ไม่ควรยึดมั่นแม้นิพพาน




พวกที่ทำวิปัสสนาไม่สำเร็จ ก็เพราะคอยจ้องจับเอาความสุขอยู่เรื่อยไป 
มุ่งนิพพานตามความยึดถือของตน
มันก็ดับไม่ลงหรือนิพพานไม่ลง มีตัวกูขึ้นมา
ในนิพพานแห่งความยึดมั่นถือมั่นของตนเองเสียเรื่อย
เพราะฉะนั้นถ้าจะภาวนากันบ้าง ก็ต้องภาวนาว่า
ไม่มีอะไรที่ควรยึดมั่นถือมั่น แม้แต่สิ่งที่เรียกว่า “นิพพาน” นั้น
มีพระบาลีว่า “สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย”
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ดังนี้


ท่านพุทธทาสภิกขุ

ปล่อยวางความรู้เป็นสัมมาทิฏฐิ





ความรู้ความเห็นอันใดที่มันเกิดขึ้นแล้ว
จิตของเรารู้สึกปล่อยวาง
ไม่ยึดเอาไว้สร้างปัญหาให้เดือดร้อน
อันนั้นเรียกว่า "สัมมาทิฎฐิ"
ทีนี้สิ่งใดที่รู้ขึ้นมาแล้ว
ยึดเอาไว้สร้างปัญหาให้ยุ่งยาก
อันนั้นเป็น "มิจฉาทิฎฐิ"

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย 

ทุกข์เป็นบ่อเกิดของปัญญา




อันผู้พิจารณาทุกข์ 
เมื่อเห็นสภาพตามเป็นจริงแล้ว 
ทุกข์นั้นไม่ใช่มันจะมาครอบงำผู้ที่เห็นทุกข์ 
แต่การพิจารณาทุกข์นั้น กลายเป็นวิหารธรรมเครื่องอยู่ 
มันเป็นการฟอกฝนจิตใจให้ใสสะอาด 
อันเป็นบ่อเกิดของปัญญา ให้ฉลาดเฉียบแหลมขึ้นทุกที


หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ความทุกข์เป็นครูสอนธรรมแก่ชีวิต





บุคคลที่ยังไม่เห็นทุกข์ เพราะมัวหลงอารมณ์ 
ยังหลงเชื่อความคิดและความรู้สึกอยู่ 
ส่วนผู้ที่เห็นว่ากายและใจคือตัวทุกข์แล้ว 
จะเปลี่ยนแปลงชีวิตและหักดิบออกจากทุกข์ 
ความทุกข์จึงกลายเป็นครูสอนธรรมแก่ชีวิต
สอนให้เข้มแข็ง สอนให้อดทนอดกลั้น 
สอนให้ต่อสู้ สอนให้รอคอย
สอนให้รู้จักช่วยเหลือตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่น

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

แก้ได้โดยให้รู้เท่าทัน




อวิชชามันก็มาจากนิสัยสันดาน
ซึ่งเป็นความเคยตัวเคยใจของแต่ละคน
เพราะฉะนั้น เวลาสังขารขึ้นมา
เราแก้ได้โดยให้รู้เท่าทัน
ความคิด นึก ตรึก ตรอง ปรุงแต่ง...
ที่เกิดมาจากนิสัยสันดานเราทุกความคิด

หลวงปู่ทา จารุธมฺโม

ตัวปรุงแต่งดับ ทุกข์ก็ไม่มี




สังขารก็คือ จิตที่่คิดปรุงแต่ง
ถ้าหากจิตหยุดคิดแล้ว
ไม่มีอะไรสักอย่าง
เตสัง วูปสโม สุโข
สังขารทั้งหลายสงบระงับดีแล้ว
ทุกข์เกิดจากสังขาร
ตัวปรุงตัวแต่งดับไปแล้ว 
ทุกข์นั้นก็ไม่มี


หลวงปู่แบน ธนากโร

ไม่มี “สังขาร” ย่อมมีธรรมที่มั่นคง




แม้นได้สมบัติทิพย์สักสิบแสน 
ก็ไม่เหมือนรู้จริงทิ้ง “สังขาร”
ใจที่รู้ธรรมดาทั้งห้าขันธ์
ใจนั้นก็ขาวสะอาดหมดมลทิน
มีเกิดย่อมมีดับ 
ไม่มี “สังขาร” ย่อมมีธรรมที่มั่นคง
ให้มีสติรู้ทันอาการสังขารที่ไม่เที่ยง
อยู่เสมอจนใจเคย
จึงจะละขันธ์ห้าได้จริง

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ปลดเปลื้อง “ตนเอง” ออกจาก “ความคิดปรุงแต่ง”




พวกเราเพียงแต่สามารถปลดเปลื้อง “ตนเอง”
ออกจาก “ความคิดปรุงแต่ง” เท่านั้น 
พวกเราจะประสบความสำเร็จทุกอย่าง

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

ธรรมชาติที่แท้จริง



          หากเราพิจารณาให้ดี ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของเรา ที่รวมเรียกว่าอายตนะ ๖ เรามีสติรับรู้การกระทบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับอายตนะทั้ง ๖ แล้วดับไปอยู่ทุกขณะ สุดท้ายเราจะเห็นความจริงว่า ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนแล้วแต่สมมุติ ทำไมจึงว่าสมมุติ? ก็เพราะว่ามันไม่เที่ยงแท้คงทน จะตั้งอยู่อย่างนั้นชั่วกัลปาวสานก็หาไม่ จะช้าหรือเร็วก็ต้องดับเหมือนกันหมด นั้นแหละคือธรรมชาติที่แท้จริง

                                                                                              หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร

ทบทวนให้ไตรลักษณญาณแจ่มแจ้งในใจเสมอ




สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ทวนกระแสจิตเข้ามาภายในนี่แหละ 
มาเพ่งพินิจทั้งกลางวันกลางคืน 
ยืน เดิน นอน นั่ง ทำธุรกิจการงานใดๆ ก็ดี 
อย่าไปลืมกายลืมจิต อันนี้ต้องหมั่นทบทวนอยู่เสมอๆ 
ทบทวนให้ไตรลักษณญาณมันแจ่มแจ้งอยู่ในใจเสมอ ...
อันนี้นับว่าสำคัญมาก มันจะทำให้อริยมรรคนั้นแก่กล้าขึ้นไปโดยลำดับ 
เพราะว่าผู้ปฏิบัติในอริยมรรคก็มุ่งหวัง
ให้เกิดญาณความรู้แจ้งในสังขารธรรมทั้งปวง 
นี่เองน่ะจุดสำคัญ
เมื่อมารู้แจ้งในสังขารธรรมทั้งปวงตามเป็นจริงแล้ว ก็จะปล่อยวาง 
เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรยึดควรถือ
เมื่อญาณความรู้เกิดขึ้นแล้ว มันจะมองเห็นแต่ของไม่เที่ยงไม่ยั่งยืน
เห็นแต่ความแปรผันอ่อนไหวแห่งสรรพสิ่งทั้งปวง 
ทั้งภายในทั้งภายนอก ทั้งหยาบ ทั้งละเอียด 
อันใดก็มีสภาวะเหมือนกันหมด…

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ