ทำความดีด้วยใจว่างจากกิเลส




...ทำความดีด้วยใจว่างจากกิเลส 
ทำความดีอย่างสบายๆ อย่างมีอุเบกขา 
คือ ทำใจเป็นกลางวางเฉย 
ไม่หวังผลอะไรทั้งสิ้น 
การตั้งความหวังในผลของการทำดี...
เป็นธรรมดาของสามัญชนทั่วไป ซึ่งก็ไม่ผิด 
แต่ก็จะถูกต้องกว่า หากจะไม่ตั้งความหวังเลย

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ผู้ปฏิบัติต้องมีเกราะป้องกันตัวเองอย่างนี้




แม้คนอื่นเค้าจะไปกระทบเรา 
แต่ถ้าจิตของเรามีธรรมะ 
เหมือนกับไม่กระทบ มันเป็นอย่างนั้น 
คนที่ปฏิบัติธรรมมันต้องคุ้มครองตัวเอง 
มีเกราะป้องกันตัวเองคืออย่างนี้ 
คือสติปัญญาคุ้มครองตัวเองอย่างนี้ 
นี่แหละหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

หลวงพ่อไม อินทสิริ

ทุกข์ทั้งหลายอยู่ที่ตัวอุปาทานความยึดถือ




ทุกข์ทั้งหลายอยู่ที่ตัวอุปาทานความยึดถือ…
เมื่อจิตไม่ไปยึดไปถือมันก็ไม่ทุกข์ ไม่ร้อน
เหมือนไฟมันจะร้อนแค่ไหนก็เป็นเรื่องของไฟ
ถ้าเราไม่เอามือไปแหย่ ไปจดเข้า มันจะร้อนได้อย่างไร
มันก็ร้อนอยู่ที่ไฟ ไม่ร้อนที่ตัวเรา 

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

"รู้เท่า" แล้วละเอง




คำว่า“ละ”ละเป็นสมมุติ 
แต่เมื่อรู้เท่าตอนไหนๆ 
แล้วมันละเอง
ไม่ได้ทำกิริยาละเลย 

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

มีสติย้อนดูใจ จะเห็นกิเลสได้ง่ายขึ้น



          ...เรามาฝืนทวนกระแสของกิเลส ทวนกระแสของอารมณ์ มีสติเฝ้าดูจิตใจของเรานี่แหละ... ถ้าเรามีสติย้อนกลับมาดูใจของเรา เราก็สามารถที่จะเห็นกิเลสได้ง่ายขึ้น ไม่ปล่อยจิตใจของเรานั้นไปกับอารมณ์ทั้งหลายอันเป็นความเคยชินของจิต ซึ่งวิ่งตามอารมณ์ โดยยึดถืออารมณ์ต่างๆ ว่าเป็นใจของเรา...ความทุกข์จึงเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ

                                                                                    พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต

ความสงบอยู่ตรงที่ความเป็นกลาง



          ความสงบอยู่ตรงที่ความเป็นกลางนี้แหละ ที่เราทำให้เป็นกลางไม่ได้จึงลำบากอยู่ เดี๋ยวก็ยินดีทางนี้ เดี๋ยวก็ไปยินร้ายทางนั้น ยินดีทั้งที่อดีตผ่านมาแล้ว ยินร้ายทั้งที่อดีตผ่านมาแล้ว สองประเด็นนี้แหละ กระโดดข้ามกันไปข้ามกันมา ไม่ยอมอยู่ในระหว่างกลาง เพราะฉะนั้นเอาความเป็นกลาง เป็นมัชฌิมาในตัวเองจึงยาก ไม่ว่าใครทั้งนั้น จะบรรลุเป้าหมายนี้ยาก

                                                                                                     หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก

ทำความสงบให้มาก แต่ “อย่าไปพอใจในความสงบ”




การปฏิบัติธรรม เพื่อ “กำจัดความหลง” ของใจ 
ทำความสงบให้มาก 
แต่ “อย่าไปพอใจในความสงบ” เท่านั้น

หลวงปู่แบน ธนากโร

การคิดของจิตนั้น เราห้ามไม่ได้




 จิตจะคิดอย่างไรๆ 
หากเราสามารถดูจิต ที่กำลังคิดนั้นทัน 
ตรงนี้แหละจะเป็นทางแก้

พระอาจารย์มานพ อุปสโม

การทำบุญมหาศาลก็คือการที่เราฝึกรู้จิต เห็นจิต




..การทำบุญมหาศาลก็คือการที่เราฝึกรู้จิต เห็นจิต 
เขาเรียกว่า “กุสะลัง จิตตัง อุปปันนัง” จิตที่เป็นกุศล
หรือว่า “กุสะลา ธัมมา” ทำจิตให้เป็นบุญทุกขณะ
บุญไม่ได้อยู่ที่ไหน อยู่ที่การทำใจให้สงบ บุญอยู่ที่การรู้จิตรู้ใจของตนเอง
ที่พระพุทธเจ้าไปเรียนรู้จิตตัวเอง ก็อย่างนี้เองจึงได้เป็นพระพุทธเจ้า

หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ

คำว่าเห็นธรรม ก็คือเห็นในขันธ์ห้าว่าไม่ใช่ตน




คำว่าเห็นธรรม ก็คือเห็นในขันธ์ห้าว่าไม่ใช่ตนด้วยปัญญาของตัวเอง 
และฝึกใจทำใจให้ปฏิเสธว่าขันธ์ห้าไม่ใช่เรา 
เราไม่ใช่ขันธ์ห้าแต่อย่างใด ถ้าทำได้อย่างนี้จะเห็นพระพุทธเจ้าในทันที

หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ