จิตใจที่ฝึกดีแล้วไม่เป็นไปตามกระแสโลก




พยายามฝึกจิตใจให้มีความเข้มแข็ง 
ให้มีภูมิต้านทานต่อกระแสโลก 
ก่อนออกทำงานจะได้มีความสุขสบาย
ก็ไม่ค่อยทำกัน...
สุดท้ายก็บ่นว่าทุกข์ ๆๆๆๆๆ ...
เพราะจิตใจที่ฝึกดีแล้ว 
เขาไม่สุขไม่ทุกข์
และเขาไม่เป็นไปตามกระแสโลก...
ผู้เป็นเจ้าของก็สบาย

พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

อย่าจำกัดการเติบโตของปัญญาไว้ด้วยทิฏฐิ




อย่าจำกัดการเติบโตของปัญญาไว้ด้วยทิฏฐิ
อย่าปิดบังปัญญาด้วยความคิดเห็นเข้าข้างตนเอง
อย่าบิดเบือนปัญญาด้วยการลำเอียงใดๆ
ปุถุชนมองสิ่งทั้งปวงในขอบเขตที่ตัวเองอยากให้เป็น
พระอริยะมองสิ่งทั้งปวงตามที่มันเป็นจริง
นั่นคือจิตที่พ้นจากสักกายทิฏฐิ


พระอาจารย์ชุมพล พลปญฺโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้า “ชนะใจ” ได้แล้ว ทุกคนสบาย




ชนะผู้อื่น เขาก็คับแค้นใจ เราก็ไม่สบายใจ
ผู้อื่นชนะเรา เราก็คับแค้นใจ เขาก็ไม่สบายใจ
แต่ถ้า “ชนะใจ” ได้แล้ว ทุกคนสบาย
เขาก็สบาย เราก็สบาย
นี่แหละคือวิถีของนักปราชญ์เป็นอย่างนี้
พวกเราส่วนใหญ่ที่ยังเป็นนักปราชญ์กันไม่ได้
เพราะเราต่อสู้กับอารมณ์ของเราไม่ได้
อารมณ์ของเรามักจะมีอำนาจครอบงำใจเรา

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

รักษาสมาธิจิตไว้ได้ ปัญญาก็มีอยู่ประจำ




..ถ้าผู้ใดตามจิตตัวเอง
ตามรู้จิตใจตัวเองไปเสมออย่างนี้แล้ว 
กิริยาอาการของจิตมันผิดปกติไปขณะไหนก็รู้ได้ขณะนั้น
อย่างนี้นั่นละ มันจึงมีทางรักษาสมาธิให้สม่ำเสมอไปได้..
อุบายวิธีฝึกจิตนะ มันสำคัญแท้ๆ 
เรื่องการรักษาสมาธิจิตไว้ให้ได้นี่นะ เมื่อรักษาสมาธิจิตไว้ได้แล้ว 
ปัญญานั้นมันก็มีอยู่ประจำ อยู่กับจิตเสมอไป..

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

พระนิพพานอยู่ฟากตาย ความสุขก็อยู่ฟากทุกข์



พระนิพพานอยู่ฟากตาย ความสุขก็อยู่ฟากทุกข์ 
เราทำความเพียรภาวนาไป 
พอถึงทุกข์ก็เกิดกลัวความทุกข์เสียแล้ว 
แล้วเมื่อใดจะพ้นทุกข์ไปได้เล่า
การกลัว ควรกลัวแต่ในทางที่ผิด 
คือกลัวความผิด ไม่กระทำผิด 
กลัวว่าตนเองจะไม่พ้นจากวัฏฏทุกข์ 
แล้วรีบเร่งบำเพ็ญความเพียรเข้าถึงจะถูก

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การวางอารมณ์ คือไม่ยึดไม่ติดอารมณ์




การวางอารมณ์ คือไม่ยึดไม่ติดอารมณ์
ทั้งอดีตที่ล่วงไปแล้ว ทั้งอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
มีเพียงสติสัมปชัญญะให้จิตตื่นอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น
ดังข้อความในภัทเทกรัตตคาถาว่า
"อตีตํ นานฺวาคเมยฺย นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ" เป็นต้นว่า
ผู้มีปัญญาไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงลับไปแล้ว
ไม่พึงหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
เพราะอดีตมันก็ล่วงไปแล้ว อนาคตก็ยังมาไม่ถึง
และผู้ใดเห็นธรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน
เขาพึงพอกพูนความเห็นนั้นไว้

หลวงพ่อกนฺตสิริ (กนฺตสิริ ภิกฺขุ)

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ความรู้สึกตัวหรือสัมมาสติ นี้คือพุทธโอสถ



ความรู้สึกตัวหรือสัมมาสติ
นี้คือพุทธโอสถ
จิตเสพคุ้นอยู่กับความรู้ตัว
ที่เป็นปัจจุบันธรรม ปัจจุบันขณะ 
ระลึกรู้มากๆ เข้า
จิตจะคลายทุกข์ที่หลงกลืนนั้นออกมา
จิตเกิดการอาเจียน
เกิดการสำรอกกิเลสตัณหาออกมา
เพราะยาเม็ดเดียวนี้แท้ๆ

หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส 
(ส.มหาปัญโญภิกขุ)

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

รู้ไม่ใช่กำหนดรู้ ..แต่สักแต่ว่ารู้




ฝึกตามรู้จิต/สังเกตจิต จิตจะรู้สึกอย่างไร
(ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี) ก็รู้แค่นั้น (อย่าคิดวิพากษ์ต่อ)
ไม่ใช่ดักรู้จิต ไม่ใช่เพ่ง ไม่ใช่เผลอ/ลืมตัว แต่ฝึกรู้สึกตัว
(รู้เนื้อรู้ตัว) อย่างง่ายๆ สบายๆ เอาไว้เสมอๆ ไม่ว่าจะทำอะไร
(เมื่อ “รู้” แล้วก็ไม่ใช่อยากหรือพยายามประคองตัวรู้เอาไว้)
รู้ไม่ใช้คิด (เว้นมีกิจการงานที่ต้องใช้ความคิด)
รู้ไม่ใช่กำหนดรู้ ..แต่สักแต่ว่ารู้


หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
จากหนังสือ “หลวงปู่ฝากไว้”

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จงรักษาอินทรีย์ ที่รูป, เสียง, กลิ่น, รส, และผัสสะทั้งหลาย





จงรักษาอินทรีย์ ที่รูป, เสียง, กลิ่น, รส, 
และผัสสะทั้งหลาย 
เพราะว่า ทวารเหล่านี้ถูกเปิดทิ้งไว้ไม่รักษา 
ย่อมจะถูกโจรคือกิเลสปล้นเอา 
เหมือนพวกโจรปล้นบ้าน ฉะนั้น
ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่มุงไม่ดี ฉันใด 
ราคะย่อมจะรั่วไหลไปสู่จิต
ที่ไม่ได้อบรมแล้ว ฉันนั้น


วิสุทธิมรรค เล่ม ๑ ภาคศีล ปริเฉทที่ ๑ สีลนิเทศ 
หน้าที่ ๕๑ – ๕๕


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

พอใจว่าสติดีมั่นคง ก็เป็นความเศร้าหมองของวิปัสสนา




นิกันติ คือ การเข้าไปยินดีพอใจ เข้าไปติดใจ 
เข้าไปหลงใหลกับสภาพธรรมที่เกิดขึ้นเหล่านั้น 
อันนี้แหละที่ทำให้วิปัสสนาเศร้าหมอง วิปัสสนาเจริญต่อไปไม่ได้..
คือ มันไม่เห็นความเกิดดับ 
ถ้าเรามีความสงบ แล้วเราพอใจ ติดใจอยู่กับความสงบ ...
มีปีติแล้วยินดีติดใจอยู่กับปีติ 
มีสุขแล้วก็ยินดีติดใจอยู่กับความสุข
มีปัญญาก็ติดใจพอใจอยู่กับปัญญา..
แม้แต่สติ...สติที่เกิดขึ้นมาคล่องแคล่วว่องไว รับรู้เท่าทัน 
เกิดความยินดีพอใจว่าเรามีสติดีมั่นคง 
ก็เป็นความเศร้าหมองของวิปัสสนาได้ 
ฉะนั้น ท่านจึงสอนให้ละความยินดีติดใจ
เกิดปีติก็เข้าไปรู้แล้วก็ดูจิต มีความพอใจติดใจไหม
ถ้ามีความพอใจติดใจ ก็รู้เท่าทันเพื่อคลี่คลายให้จิตปรกติ


พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา