เรายังไม่รู้แจ้ง ก็รู้ใจเจ้าของก็ยังดี



          โลกวิทู เป็นผู้แจ้งโลก เรายังไม่รู้แจ้ง ก็รู้ใจเจ้าของก็ยังดี เมื่อรู้ใจเจ้าของได้ ไม่ช้าก็จะรู้ใจคนอื่น ๆ ได้ ใจคนอื่นไม่รู้จะกี่ร้อย มันจะดีหรือไม่ดีมันแสดง มันแสดงมาให้เห็นเอง ให้รู้เอง

                                                                                            หลวงปู่สังวาลย์ ธมฺมสาโร

กิเลสรอให้หายเองไม่ได้




นิสัยเสียต่างๆ กิเลสทั้งหลายที่อยู่ในใจ 
เราจะรอให้มันหายเอง มันไม่หายหรอก 
กี่ภพ กี่ชาติ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ซ้ำร้ายอาจจะกำเริบก็ได้ 
และที่น่ากลัวที่สุดก็คือ กิเลสมันกำลังมาก
อาจจะปิดโอกาสของเรา ไม่ให้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ต่อไปก็ได้ ...
ชาตินี้เราทุกคนมีสิทธิมนุษยชน 
แต่ตายแล้วเราแน่ใจไหมว่า ยังจะมีสิทธิเป็นมนุษย์อยู่


พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

ให้เพียรพยายามรักษาใจให้อยู่ในความเป็นกลาง



ให้เพียรพยายามรักษาใจให้อยู่ในความเป็นกลาง คือความว่าง
ขณะความว่างของใจเกิดขึ้น ย่อมทำให้ไม่มีการเกิด
และก็ย่อมไม่มีการดับไปด้วยเช่นกัน
ให้บริกรรมในใจไปพร้อมกับลมหายใจเข้าออกว่า อย่าเกิดๆ ไปเรื่อยๆ 
ก็จะเกิดความรู้สึกขึ้นมาในใจเองว่า...อย่าเกิด หมายความว่า 
ไม่ให้ใจของเราเกิดยินดีหรือยินร้าย
ทำใจให้ตั้งอยู่เป็นปกติตามธรรมชาติของใจ
ใจก็จะสงบได้ง่าย ไม่มีกังวล

หลวงปู่คูณ สิริจันโท

กามคุณคือโซ่ตรวน



          คำว่ากามคุณนั้น แปลทางศัพท์ว่า เครื่องผูกคือกาม หรือแปลว่า โซ่ตรวนคือกามนั่นเอง เป็นโซ่ตรวนซึ่งพันธนาการเราไว้ให้อยู่ในคุกแห่งภพนี้ หากว่า เรายังถูกโซ่ตรวน คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ผูกไว้อยู่ เราก็จะอยู่ในคุกแห่งภพชาติ ใน ๓๑ ภูมินี้ จะต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภูมิเหล่านี้ภพแล้วภพเล่า เพราะโซ่ตรวน ก็คือกามทั้ง ๕ เป็นสิ่งที่น่ายินดี คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัสนั่นเอง

                                                                                             พระคันธสาราภิวงศ์
                                                                                                    วัดท่ามะโอ

พุทธะ ธัมมะ สังฆะ อยู่ที่เราเอง



เราขอเอา พุทธ ธรรม สงฆ์ เป็นที่พึ่ง 
ขอแล้วก็ต้องทำด้วย ถ้าเราไม่ปฏิบัติ 
พระสงฆ์ พระพุทธเจ้า ก็เกิดไม่ได้ในเรา 
พุทธะ ธัมมะ สังฆะ อยู่ที่เราเอง 
ไม่ใช่พระพุทธรูป แต่อยู่ในตัวเราเอง

หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ

ไม่ยึดสภาวะ เพียงเรียนรู้เพื่อถอดถอนกิเลส



...สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี ไม่สุข ไม่ทุกข์ก็ดี 
ความโง่ก็ดี ความฉลาดปราดเปรื่องก็ดี 
ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราทั้งหลายจะพึงยึดถือ
เอามาเป็นตัวเป็นตน เป็นเรา เป็นของของเรา 
เพียงแต่ว่าเป็นสภาวธรรมที่เราค้นคว้า...
และเรียนรู้ให้เกิดเป็นความรู้ของเราขึ้นมา
เพื่อจะถอดถอนกิเลสในหัวใจ... 

หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ

การสวดมนต์เป็นกรรมฐานอย่างหนึ่ง



การสวดมนต์ การฟังสวดมนต์ 
การพิจารณาธรรมที่มีอยู่ในบทสวดมนต์ 
ในขณะที่ฟัง ในขณะที่สวด
ก็เป็นการทำใจให้สงบ และทำให้ได้ปัญญา 
ก็เป็นการทำกรรมฐานอย่างหนึ่ง 

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช 
สกลมหาสังฆปริณายก

ผู้ปฏิบัติจะพ้นได้ ต้องสำรวมตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ



...ผู้ปฏิบัติจะพ้นได้ ต้องสำรวมตา หู จมูก 
ลิ้น กาย ใจของตน อย่าได้ยินดียินร้าย
และมั่นคงในศีล ๕ และกรรมบถ ๑๐
เมื่อเจตนาละเว้นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
บริสุทธิ์ทั้ง ๓ ไม่ทำบาปในที่ลับและที่แจ้ง
เจตนาทำบาปไม่มี จึงพ้นอบายภูมิ
เราพาตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เข้าสู่บารมี
ทศบารมี ทศอุปปารมี ทศปรมัตถปารมี
ให้เต็มรอบเพียงใด เราก็จะพ้นภัยเกิดตายนั่นเอง

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

ไม่ได้ละกิเลส กิเลสมันละไปเอง




กิเลสทั้งหลายเราจะไปนึกละ เราก็ละไม่ได้ 
พระพุทธเจ้าก็ตาม พระอรหันต์ก็ตาม... 
ท่านก็ไม่ได้ละกิเลส แต่ท่านทำให้รู้...เห็นทุกข์ 
ให้เห็นกิเลสและทุกข์ และอุปาทาน... 
ไม่ได้ละกิเลส กิเลสมันละไปเอง 
มันละไปเพราะอำนาจของปัญญาที่ได้รู้เห็นว่า 
กิเลสและทุกข์ และอุปาทาน ไม่ใช่จิต ไม่ใช่ตน 
รู้เห็นชัดได้อย่างนั้น กิเลสและทุกข์ และอุปาทานมันก็ดับไป

หลวงปู่เจือ สุภโร 

การฝึกสติแบบพุทธ เป็นไปเพื่อละความเพลิน



การฝึกสติแบบพุทธ เป็นไปเพื่อละความเพลิน 
เป็นไปเพื่อละความยึดติดในอารมณ์ เป็นไปเพื่อละความยึดถือในขันธ์ 
สลัดความเพลินในอารมณ์นั้นๆ ออกเสียได้ 
ภพคือแดนเกิด ชาติคือการเกิด ย่อมหมดสิ้นไป 
ไม่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏทุกข์นี้อีก 
ความเพลินใดๆ คือบ่อเกิดแห่งตัณหา ตัณหานั้น คือวัฏจักรทุกข์ 
ละความเพลินเสียได้ ย่อมดับวัฏสงสารสิ้นแล

ครูบาไตรภพ วัดป่าโคกเจริญธรรม
มูลนิธิวิศวาธารอโรคยาธรรมศาลฯ