตัวจิตเอง
จิตต้องวางจิตได้ด้วย จิตต้องทิ้งจิตได้ด้วย 
จิตต้องไม่หลงยึดจิตเอาไว้
.
ยึดอะไรไม่ได้เลย
แม้ผลของการปฏิบัติ 
ก็สักแต่ว่าสภาวะ อะไรเกิดขึ้น 
ก็ไม่ไปยินดียินร้าย
มันจะชัดไม่ชัด รู้-เห็น ไม่รู้ ไม่เห็น
ก็ไม่ยินดียินร้าย ไม่ต้องเอาอะไร
.
ให้ปล่อยวางอย่างเดียวพอ
ทำเหมือนไม่เอาอะไร
.
นี่ล่ะบูชาพระพุทธเจ้าสูงสุดเลย
ก็คือเอาธรรมะ
ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เข้ามาในจิตเรา
โดยเฉพาะเนื้อหาของความเป็นพุทธภาวะ 
ก็คือการที่จิตไม่ยึดติดข้องอะไร

พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

Image by sipa from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา