หลง เผลอ เหม่อลอย เป็นจิตอกุศล



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เฝ้าดูจิตตามเป็นจริง ของจริงจะปรากฏ



อย่าหลงโมหะว่าเป็นสติ
อย่าหลงสัญญาว่าเป็นปัญญา
อย่าหลงสมมุติว่าเป็นวิมุตติ
เฝ้าดูจิตตามเป็นจริง
ของจริงจะปรากฏ
แก่ผู้เพียรเฝ้าดูจริงๆ

พระอาจารย์มหาบุญทัน รตนปญฺโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ไม่ต้องมุ่งหน้าดับอวิชชา



ไม่มีใครดับอวิชชาได้ แต่ถ้าเมื่อไรเกิดวิชชา
อวิชชาจะดับเอง
วิชชาเหมือนแสงสว่าง อวิชชาคือความมืด
ทันทีที่แสงสว่างเกิดขึ้น ความมืดก็หายไปเอง
เพราะฉะนั้น ไม่ต้องมุ่งหน้าดับอวิชชา
แต่ให้มุ่งหน้าทำให้เกิดวิชชาขึ้นมา
วิชชาอันแรกก็คือการรู้แจ้งในกองทุกข์
ถ้ารู้ทุกข์แจ่มแจ้งเมื่อไร ก็ละสมุทัยโดยอัตโนมัติเมื่อนั้น
ถ้าละสมุทัยเมื่อไร ก็แจ้งนิโรธเมื่อนั้น
ถ้าแจ้งนิโรธเมื่อไร ก็เกิดอริยมรรคเมื่อนั้น
ดังนั้นงานกรรมฐานจริงๆ คือการรู้ทุกข์
เมื่อรู้ทุกข์แจ่มแจ้งแล้ว ก็เป็นอันเกิดวิชชา
ละอวิชชาได้ทั้งหมด

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ความรู้สึกตัวตัดกระแสการไหลออก



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่น..




เมื่อใดท่านไม่ยึดมั่นถือมั่น
ปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไปตามหน้าที่ของมัน
ท่านก็จะพ้นจากความเกิด และความตาย
ท่านจะเปลี่ยนแปลงไปทุกอย่าง (จิตเปลี่ยน)
ท่านจะเป็นนายของจิต คือมีกำลังใจ
ซึ่งไม่มีอะไรจะมาขัดขวางได้
ท่านจะพบกับความสงบสุขทุกหนทุกแห่ง..

ปรมาจารย์ตั๊กม้อ

หนังสือโพธิธรรมคำสอนหน้า 35
แปลโดย พุทธยานันทภิกขุ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าไม่รู้ว่าทุกอย่างเป็น ทุกขัง..



ถ้าไม่รู้ว่าทุกอย่างเป็น ทุกขัง 
ก็จะเกิดการ "ขังทุกข์"
ถ้าไม่เข้าใจว่าทุกอย่างเป็นแค่ชั่วคราว
ก็จะเกิด "คราวชั่ว"

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

วิถีจิตย่อมเดี๋ยวมัวเดี๋ยวสว่าง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เวียนว่ายเพราะไม่เชื่อความคิดเป็นมายา



ความคิดแท้ที่จริงมันเป็นเพียงมายา 
สิ่งที่มนุษย์คิดไม่ว่าคิดอะไรล้วนเป็นมายา
เป็นของไม่จริง เป็นของหลอกลวง 
แต่น่าสงสารที่ไม่มีมนุษย์เชื่อเช่นนี้ 
มนุษย์จึงต้องเวียนว่ายตายเกิด
ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด 
จนกว่าจะรู้ว่า สิ่งที่คิดมันคือของไม่จริง 
คิดน่ะคิดได้ แต่ขอให้รู้ว่ามันเป็นของไม่จริง 
ทำได้ระดับนี้ก็จะพบความว่าง
ทุกๆ ครั้งที่คิดว่าสิ่งที่คิดมันไม่ใช่ของจริง

สมสุโขภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

นิพพานอยู่ที่จิตหลุดพ้นปราศจากนึกคิด



พระพุทธเจ้าตรัสว่า ท่านทั้งหลาย
อย่าได้กลัวต่อคำว่านิพพานเลย 
เพราะนิพพานคำนี้ เป็นชื่อของความสุข
ที่แท้นิพพานก็อยู่ที่จิตหลุดพ้นปราศจากนึกคิด 
ที่เรียกว่าสังขารนั่นเอง 
ดังพุทธองค์ตรัสแก่พราหมณ์ว่า 
สงฺขารานํ ขยํ ยตฺวา อกตญฺญูสิพฺราหฺมณ 
แปลว่าท่านรู้ความสิ้นไปแห่งสังขารทั้งหลายแล้ว 
จักรู้นิพพานที่ปัจจัยทำไม่ได้นะ พราหมณ์ฯ
เป็นอันว่าเมื่อเรามาฝึกหัดทำใจ ให้ปราศจากนึกคิด 
คือสังขารได้ตาม "หลักภาวนา"
ก็ย่อมจะถึงนิพพานได้ โดยไม่ต้องสงสัย 
เพราะนิพพานใช่เมืองฟ้า เมืองพรหมที่อื่น
แต่เมืองฟ้าเมืองพรหมที่ใจนี่เอง

หลวงปู่ดาบส สุมโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การเห็นอย่างที่เป็น จิตต้องตั้งมั่น



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา