สิ่งที่น่ากลัวในโลกนี้คือ “คนขาดสติ”



          สิ่งทั้งหลายที่น่ากลัวในโลกนี้คือ “คนขาดสติ” เพราะคนขาดสตินี้มันจะหมุนเข้าไปในสังสารวัฏฏ์ เข้าไปอยู่ในอำนาจการปรุงแต่ง ในการยึดมั่นถือมั่น ในอุปาทานที่มันเป็นภพ เป็นชาติของชีวิต...จิตขณะนั้นไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วแต่อำนาจของกิเลสตัวไหนเข้าครอบครองใจ

                                                                                    หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส 
                                                                                            (ส.มหาปัญโญภิกขุ)

ถ้าตั้งใจภาวนา อย่าส่งจิตไปทางอื่น



ถ้าตั้งใจที่จะภาวนา 
อย่าส่งจิตไปทางอื่น 
ให้ “รู้” อยู่ในกาย 
ในใจของเรานี่แหละ 
ถ้ายังตามความคิดอยู่
ไม่ใช่ภาวนา

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

เมื่อจิตไหล ก็ให้รู้ ดูที่จิต




เมื่อจิตไหล ก็ให้รู้ ดูที่จิต
หลงครุ่นคิด ก็ให้รู้ ดูเอาไว้
เมื่อจิตเผลอ ก็ให้รู้ ดูเข้าไป
ผลสุดท้าย มีแต่รู้ "กู" ไม่มี

พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ

มรรค 8 ข้อ รวมที่ความรู้สึกตัว



สติที่บริสุทธิ์ เป็นธรรมชาติ มีอุเบกขา ตั้งมั่น 
คือ ความรู้สึกตัว นั่นเอง
ความรู้สึกตัว ที่ปรากฏขึ้นนี่เแหละ 
มันจะเฉลยทุกอย่าง พาเราผ่านไปเห็นทุกอย่าง 
อย่างไม่เข้าไปเป็น...
ขณะที่เรารู้สึกตัว หนึ่งขณะ ๆ 
จึงเป็นการรวม “มรรค" ทั้งแปดข้อ
รวมเป็นหนึ่งเดียว เราไม่ได้เจริญมรรคทีละข้อ
แต่เราเจริญมรรคในฐานะที่เป็นองค์รวม
คือรวมไปที่ "ความรู้สึกตัว”

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา เขาเป็นธาตุ ๔



         ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา เขาเป็นธาตุ ๔ ไม่วันหน้าก็วันนี้ เขาจะแตกจะดับกลับไปตามเรื่อง เถียงไม่ขึ้น เขาจะเลือกคืนวันไหนก็ได้ ไม่ใช่ของเราเลย
                                                                                                 หลวงปู่สาย เขมธัมโม

ยิ่งสละ ยิ่งได้



ยิ่งสละ ยิ่งได้
ยิ่งเอายิ่งอด
ยิ่งสละให้หมด
ยิ่งได้มากมาย
ต้นไม้ยิ่งสลัดใบ...
ยิ่งแตกผลิ
งูยิ่งลอกคราบ
ก็ยิ่งโต

พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ
หนังสือน้อมสู่ใจ เล่ม ๑

ถ้าใจเผลอก็ให้รู้ว่าใจเผลอ




ต้องมีสติอยู่ตลอด 
ถ้าใจเผลอก็ให้รู้ว่าใจเผลอ 
ใจมีสติก็ให้รู้ว่าใจมีสติ
ใครที่กำหนดจิตที่เผลอได้บ่อยๆ 
ความเผลอมันจะสั้นลง
เคยเผลอยาว มันก็จะสั้นลง สั้นลง...
จนกระทั่งจะเผลอปุ๊บ ก็รู้ทันที

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

โง่อย่างนักปราชญ์ ฉลาดอย่างคนโง่



โง่ก็โง่อย่างนักปราชญ์ 
หากฉลาดก็จะฉลาดอย่างคนโง่ เข้าใจไหม ?
โง่อย่างนักปราชญ์คือยังไงล่ะ ?
นักปราชญ์ท่านศึกษาของจริงในจิตนี้
ฉลาดอย่างคนโง่ ก็คือรู้หมดสารพัด รู้ตามตำราผูกนั้นผูกนี้ 
นั่นล่ะ ฉลาดอย่างคนโง่ 
โง่อย่างนักปราชญ์ ฉลาดอย่างคนโง่ 
เราจะเอาอย่างไหน ?

หลวงปู่แบน ธนากโร

ไม่มีใครเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นแก่นศาสนา



...ไม่มีใครเกิด ไม่มีใครแก่ ไม่มีใครเจ็บ ไม่มีใครตาย 
นั่นแหละเป็นแก่นศาสนา 
เป็นแก่นไม้สัก ไม้ยาง เป็นแก่นไม้ประดู่ลาย 
เราจะไปเอากระพี้หรือเปลือก ใบ เป็นศาสนา 
เอาใบลานเป็นศาสนา เอากระดาษเป็นศาสนา ถูกเหมือนกัน แต่มันถูกแต่ชื่อ
ถ้าถูกโดยว่าหมดอาสวะได้ ต้องถึงจิตถึงใจนั่นเอง 
จิตเป็นผู้ถึงธรรม ถึงมนุสสธรรม ถึงเทวธรรม ถึงพรหมธรรม ถึงโลกุตตรธรรม 
ถึงอริยมรรค ๔ ถึงอริยผล ๔ ถึงด้วยจิต ...

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

คนจะทำฌานได้ จิตต้องละความโกรธให้ได้



          ต้องพยายามเจริญเมตตาภาวนาให้จิตมันเย็นเรื่อยๆ เวลาทำฌานจะเป็นเรื่องง่ายมาก บางคนทำไม่ได้จริงๆ เพราะจิตมันร้อน เพราะฉะนั้นคนจะทำฌานได้ จิตมันต้องละความโกรธให้ได้ เอาความโกรธไปนั่งทำฌาน ก็ไปไม่ได้ เอาความพยาบาทไปนั่งทำฌาน ก็ไปไม่ได้ เพราะมันเป็นนิวรณ์ ตัวนี้เป็นเครื่องกั้นคุณธรรมชั้นสูงเลย...

                                                                                          พระอาจารย์สมชาติ ธมฺมโชโต