การปรารถนาในภพต่อๆ ไป...
การปรารถนาในภพต่อๆ ไปตั้งล้านๆ ขณะจิต
ไม่เท่าขณะจิตเดียวที่หวังพ้นทุกข์ในปัจจุบันชาติ
หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
ให้วางใจเป็นกลางต่อสุขและทุกข์
แม้เรา จะรักความสุขมากมายเพียงใด
ความสุขก็หาได้รักเราไม่
วันดีคืนดีความสุขก็จากเราไป
ถึงจะกลับมาใหม่ ก็อยู่กับเราประเดี๋ยวประด๋าว
ส่วนความทุกข์นั้น แม้เราจะเกลียดเพียงใด
แต่มันก็มักจะมาหาเราอยู่เสมอ...
...
ลอง
วางใจเป็นกลาง
ต่อสุขและทุกข์ดูบ้าง
สุขมาก็ไม่ยินดี ทุกข์มาก็ไม่ยินร้าย...
ถ้าอาการดังกล่าวเกิดขึ้นกับใจ ไม่ว่าบวกหรือลบ
ก็แค่รับรู้เฉย ๆ ด้วยใจเป็นกลาง
ดีใจก็รู้ว่าดีใจ ไม่ไขว่คว้าคลอเคลีย
เสียใจก็รู้ว่าเสียใจ ไม่ปฏิเสธผลักไส
ถือว่าต่างคนต่างอยู่
ไม่นานก็จะพบว่า พอไม่รักสุข สุขกลับมา
พอไม่เกลียดทุกข์ ทุกข์กลับลาจาก
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
สติเป็นของสำคัญมากในทางความเพียร
สติเป็นของสำคัญมากในทางความเพียร
ถ้าขาดสติวรรคใดตอนใด
เรียกว่าขาดความเพียรแล้ว
เดินจงกรมอยู่ก็ไม่มีความหมาย
นั่งสมาธิอยู่ก็ไม่มีความหมาย
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
อย่าเอาจิตมาทุกข์สุขกับการทำงาน
ทำงานด้วยสตินะ
อย่าเอาจิตลงมาลุย อย่าเอาลงมาทุกข์มาสุขด้วย
ทำใจให้ถึงด้วยสติพร้อม งานจะสมบูรณ์แบบ
พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ
ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม...
ความหลง...
เป็นคุณสมบัติของปุถุชน
ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
เป็นคุณสมบัติของพุทธภาวะ
ปรมาจารย์ตั๊กม้อ
รู้ตน เห็นตน พ้นบ่วงมาร
ถ้าบุคคลใด
รู้ตน เห็นตน
อยู่ตลอดเวลา
บุคคลนั้นจะพ้นจากบ่วงมารไปได้อย่างสบาย
หลวงปู่คูณ สิริจันโท
ธรรมะรวมสู่การรู้กายใจ
ธรรมะทั้งหลายที่ต้องศึกษาเรียนรู้
ล้วนรวมสู่การรู้แจ้งที่กายใจของตนเอง
ไม่ใช่รู้ออกไปข้างนอก
การรู้ความจริงนั้น
จะต้องรู้เข้ามาสู่กายและใจของตน
ในขณะปัจจุบัน...
พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี
ความเห็นตามสัญญากับด้วยปัญญาต่างกันมาก
ความเห็นตามสัญญากับความเห็นด้วยปัญญา ต่างกันอยู่มากราวฟ้ากับดิน
ความเห็นด้วยสัญญา พาให้ผู้เห็นมีอารมณ์มาก
มักเสกสรรตัวว่ามีความรู้มาก ทั้งที่กำลังหลงมาก
จึงมีทิฏฐิมานะมาก ไม่ยอมลงให้ใครง่ายๆ...
ส่วนความเห็นด้วยปัญญาเป็นความเห็นซึ่งพร้อม
...
ที่จะถอดถอน
ความสำคัญมั่นหมายต่างๆ
อันเป็นตัวกิเลสทิฏฐิมานะน้อยใหญ่ออกไป
โดยลำดับที่ปัญญาหยั่งถึง ถ้าปัญญาหยั่งลงโดยทั่วถึงจริงๆ
กิเลสทั้งมวลก็พังทลายไปหมด
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
สัญญาเป็นความจำ ปัญญาเป็นความรู้เท่าทัน
ผู้ที่เรียนศึกษามากๆ นั้นนะ มันเป็นด้วยสัญญา ไม่ใช่ปัญญา
สัญญาเป็นความจำ
ปัญญาเป็นความรู้เท่าทัน
มันไม่เหมือนกัน มันต่างกัน
บางคนจำสัญญาเป็นปัญญา
ถ้าปัญญาแล้ว ไม่สุขกับใคร ไม่ทุกข์กับใคร
ไม่เดือดร้อนกับใคร ไม่เป็นทุกข์เป็นร้อน
...
กับจิตที่มันสงบหรือไม่สงบ
ถ้าสัญญาไม่ใช่อย่างนั้นนะ
มันเกิดความยึดมั่นถือมั่น
เป็นทุกข์เป็นร้อน
ไปตามอารมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความรวยที่แท้จริงคือความไม่อยาก
เคยมีคนถามพระพุทธเจ้าว่า “ความรวยที่แท้จริงคืออะไร” พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า
“ความรวยที่แท้จริงคือความไม่อยาก”
คนที่รวยเล็กน้อยคือพระโสดาบันและพระสกิทาคามี คนที่รวยปานกลางคือพระอนาคามี คนที่รวยที่สุดคือพระอรหันต์
หลวงปู่สาย เขมธัมโม
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)