ความเกิด เป็นของน่ารังเกียจ




ความเกิด เป็นของน่ารังเกียจ 
เพราะธรรมดาว่า เมื่อความเกิดมีอยู่ 
ความแก่จักปรากฏ 
ความเจ็บจักปรากฏ 
ความตายจักปรากฏ ...
แก่ผู้ที่เกิดมาแล้ว

(๑๐/๓๖) ‪#‎ธรรมะ‬

คิดเพื่อรู้เท่า คิดเพื่อรู้ทัน มันจะดับไปเอง



          ถ้าเรามีสติเราจะรู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เราคิดอะไร ถ้าคิดแล้วเราตามความคิดไป ก็แปลว่าเรายังเป็นผู้หลงอยู่ คิดเพื่อรู้เท่า คิดเพื่อรู้ทัน มันจะดับไปเอง คิดก็รู้ ไม่คิดก็รู้ เกิดก็รู้ ดับก็รู้ ไม่ดับก็รู้ ผลสุดท้ายมันดับไปก็รู้ นี่เรียกว่า ภาวนาเป็นปัจจุบัน เอาปัจจุบันเป็นเครื่องพิสูจน์การรู้ บุญก็เกิดขึ้นมาเอง ใจมีความอบอุ่น สงบ เยือกเย็น น้ำตาเต็มเบ้า อัศจรรย์ เกิดปีติ กายเบาจิตเบา เห็นว่าเมื่อก่อนเราตะครุบจิตไปที่อื่น บัดนี้เมื่อเราบังคับจิตให้รู้ตนเอง ธรรมทั้งหลายก็ปรากฏตรงนี้ เป็นปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ

                                                                                            หลวงพ่อคำสด อรุโณ

ใจไม่ยึด ไม่ถือ คือผลแห่งการปฏิบัติ



ถ้าเขายกย่องเราว่าปฏิบัติดี 
เราต้องถามตัวของเราอีกว่า เราดีอย่างเขาพูดหรือไม่ 
ถ้าเขาว่าเราชั่ว เราก็ถามตัวของเราอีกว่า เราชั่วอย่างเขาว่าหรือไม่ 
ถ้าใจมันวางได้ มันไม่ยึด ไม่ถือ ไม่เอามาเป็นอารมณ์ 
จิตนั้นก็ได้รับความสบาย 
นั่นแหละเรียกว่าเป็นผลแห่งการปฏิบัติ

หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป

สติเป็นสมบัติของทุกคน




สติมิใช่เป็นสมบัติของพระอริยเจ้า
เท่านั้นหากเป็นสมบัติของทุกคน
แต่เรามักละเลยกัน เพราะปรารถนา
ความสุขชั่วครู่ชั่วยาม เราปล่อยจิต
ให้ลิงโลดเมื่อประสบกับความสุข
แต่ครั้นความทุกข์คุกคาม
ก็ตื่นตระหนกจนช่วยตนเองไม่ได้


หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

ให้เอาความรู้สึกตัว ใส่เข้าไปในความเคยชิน



          สังเกตนะ วันๆ หนึ่ง ส่วนมากเราจะไหลไปอยู่กับความเคยชิน กระทั่งลืมความรู้สึกตัว ลองกลับมารู้สึกเรื่อยๆ ทำอะไรก็ รู้สึก รู้สึก รู้สึก...หลักปฏิบัติคือ ให้เอาความรู้สึกตัว ใส่เข้าไปในความเคยชิน ทีนี้ประโยชน์ของความรู้สึกตัว พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลรู้สึกตัวอยู่ กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ก็จะเกิดขึ้น อกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ก็จะดับไป ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อรู้สึกตัวอยู่ ความเป็นผู้รู้สึกตัว ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ เพื่อความดำรงมั่น เพื่อความไม่เสื่อมสูญ เพื่อความไม่อันตรธานแห่งพระสัทธรรม”

                                                                                      พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ

ความสุขใจไม่ได้อยู่ที่ความสมปรารถนา



ความสุขใจไม่ได้อยู่ที่ความสมปรารถนา 
การรู้จักทำใจ เมื่อไม่สมปรารถนาต่างหาก 
เป็นความสุข

หลวงปู่จันทร์ กุสโล

ศาสนาไม่ได้อยู่แค่กับพระกับเณร



          การวิ่งไปนั่น วิ่งไปนี่ พระองค์นั้นดี องค์นั้นไม่ดี องค์นั้นประพฤติชอบ องค์นี้ไม่ประพฤติชอบ ชอบพูดกันไป ว่ากันไป

          แต่ตัวเองนั้นมัววิ่งหาอยู่ ไม่เห็นสักที ศาสนาไม่รู้อยู่ไหน นึกว่าแต่อยู่กับพระกับเณรนั่นหรือ?

          ศาสนาไม่ได้อยู่แค่กับพระกับเณร แต่อยู่กับผู้ปฏิบัติธรรมทั่วไป ฆราวาส ญาติโยมก็ตาม หากมีศีล ประพฤติธรรม ศาสนาก็อยู่กับคนนั้นนั่นแหละ ให้เข้าใจอย่างนี้

                                                                                                        หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร

วิปัสสนาไม่ใช่เกาะแต่ตํารา



วิปัสสนาไม่ใช่เกาะแต่ตํารา 
จงหาของจริงมาใคร่ครวญ 
วิปัสสนาท่านให้ดูของจริง 
ไม่ใช่มัวถ่างตาดูแต่ตํารา
แล้วก็ติดตําราแจ 
ของจริงไม่ใช้ จะได้อะไรเป็นที่พึ่ง

หลวงปู่ปาน โสนันโท

จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน




....จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน 
รู้อยู่ในปัจจุบัน 
ละอยู่ในปัจจุบันนี้
จึงเป็นพุทโธ เป็นธัมโม....

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

พึงสักแต่กำหนดรู้ทุกอย่างตามความเป็นจริง



วิปัสสนากรรมฐานเป็น choiceless awareness 
พึงสักแต่กำหนดรู้ทุกอย่างตามความเป็นจริง 
ไม่มีการตัดสินว่า สภาวะนี้ดีหรือไม่ดี สภาวะนี้ชอบหรือไม่ชอบ 
ไม่มีการเลือกว่าอยากจะพบแต่สภาวะที่ถูกใจ รังเกียจสภาวะที่ไม่ถูกใจ 
ครูบาอาจารย์ท่านย้ำว่า ไม่มีสภาวะใดไม่ดี ทุกสภาวธรรมที่เกิดขึ้นล้วนดีหมด 
สมควรแก่การกำหนดรู้ทั้งสิ้น เรามีหน้าที่อย่างเดียวคือเป็นผู้ดูแล้วกำหนดรู้ไป 
เราไม่มีหน้าที่เป็นผู้กำกับหรือผู้พิพากษา 
การไม่กำหนดรู้หรือพยายามจะไปปรับเปลี่ยนสภาวธรรมที่ตนไม่ถูกใจ
เพื่อจะให้มันถูกใจต่างหาก คือ สิ่งที่ไม่ดี และต้องไม่เผลอทำ!

หลวงพ่อประจาก สิริวณฺโณ