ให้รู้ตามความเป็นจริง ความรู้อื่นไม่สำคัญ




...การพิจารณาให้ถือเอารู้รูปกายตามความเป็นจริง 
รู้เวทนาตามความเป็นจริง รู้จิตตามความเป็นจริง 
ให้ยึดถือความรู้นี้เป็นหลัก ความรู้อย่างอื่นไม่สำคัญ 
ถึงจะเกิดอภิญญารู้ในเหตุผลต่างๆ ครั้งแรกๆ ก็อาจเป็นจริง 
แต่ถ้าเรายึดถือในสิ่งเหล่านี้ต่อไป 
ก็จะกลายเป็นเรื่องหลอกลวงเรา 
ท่านจึงห้ามไม่ให้เอาสิ่งนิมิตเป็นเรื่องสำคัญ


หลวงปู่คำดี ปภาโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คนเราลืมเรียนรู้ตัวเอง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ผู้ไม่ประมาท



บุคคลผู้ไม่พยาบาท 
มีสติในกาลทุกเมื่อ 
มีจิตตั้งมั่นในภายใน 
ศึกษาในความกำจัดอภิชฌาอยู่ 
 เราเรียกว่าเป็นผู้ไม่ประมาทฯ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓
อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หยุดคิดหยุดปรุง สร้างสัมมาปัญญา




ในทางโลก ต้องคิดต้องปรุง เพื่อสร้างปัญญา
ในทางธรรม ต้องหยุดคิดหยุดปรุง
เพื่อสร้าง สัมมาปัญญา


สมสุโขภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

รู้สึกตัว รักษาความเป็นตัวของตัวเองไว้




จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ที่อยู่ของจิตและใจ คือ สติและตัวรู้




จิตอยู่ที่ไหน ก็ให้มันอยู่ที่นั่น
พอจิตไม่ได้อยู่ในที่ของมันแล้ว จิตจะเป็นทุกข์
ใจอยู่ที่ไหน ก็ให้อยู่ที่นั่น เพราะเป็นที่ของมัน
ที่อยู่ของจิตและใจ คือ สติและตัวรู้
ที่ระลึกรู้อยู่เฉยๆ ไม่ตามไป
ไม่ออกไปนอกสติกับผู้รู้
รู้อยู่ที่ใจ เห็นอยู่ที่จิต ไม่ไปไหน
เรียกว่าที่ของมัน

ครูบาเจ้าเพชร วชิรมโน 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าเห็นความจริงของกายของใจได้ จะพ้นทุกข์




พวกเรามีหน้าที่ที่พระพุทธเจ้ามอบหมายให้ทุกคน
หน้าที่ประการแรก ทำประโยชน์ตนเอง ไม่ประมาทนะ
ทำประโยชน์ตนเองก็คือภาวนาเข้า มีสติ ฝึกให้มีสติขึ้นมา
ใครไม่มีสติ ก็ฝึกให้มีสติ
ใครไม่รู้จักสมาธิ ใจไม่เคยตั้งมั่น ก็ฝึกให้ใจตั้งมั่นขึ้นมา...
แล้วก็ตามรู้กายตามรู้ใจ ตามความเป็นจริง รู้อย่างที่เขาเป็น
ตามรู้อย่างนี้เรื่อยๆ จนเกิดปัญญา
ปัญญาในทางศาสนาพุทธ คือการเห็นความเป็นจริงของกายใจ
ปัญญาในทางศาสนาพุทธ ไม่ใช่เรื่องเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องอะไรหรอก
ถ้าเราเห็นความจริงของกายของใจได้ เราจะพ้นทุกข์ 
เพราะอะไร เพราะทุกข์อยู่ที่กาย ทุกข์อยู่ที่ใจ
ทุกข์ไม่ได้อยู่ที่คนอื่น ทุกข์ไม่ได้อยู่ที่สิ่งอื่น
ทุกข์อยู่ในกาย ทุกข์อยู่ในใจนี้เอง
ดังนั้น ถ้าเรามีสติเรียนรู้กายเรียนรู้ใจมากๆ เข้า
วันหนึ่งจิตมันไม่ยึดกายยึดใจแล้ว ปล่อยวางไม่ยึดถือ
กายจะเป็นอย่างไร จะปรวนแปรจะแก่จะเจ็บจะตาย
จิตไม่ทุรนทุรายด้วยเลย
ฝึกไปถึงจุดหนึ่ง จิตจะไม่กระเพื่อม
จิตไม่ยึดถืออะไรเลย จะเป็นอันเดียวกับโลกธาตุ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อยินดียินร้ายดับ จิตเป็นกลาง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สติเป็นธรรมอุปการะ ที่ทำให้เกิดปัญญาญาณ



หากเราฝึกเจริญสติบ่อยๆ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ
หรือเกิดผัสสะมากระทบอายตนะทั้ง ๖
เราจะหันมามองที่จิตอย่างอัตโนมัติ
จะไม่หวั่นไหวไปตามอำนาจแห่งกิเลสนั้น
ฉะนั้น สติจึงเป็นธรรมอุปการะ
ที่ทำให้เกิดปัญญาญาณ

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าไม่รู้จักแพ้คนอื่น ชนะจิตใจตนไม่ได้



บัณฑิตทั้งหลาย
จงมุ่งความสุขที่ชนะตนเอง
มากกว่าอย่างอื่น
ถ้าทุกคนไม่รู้จักคำว่า แพ้คนอื่น
อย่าหวังว่า จะชนะจิตใจตนเองได้

พระอาจารย์มหาบุญทัน รตนปญฺโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา