ดูอารมณ์คือการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
เขาพูดเขาทำอะไรไม่ถูกใจ อยากจะว่าเขา
ก็ให้อดทนๆๆ ดูอารมณ์เจ้าของ
มันก็แค่อารมณ์ มันก็แค่นั้นแหละ
เกิดขึ้นแล้วมันก็ดับไป
แค่นี้ก็ชนะได้แล้ว
...
นี่คือ การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ
รู้แล้วไม่ติดใจ
...จงทำใจให้วางเฉย
ไม่ใช่เฉยแบบไม่รู้
แต่เฉยแบบ
รู้แล้ว
ไม่ติดใจ..
.
หลวงปู่คูณ สิริจันโท
รู้อะไรก็ไม่สู้รู้ใจตนเอง
รู้อะไรก็ไม่สู้รู้ใจตนเอง
ถ้าเราพิจารณาธรรมะ ..เราพิจารณาที่ใจเรา
น้อมเข้ามาที่ใจ มารู้อยู่ที่ใจ
นึกแต่เพียงว่าสิ่งภายนอกเป
็นเพียงอารมณ์
สิ่งรู้ของจิต สิ่งระลึกของสติเท่านั้น
...
รู้นอกเป็นสมุทัย รู้ในเป็นมรรค
ถ้าไปรู้นอก เป็นเหตุให้สร้างบาป สร้างกรรม
ถ้ารู้ในเป็นเหตุให้ละวาง
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
คิดแค่ลมหายใจเข้า-ออกก็พอ
ไม่ต้องคิดไกลไปถึงโน่นหรอก ว่าชีวิตทั้งชีวิตจะเอาอย่างไร
เอาเฉพาะลมหายใจเข้ากับลมหายใจออก คิดแค่นั้น
ถ้าเราอาศัยความปรุงแต่ง คิดไปรอบจักรวาล ก็ไม่จบหรอก
แต่ถ้าจะหาทางจบ เราหาสิ่งที่ใกล้ตัวเรา
สิ่งที่ใกล้ที่สุดคือ ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
คิดแค่นี้ และให้มันเป็นที่ตั้งแห่งการกำหนด
เป็นที่ตั้งแห่งความสงบ เป็นที่ตั้งแห่งความมั่นคง...
พระอาจารย์ปสันโน
เจริญสติมีรสชาติดีกว่าการอ่านและฟังธรรมะ
ผมจะมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
ไม่คิดไปในเรื่องอดีต เรื่องอนาคต
จิตใจก็สบายขึ้น
ก็เพลิดเพลินไปกับการเจริญส
ติ
ซึ่งมีรสชาติดีกว่าการอ่าน
และฟังธรรมะเสียอีก
เพราะจิตของเราได้เข้าไปสัม
ผัส
กับสภาวะจริงๆ กับรสพระธรรมเลย
นี่แหละที่ตรงกับบทสวดมนต์
ในพระธรรมคุณที่ว่า “สันทิฏฐิโก
พระธรรมเป็นสิ่งที่ผู้ศึกษา
และปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตน
เอง”
อ.กำพล ทองบุญนุ่ม
การปฏิบัติต่อจิตใจ คือ “การสอดรู้อาการของจิต”
การปฏิบัติต่อจิตใจ คือ “การสอดรู้อาการของจิต”
ที่ส่งออกไปสู่อารมณ์ต่างๆ ด้วยสติปัญญา
เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผู้ปฏิบัติ นี่คือการเรียนเพื่อรู้ตัวเองโดยเฉพาะ
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
อายตนะเป็นเครื่องวัดจิต
อายตนะทั้งหลาย เป็นเครื่องวัดจิตของตนได้อ
ย่างดีที่สุด
เมื่ออายตนะ มากระทบจิตของเรา เราหวั่นไหวหรือไม่
เมื่อหวั่นไหวมาก ก็แสดงว่า
มีสติน้อย
มีธรรมเป็นเครื่องอยู่ ก็ยังน้อย
เมื่อหวั่นไหวน้อย หรือไม่หวั่นไหวเสียเลย ก็แสดงว่า
มีสติมาก
มีธรรมะเป็นเครื่องอยู่มาก แล้วรักษาตัวได้
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
สงบในตัว คือสมณะ
สมณะคือ
ผู้สงบ
หาความสงบในตัวให้มันเจอ
เมื่อเจอแล้ว
เรานั่นละ
สมณะ
หลวงปู่หา สุภโร
ดับทุกข์ด้วย ๓ ไม่
ดับทุกข์ด้วย ๓ ไม่
“ไม่ฝืนธรรมชาติ
ไม่ลุอำนาจความโกรธ
ไม่โลดแล่นไปตามความอยาก”
หลวงปู่สาม อกิญจโน
คนพาลเดือดร้อนด้วยเหตุ 2 อย่าง
คนพาล ไม่พิจารณาเห็นตามความเป็นจ
ริง
ย่อมเดือดร้อนด้วยเหตุ ๒ อย่าง คือ
มีใจฟูขึ้นเพราะเหตุแห่งสุข
๑
มีใจฟุบลงเพราะเหตุแห่งทุกข
์ ๑
(๒๖/๓๘๒) พระโคทัตตเถรคาถา
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)