โลกนี้มีแต่ทุกข์ 2 อย่าง



. . .จะเป็นสิ่งใดก็ตามที่เราประสบแล้ว
เรารู้สึกไม่พอใจ เราไม่ชอบใจ นั่นแหละเป็นทุกข์ไม่ปกปิด
เราประสบสิ่งใดแล้วเราคิดว่าเป็นสุข
รู้สึกเป็นสุข ดีอกดีใจ ชื่นใจชอบใจ นั่นคือ ทุกข์ปกปิด
ที่ว่าเป็นทุกข์ปกปิดก็เพราะว่ามันเป็นทุกข์อยู่
แต่เราไม่รู้ว่าเป็นทุกข์ เราสำคัญว่าเป็นสุข
พระพุทธเจ้าจึงเรียกว่า เป็นทุกข์ปกปิด
ก็ในโลกทั้งปวงมีแต่ทุกข์ ๒ อย่างนี้เท่านั้น
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในโลก
ล้วนแต่เป็นของไม่เที่ยงทั้งนั้น . . .

หลวงปู่เจือ สุภโร

รู้สึกตัวทั่วพร้อม สร้างนิพพาน...



          เมื่อท่านถูกอวิชชาครอบงำ อายตนะทั้ง 6 และขันธ์ทั้ง 5 ของท่าน ย่อมสร้างความทุกข์และความตายให้แก่ท่าน เมื่อท่านรู้สึกตัวทั่วพร้อม อายตนะทั้ง 6 และขันธ์ทั้ง 5 ของท่าน ก็สร้างนิพพานและอมฤตธรรมให้แก่ท่าน

                                                                                                   ปรมาจารย์ตั๊กม้อ

ของเป็นอยู่มีอยู่ในตัวของเรา เรียกว่าธรรมะทั้งนั้น



          ให้เข้าใจว่า ของเป็นอยู่มีอยู่ในตัวของเรา เรียกว่าธรรมะทั้งนั้น อย่างที่เราเห็นธรรมะว่า ความเกิดก็มีอยู่ ความแก่ก็เป็นอยู่มีอยู่ ความตายก็มีอยู่ในตัวของเรา แต่ไม่อยากดู เลยไม่เห็นธรรมะ อันการที่ไม่เห็นธรรมะ คือการไม่พอใจ ไม่เลื่อมใส ไม่ยินดีกับของที่มีอยู่เป็นอยู่นั่นเอง ครั้นหากเราพอใจเลื่อมใสยินดีในธรรมะที่เป็นอยู่มีอยู่นี้ แล้วพิจารณาลงไปเถิด ความชัดเจนแจ่มแจ้งก็จะเกิดขึ้นในใจของเรานี้เอง เหตุนั้น ท่านผู้พิจารณาธรรม ท่านจึงพิจารณาของในตัวเองอยู่ตลอดเวลา ขอให้มีศรัทธาเลื่อมใสพอใจยินดีอย่างยิ่งในธรรมะนั้นๆ ที่มีอยู่ในตัวของเรา ก็จะเป็นประโยชน์แก่ตัวของตนเองอย่างยิ่ง

                                                                                                 หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

สติกำหนดลมหายใจเข้าออก...



สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์ 
ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว

อานาปานสฺสติ ยสฺส อปริปุณฺณา อภาวิตา
กาโยปิ อิญฺชิโต โหติ จิตฺตมฺปิ โหติ อิญฺชิตํ 

ขุ.ปฏิ. ๓๑/๓๖๙

สอนตนเองเป็นของจำเป็นมากกว่าสิ่งใด



          ถ้าหากโลกทั้งปวงหนักไปทางสอนตนเองเป็นชั้นหนึ่ง และเป็นของจำเป็นมากกว่าสิ่งใดๆ แล้ว การโต้เถียงเกี่ยงงอนรังเกียจเบียดสีกัน ก็คงสงบไปในตัวเท่าที่ควร และพุทธศาสนาก็ยืนยันว่า "สอนตนดีแล้ว จึงสอนท่านผู้อื่น" จึงไม่เดือดร้อนในภายหลัง 

                                                                                               หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต 

พึงพิจารณากายนี้ให้เป็นของตาย



          ผู้มายึดมั่นสำคัญกายนี้ อันเป็นของไม่มีสาระ ว่าเป็นของมีสาระ ย่อมไม่ถึงธรรมที่เป็นสาระ มีแต่ความดำริผิดเป็นที่ไป ฉะนั้นพึงพิจารณากายนี้ให้เป็นของตาย สลายตามจริง ซึ่งเป็นคู่กันกับความเกิดแล้ว จะได้ละเลิก ถือของไม่มีสาระ ว่าเป็นของมีสาระเสียได้

                                                                                             หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

บุคคลที่มารทำลายไม่ได้



มารย่อมไม่สามารถทำลายบุคคล ผู้ไม่ตกเป็นทาสของความสวยงาม 
รู้จักควบคุมการแสดงออก รู้จักประมาณในโภชนาหาร 
มีศรัทธา และมีความขยันหมั่นเพียร 
เหมือนลมไม่สามารถพัดโค่นภูเขา

อสุภานุปสฺสึ วิหรนฺตํ อินฺทฺริเยสุ สุสํวุตํ โภชนมฺหิ จ มตฺตญฺญุํ สทฺธํ อารทฺธวีริยํ 
ตํ เว นปฺปสหตี มาโร วาโต เสลํว ปพฺพตํ

(ธรรมบท, ยมกวรรค, ๘)

อายุที่เราได้คือชีวิตที่เราสูญเสียไป




ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ไม่มีการสูญเสียใดๆ
ที่น่าเสียใจเท่ากับการเสียเวลา
เสียเวลาเพียงหนึ่งวินาที ก็เท่ากับสูญเสียส่วนหนึ่งของชีวิต 
อายุที่เราได้นั้นคือชีวิตที่เราสูญเสียไป


หลวงปู่จันทร์ กุสโล

พระพุทธเจ้าแสดงธรรมเพื่อเกื้อหนุนการละวาง



พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า พระองค์แสดงธรรมประดุจเรือ
เมื่อบุคคลอาศัยเรือมาถึงฝั่ง ก็ทิ้งเรือขึ้นฝั่ง
ไม่ต้องแบกหาบหามเรือตามไปบนฝั่งด้วย
เพราะว่าพระองค์แสดงธรรมเพื่อเกื้อหนุนการละวาง
มิได้แสดงธรรมเพื่อเกื้อหนุนความยึดมั่น
เพราะการยึดมั่นทั้งปวงมีโทษทั้งสิ้น
แม้กระทั่งการยึดมั่นในธรรม
จงอาศัยธรรมเพื่อเป็นเครื่องข้ามฝั่ง

พระอาจารย์ชุมพล พลปญฺโญ

แสวงหาธรรมจากความทุกข์นี้ดี



          แสวงหาธรรมจากความทุกข์นี้ก็ดีนะ ก็เพราะความทุกข์นี่่แหละเราถึงได้เข้าหาธรรม ความทุกข์ต่างๆ นั้นก็มีเหตุมาจากความหลง เราจะต้องปฏิบัติให้มีสติจนเกิดปัญญา ต้องทำให้ปัญญาเหนือความหลง

                                                                                                         หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต