สติปัฏฐาน ๔ นี้ เกิดขึ้นแล้ว เป็นเหตุให้ปัญญาเกิดขึ้น


สติปัฏฐาน ๔ นี้ เกิดขึ้นแล้ว
เป็นเหตุให้ปัญญาเกิดขึ้น
ให้รู้ว่ากายไม่ใช่ตน ๑
ให้รู้ว่าเวทนาไม่ใช่ตน ๑
ให้รู้ว่าจิต อันได้แก่
ความที่จิตมีความยินดี หรือไม่ยินดีในกามารมณ์ 
ก็เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ตน ๑
ให้รู้ว่าธรรมทั้งหลายไม่ใช่ตน ๑
เมื่อรู้ว่าทั้ง ๔ อย่างนี้ ไม่ใช่จิตไม่ใช่ตน
ก็เป็นพื้นฐานให้วิปัสสนาปัญญาเกิดขึ้น และ
ได้บรรลุอริยมรรค อริยผล พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้

หลวงปู่เจือ สุภโร

Image by DeltaWorks on Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



เนกขัมมะ คือการกลับเข้ามาดูภายในแห่งตน


คำว่า " เนกขัมมะ "
นั้นคนทั่วไปมักแปลว่าหมายถึง
การออกบวช การใส่ชุดขาว การไปนั่งสมาธิ
จริงๆ แล้ว ภาวะเนกขัมมะ
คือการกลับเข้ามาดูภายในแห่งตน
แล้วเกิดความเข้าใจจนรู้จักปล่อยวาง
ปลีกตนออกจากสิ่งที่เคยยึดติด คืออุปาทาน
เพราะถ้าเรารู้จักตนเองอย่างถึงที่สุดแล้ว 
เราจะเป็นอิสระจากความรักและความชัง
การบวชจึงไม่ใช่การเปลี่ยน
รูปลักษณะภายนอกมาสู่ผู้ทรงศีล
การบวช จึงมิใช่การทิ้งบ้านเรือน ไปสู่ป่า
เนกขัมมะ คือภาวะที่หลุดพ้น
จากสิ่งล่อลวงมายา และความยินดีในโลก
.....การเป็นนักบวช
จึงมิใช่เครื่องแบบ และสถานที่อาศัย
.....การเป็นนักบวช อยู่ที่ใจ
และวันใดที่ท่านก้าวพ้น ทั้งจาก
"ผู้ทุศีลและผู้ทรงศีล" ไม่ติดข้องทั้งสองฝั่ง
ท่านจะพบความสว่างแห่งปัญญาอย่างแท้จริง

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Cr. Fb.จันทร์โสภา ณ.เชียงใหม่
Image by Laurette57 on Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ถ้าจิตได้เห็นกายว่า เป็นเพียงธาตุเพียงขันธ์


ถ้าลงจิตได้เห็นกายว่า
เป็นเพียงธาตุเพียงขันธ์และ
เป็นไตรลักษณ์ล้วนๆ จริงๆ ด้วยปัญญาแล้ว 
กิเลสอุปาทานทั้งหลาย
แม้จะเคยตั้งรากฐานบ้านเรือนลงในใจอย่างลึกสุดลึก 
ก็ทนอยู่ไม่ได้ จำต้องถูกถอนรากถอนโคนขึ้นมา
โดยไม่เหลือแม้ปรมาณูเลย 
จิตที่เคยถูกกดถ่วงด้วยอำนาจกิเลสตัณหา
จนกระดิกตัวไม่ขึ้น 
ก็จะดีดกระเด็นขึ้นมาอย่างฉับพลัน 
ยิ่งกว่าผู้ต้องหาพ้นโทษโดดออกจากเรือนจำเสียอีก

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by Pezibear on Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


มารที่ร้ายกาจที่สุดคือการปรุงแต่ง


มารที่จะเป็นอุปสรรคให้เราหลงทาง คือการปรุงแต่ง 
หลักคำสอนในศาสนาพุทธ มารไม่ใช่ยักษ์ที่ไหน 
มารที่ร้ายกาจที่สุดคือการปรุงแต่ง 
เราเรียกอภิสังขารมาร 
การปรุงแต่งนี้มันถูกกระตุ้นเร้าจากสิ่งภายนอก 
เพราะทุกคนมีตา มีหู มีจมูก มีลิ้น มีกาย มีใจ 
ที่จะรับผัสสะทั้งหลาย ถ้าผัสสะอันนั้นขาดปัญญา 
ก็จะกลายเป็นปัญหา 
แต่ถ้าผัสสะนั้นมีสติ มันจะเกิดปัญญาที่งอกงาม

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส


Image by padrinan on Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



เพียงแค่รู้ ความโกรธจึงดับ


จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


รู้ความเป็นอนัตตาของธรรมทั้งปวง เรียกว่า มีสัมมาทิฏฐิ



“อัตตา” ไม่มีอยู่จริง ที่กล่าวว่า “ตน”
ก็เป็นเพียงคำที่สมมติกันขึ้น
เพื่อให้สะดวกในการสื่อสารกันในหมู่มนุษย์
ปัญหามันเกิดขึ้นก็ตรงที่
พอสมมติกันแล้วก็หลงยึดถือ
ว่ามีตัวตนจริงๆ เรียกว่า "หลงสมมติ"
อัตตาไม่ใช่กิเลส ไม่ต้องละอัตตา
เพราะอัตตาไม่มีอยู่จริง
สิ่งที่จะต้องทำก็คือ รู้เท่าทัน
ตามความเป็นจริงว่าไม่มีอัตตา นั่นคือ
มีปัญญารู้ความเป็นอนัตตาของธรรมทั้งปวง
เมื่อรู้อย่างนี้ก็เรียกว่า มีสัมมาทิฏฐิ

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



บาปหนักที่สุดในโลก คือการไม่รู้ความคิดตัวเอง


บาปหนักที่สุดในโลก คือการไม่รู้ความคิดตัวเองนี่แหละ
จิตใจมันคิดแว๊บออกไป เราไม่รู้ไม่เห็นไม่เข้าใจ
การไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่เข้าใจนั่นแหละ มันเป็นบาปแล้ว
ทำไมจึงว่าเป็นบาป บาปเพราะมันดีใจเสียใจไปตามอำนาจความคิด
..เมื่อมันคิดปุ๊บ รู้ทันที การรู้การเห็นอันนี้
ท่านเรียกว่ากุศล หรือ ฉลาด หรือปัญญา..

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ถ้าเราแก้ใจได้ ปัญหาก็ไม่มี


ปัญหาของคนเรา มันก็อยู่ที่ใจนั่นแหละ
ปัญหาทุกอย่าง ถ้าเราแก้ใจได้ ปัญหาก็ไม่มี
ถึงมันจะมีปัญหา ก็เหมือนไม่มีปัญหา.. 
แม้แต่ความทุกข์ที่ร่างกาย ความป่วย ความเจ็บ 
ถ้าเราฝึกจิตให้วาง ถึงมีป่วย มีเจ็บ 
มันก็เหมือนไม่มีปัญหา 
เพราะจิตมันไม่ทุกข์เสียอย่าง 
เมื่อจิตมันปลง มันวาง 
มันไม่ยึดถือ มันก็ไม่ทุกข์
ไม่วุ่นวาย ไม่เร่าร้อน ไม่เดือดร้อน 
นั่นแหละคือมันหมดปัญหาได้

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ไม่ประมาท คือไม่ยึดติด


ไม่ประมาท

คำว่าไม่ประมาท ขององค์พุทธะ
คือ ทุกอย่างไม่ใช่สิ่งยึดติด 
อย่าประมาทของการเข้าไปหลงยึด หลงติด 
อย่าไปหลงมัน อย่าเป็นทาสมัน ไม่ใช่การยึดเกาะ 
ต้องไม่เกี่ยวเลยกับการเกิด การตาย การคอยอยู่
หรือ อินจัดเพลิดเพลินจริงจังในการใช้ชีวิต 
ใช้ชีวิตเป็นแบบไม่หลงนั้นแหละ ไม่ประมาท
การที่ไม่หลงนั้นแหละ คือ ไม่ประมาท 

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เห็นตาม “ความเป็นจริง”



การที่เราสามารถที่จะถอนตัว
จากการเข้าไปยินดีและยินร้าย
หรือว่าตัวที่ "เข้าไปเป็น" ได้ไวเท่าไร 
นั่นคือการเห็นตาม “ความเป็นจริง”มากเท่านั้น 
ถ้าเรายังเผลอเข้าไปยินดีและยินร้ายกับสิ่งเหล่านั้น 
นั่นคืออาการบิดเบือน ความเป็นจริงที่กำลังปรากฏ 
บิดเบือนด้วยอวิชชาคือความหลงของเรา 
บวกตัณหา คือความอยาก และผลสุดท้าย
คืออุปาทาน ที่เข้าไปยึดด้วยความหมายมั่น

พระอาจารย์ครรชิต อกิญฺจโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา