ระลึกรู้รูปนามเป็นปรกติ จะเกิดปัญญาเอง
เราเจริญสติ
ระลึกรู้รูป-นามให้เป็นปรกต
ิ
ให้เท่าทัน ให้ได้ปัจจุบันเรื่อยๆ ไป
วางใจเป็นกลาง ไม่ตกไปในข้างยินดียินร้าย
มันก็จะเกิดญาณ เกิดปัญญาขึ้นเอง
พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี
ทำลายความยึดมั่นถือมั่น คือทำลายกิเลส
เมื่อเรามาทำลาย
ความยึดมั่นถือมั่นในกายใจไ
ด้แล้ว
นั่นคือการทำลายกิเลส
คือการทำลายภพและชาติ
พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท
ถ้าเราหลงร่างกระดูก ก็เรียกว่าหนอนเหมือนกัน
เ
ราไปติเตียนแมลงวันว่าหลงข
องบูดของเน่า
เรากลับไม่ติเตียนเราว่าหลง
ของบูดของเน่า
เราสำคัญว่าสกลกายของเรามัน
สวยมันงาม
เราไปเพ่งโทษแต่แมลงวันและห
มู่หนอน
ตัวของพวกเราก็เป็นหนอนเหมื
อนกัน
...
ถ้าเราหลงร่างกระดูก ก็เรียกว่าหนอนเหมือนกัน
หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
สุขอย่างยอดคือ การนำความถือตัวออกเสีย
...สุข เพราะไม่เบียดเบียน
สุข เพราะปราศจากราคะก้าวก่าย
ข้ามกามเสียได้
สุขอย่างยอดคือ
การนำความถือตัวออกเสีย
หลวงปู่บุดดา ถาวโร
การหมั่นดูใจ ...
การหมั่นดูใจ
เป็นหน้าที่ของทุกคน
พระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร
ควรฝึกฝนอบรมให้มี “สติรู้ตัวอยู่ทุกเมื่อ”
ควรฝึกฝนอบรมให้มี
“สติรู้ตัวอยู่ทุกเมื่อ”
กำารปฏิบัติก็มีอยู่เท่านี้
เอง ไม่มีอะไรมากเลย
แต่ว่าจะรู้ได้แค่ไหนเท่านั
้นแหละ
ถ้าหากว่าเราชำนิชำนาญ
รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา
มันก็ไม่เผลอ ก็จะไม่ทำความชั่ว
นั่นแหละคือ
การมีสติสมบูรณ์
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
เป้าหมายสูงสุด คือการปล่อยวางอารมณ์ทั้งหมด
การทำสมาธิ ทำอุบายวิธีต่างๆ เรามาสรุปตรงที่ว่า จิตปล่อยวาง การปล่อยวางของอารมณ์ของจิต ต้องปล่อยวางอย่างเด็ดขาด อารมณ์ของจิตต้องตัดขาดจากโลกนี้ ไม่ว่าอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น นั่นหมายถึงว่าจิตจะต้องไม่ปรุงแต่งในอารมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ความถูกต้องอยู่ตรงนั้น ถ้าบุคคลทำได้ดังนี้แล้ว ถือว่าการประพฤติเช่นนั้นถูกต้อง
เป้าหมายจุดสูงสุด คือ การปล่อยวางอารมณ์ทั้งหมด
พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ
จิตยุ่งเกี่ยวกับอารมณ์ เป็นทุกข์
จิตใจที่ไปยุ่งเกี่ยวกับอาร
มณ์มากเท่าไร ก็ยิ่งให้ทุกข์แก่ใจของตัวเ
ท่านั้น ถ้ามันปล่อยปละละทิ้งเรื่อง
อารมณ์สัญญาได้มากเท่าไหร่ จิตใจก็เบาสบาย สว่างไสว...
พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร
จิตฟุ้งซ่าน ทำให้ได้ภาวนา
จิตเกิดความฟุ้งซ่านนั้นแหล
ะดี
จะทำให้เราได้ภาวนา
ยิ่งฟุ้งซ่านมาก ก็ยิ่งภาวนามาก
ภาวนาเพื่อเรียนรู้ความฟุ้ง
ซ่านนั้น
เมื่อรู้แล้วก็ละวางมัน
อย่าไปวิ่งตามมัน
อย่าไปสุข ไปทุกข์ กับมัน
หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
ให้รู้ในกายในใจ ไม่รู้ออกไปข้างนอก
พยายามให้รู้ในกายในใจ ไม่ได้รู้ออกไปข้างนอก
ไม่ได้ไปรู้ที่คนอื่น ไม่ได้ไปเพ่งคนอื่น
แต่ว่าจะเพ่งรู้เข้ามาในตนเอง แม้ตาต้องสัมผัสกับสิ่งภายนอก
หูต้องสัมผัสกับเสียงภายนอก จมูกต้องสัมผัสกับกลิ่น ลิ้นต้องสัมผัสรส
แต่การปฏิบัติธรรมนั้น เราดูปฏิกิริยา
ดูสภาวะความมีความเป็น ที่มันเกิดขึ้นในตัวเอง
ที่มันปรากฏสัมผัสสัมพันธ์อยู่ในตัวเอง นี่คือการปฏิบัติธรรม
พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)