จิตฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้
จิตแหละเป็นตัวนำทุกข์มาให้
ครั้นฝึกฝนดีแล้ว นำความสุขมาให้
อยู่ในโลกนี้ก็มีสุข ความทุกข์ไม่มี อันนี้มันเป็นธรรมดาของอัตภาพของสภาวะ มันเป็นเองของมัน ถึงมันจะทุกข์ปานใด มันก็ไม่มีความเดือดร้อน หวาดเสียวต่อความทุกข์
หลวงปู่ขาว อนาลโย
สุขทุกข์ไม่ใช่จิต
.
..สุขทุกข์เป็นเรื่องอารมณ์ภายในใจ
ยังไม่ใช่จิต เป็นอารมณ์เกิดดับได้
คนไม่เข้าใจ ไปเข้าใจจิตคืออารมณ์
อารมณ์คือจิต
เปรียบเหมือนแก้วน้ำใส
ใส่อะไรลงไปแก้วน้ำก็เป็นอย่างนั้น
เทออกก็เป็นแก้วน้ำอย่างเดิม
จิตเราก็เหมือนกัน
พระอาจารย์สมชาติ ธมฺมโชโต
จิตวางเพราะเห็นกายเป็นเพียงธาตุ
ถ้าเห็นชัดจริงๆ ในเรื่องของร่างกายบุคคลอื่
นและร่างกายเรา ว่าเป็นสักแต่ว่าธาตุตามธรร
มชาติ
จิตมันก็จะวางได้โดยสมบูรณ์
คือวางความยึดมั่นถือมั่นใน
ร่างกายตน วางความยึดมั่นถือมั่นในร่า
งกายบุคคลอื่น วัตถุธาตุทั้งหลาย มันจะเห็นเป็นสักแต่ว่าธาตุ
ตามธรรมชาติ
พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต
ถ้าเห็นทุกข์ได้ ใช้ทุกข์เป็น...
ถ้าเห็นทุกข์ได้ ใช้ทุกข์เป็น
ก็ไม่มีทางที่จะเป็นทุกข์
พระอาจารย์มานพ อุปสโม
การสร้างความรู้สึกตัวอยู่ที่การหายใจเข้าออก
การสร้างความรู้สึกตัวอยู่ที่การหายใจเข้าออก
อันนี้จะเป็นสิ่งที่ง่าย ถ้าเราหมั่นสนใจ เพราะว่าการหายใจเข้าหายใจออกพวกเราก็หายใจมาตั้งแต่เกิด
แต่เราขาดการสร้างความรู้ตัว
ก็เลยขาดความเคยชินตรงนี้ ก็เลยคิดส่งออกไปภายนอก ทั้งที่คิด เราก็รู้อยู่ว่าเราคิด จิตคิดเราก็รู้
เราก็ทำตามความคิดนั้น นั่นแหละเขาเรียกว่าจิตส่งออกไปข้างนอก
พระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร
ความกลัว เกิดจากความหลง
ความกลัว เกิดจากความหลง
เพราะหลงยึดในสังขาร จึงกลัวโน่น กลัวนี่
กลัวผี กลัวมันจะมาทำร้าย
ถ้าเรารู้ตามความเป็นจริงว่า
จิตเป็นของไม่ตาย สังขารเป็นของไม่เที่ยง
มันจะละความหลง และจะไม่กลัว..
หลวงปู่คูณ สุเมโธ
ปรากฏการณ์ต่างๆ ไม่ได้เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์
ปรากฏการณ์ต่างๆ ไม่ได้เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์
ความหลงผิด อยากให้ปรากฏการณ์ต่างๆ
เป็นดั่งใจต่างหาก ที่เป็นเหตุแห่งทุกข์
พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส
บุญที่แท้จริง
บุญตามหลักพุทธศาสนาอย่างแท
้จริง
นั่นก็คือการปฏิบัติที่จิต
อย่างอื่นเป็นแค่บริวารประก
อบ
ครูบาเจ้าหน่อแก้วฟ้า
อย่าถือดี ยึดดี
อย่าถือดี ยึดดี
“ดี”....ไม่ต้องมี
“ไม่ดี” ก็ไม่ต้องมี
อยู่เหนือดีซะ...
หลวงพ่อสมบูรณ์ ฉตฺตสุวณฺโณ
รักษาจิตตน พ้นบ่วงมาร
...บุคคลผู้ใดมาควบคุมรักษาจิตของตนอยู่เสมอๆ ด้วยการมีสติตามระลึกรู้ถึงการเคลื่อนไหวภายในจิตใจของเรา ผู้นั้นจะชื่อว่าได้รักษาจิตของตน เมื่อมีการรักษาจิตของตน ผู้นั้นก็จะพ้นจากบ่วงของมาร หรือจะพ้นจากเงื้อมมือของมารในที่สุดได้
หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)