เมื่อ "จิตถึงจิต" แล้วจริงๆ



เมื่อ "จิตถึงจิต" แล้วจริงๆ หมดสงสัยในภพในชาติ 
แม้ไม่บรรลุถึงอริยมรรคใดๆ แต่ก็มั่นพระรัตนตรัย 
บุญเราก็ไม่เอา บารมีเราก็ไม่สร้าง มรรคก็ไม่ถามหา 
นิพพานก็ไม่หมาย เพราะจิตมันเป็นธรรมดาอยู่อย่างนั้น
วิบากกรรมที่ทำมา ยังคงมี แต่จิตไม่รับ เพราะไม่ส่งออก 
ไม่หวั่นไหวในผลแห่งกรรมนั้น 
ดังนั้น การจะไปแก้กรรม พ่นน้ำหมาก เป่าน้ำมนต์มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้ 
เพราะวิบากแห่งกรรม ก็เนื่องมาจากเจ้าของทำมา กรรมไงก็มันตามมาแน่นอน
จะหลีกหนีไปไม่ได้ แต่จิตเมื่อถึงจิตแล้ว ย่อมไม่หวั่นไหวในวิบากเหล่านั้น 

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เอารู้สุข รู้ทุกข์ รู้บุญ รู้บาป



ให้วางสุข วางทุกข์นั้น 
มีบุญก็ไม่เอา มีบาปก็ไม่เอา 
เอารู้สุข รู้ทุกข์ รู้บุญ รู้บาป
เข้าสายกลางเป็นยอดแห่งความสุขเสมอไป

หลวงปู่หลุย จันทสาโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เราไม่มีปัญญา มองไม่เห็น เราเลยหลงกัน



ร่างกายของเราก็เป็นการรวมตัวของธาตุทั้ง ๔ คือดิน น้ำ ลม ไฟ 
แล้ววันหนึ่งร่างกายนี้ก็จะละลายไปเหมือนน้ำแข็ง..
เราจึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งเหล่านี้ว่า เป็นตัวเราเป็นของเรา 
เพราะถ้าเรายึดแล้ว มันจะทำให้เราอยากให้มันอยู่กับเรา 
แล้วพอเราอยากแล้ว มันจะทำให้เราทุกข์..
ร่างกายคนอื่นจะตาย เราทุกข์หรือเปล่า..
ตายก็ตายไปสิเรื่องของเขา ใช่ไหม 
ร่างกายที่เราคิดว่าเป็นตัวเราของเรา
ก็เหมือนกันกับร่างกายของคนอื่น ไม่ได้เป็นของเรา 
แต่เราไม่มีปัญญา มองไม่เห็น เราเลยหลงกัน 
ไปยึดไปติดกับร่างกาย แล้วก็อยากให้มันไม่ตาย ก็เลยทุกข์กัน 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ร้อนใจดับได้ด้วยการรู้



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความเห็นว่ามีตัวตน ทำให้จิตกระด้างกระเดื่อง



"เราไม่กลัวใคร ใครด่ามาเราก็ต้องด่าตอบ ใครตีมาเราก็ตีตอบ" 
"เราไม่กลัวใคร" ไอ้ความนึกคิดอย่างนี้ ท่านเรียกว่า "ทิฏฐิมานะ" 
ความเห็นว่ามีตัวมีตน มีเรามีเขา 
มันทำให้จิตกระด้างกระเดื่อง 
ไม่ยอมสละสิ่งที่ชั่วร้ายออกจากจิตใจ..
ไม่วางตนให้เป็นไปตามคำสอนของพระพุทธเจ้า.. 
ประพฤติไปตามอำนาจของมานะทิฏฐิ 
มันก็ได้ทะเลาะวิวาทกันอยู่วันยันค่ำอย่างนั้นแหละ .. 

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตที่มี “คุณภาพ”




จิตที่มี “คุณภาพ” จะเห็นสิ่งต่างๆ 
ตามที่มันเป็นอย่างนั้นเอง

พระอาจารย์สุมโนภิกขุ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การภาวนาพัฒนาจิตต้องไม่เลือกเวลา



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ผู้มีเมตตาธรรมจะทำความสงบจิตเร็ว



ผู้มีเมตตาธรรมจะทำความสงบจิตเร็ว ความสงบจะเกิดขึ้นเร็ว 
นี่ก็ไม่ยากที่จะเข้าใจ 
คือถ้าหากว่าเรามีเมตตาภายในจิตใจของเรา 
ก็คือเราไม่มีความรำคาญ ความหงุดหงิด
และไม่แบกความไม่พอใจไว้ เรามักจะแผ่ออก 
แม้แต่ความน้อยใจเสียใจ ถ้าเรามีเมตตาธรรม 
มันไม่ค่อยจะเกาะไว้ที่จิตใจของเรา 
เวลาเราทำสมาธิ จิตก็จะสงบเร็ว
สาเหตุอย่างหนึ่งก็เพราะว่าจิตเป็นสุขอยู่แล้ว 
อย่างที่พระพุทธเจ้าเคยสอน 
จิตใจที่มีความสุข สมาธิจะเกิดขึ้นง่าย

พระอาจารย์ปสันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความคิดสะเปะสะปะเหลวไหล จะกลายเป็นปัญญาในสมาธิ



เมื่อจิตมีความคิด สติสัมปชัญญะรู้พร้อมอยู่ทุกขณะจิต 
ความคิดสะเปะสะปะเหลวไหลนั่นแหละ
จะกลายเป็นปัญญาในสมาธิ 
เพราะจิตของเราคิด แล้วจะรู้สึกแต่เพียงสักแต่ว่าคิด 
คิดแล้วก็ปล่อยวางไปๆ 
เมื่อสติสัมปชัญญะมีพลังแก่กล้าขึ้นกลายเป็นปัญญา 
เมื่อมีปัญญาก็สามารถกำหนดหมายรู้ความคิด
ว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา แล้วก็รู้พระไตรลักษณ์ขึ้นมา 
ก็กลายเป็นปัญญาในขั้นวิปัสสนาเท่านั้นเอง 

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา