ที่จริงทุกคนต้องวิ่งกลับไปหาทุกข์



          พระพุทธเจ้าท่านทรงเห็นทุกข์ ทำทุกรกิริยามากกว่าคนอื่น ท่านทำถึง ๖ ปี พอท่านเห็นทุกข์ ท่านบอกว่า ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นพ้นทุกข์ ธรรมนี้อยู่ที่ทุกข์ แต่ทุกวันนี้ทุกคนกำลังวิ่งหนีทุกข์ ทุกคนแสวงหาแต่ความสุข ที่จริงแล้วทุกคนต้องวิ่งกลับไปหาทุกข์ คือต้องไปหาปัญญา. . .

                                                                                          หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ

อย่าสนใจในจริยาของบุคคลอื่น



จงอย่าสนใจในจริยาของบุคคลอื่น 
เขาจะดีเขาจะเลวอย่างไร 
มันเป็นเรื่องของชาวบ้านชาวเมืองเขา 
อย่าใช้อารมณ์เข้าไปยุ่งไปเกี่ยว 
เรามีหน้าที่อย่างเดียวคือ 
อัตตนา โจทยัตตานัง 
จงกล่าวโทษโจทย์
ความผิดตัวเองไว้เสมอ 

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

"จิต" เปรียบเหมือน "คน" "ร่างกาย" เปรียบเหมือน "บ้าน"



"จิต" เปรียบเหมือน "คน"
"ร่างกาย" เปรียบเหมือน "บ้าน"
ถ้าจิตไปอยู่ที่อื่น ก็เท่ากับเรา
ไม่ได้อยู่ในบ้านของเรา
การไปอยู่ในบ้านของเค้า...
ย่อมไม่สุขสบายเหมือนกับ
เราอยู่ในบ้านของเรา

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

เห็นสังขารไม่เที่ยง คือทางแห่งความบริสุทธิ์



เมื่อใด อริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า 
สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง 
เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ 
นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์

สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ
อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา


ขุ.ธ. มรรควรรค ข้อ ๓๐, มจร. ข้อ ๒๗๗

Link to George Hodan's photo

ถ้ามีตัวรู้ ก็ไม่มีตัวหลง




ชีวิตของเรา มี “ตัวรู้” กับ “ตัวหลง” เท่านั้น 
ถ้ามีตัวรู้ ก็ไม่มีตัวหลง 
ต้นตอ "อกุศล" ทั้งหลายทั้งปวง 
มันเกิดจาก ความหลง

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

เพราะมีกายนี้




ความโลภก็เพื่อเรา
ความโกรธก็เพื่อเรา
ความยินดีในกามก็เพื่อตัวตน
เพราะมีกายนี้
ถ้าละความยึดมั่นถือมั่นในกายตน
ไม่มีอะไรที่โลภ ไม่มีอะไรที่โกรธ...
ไม่มีกามทั้งหลายเกิดขึ้น
เพราะมันมีแต่จิต
สภาวะธรรมนี่มันเป็นอย่างนั้น

พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต

ในโลกนี้มีแต่ "ทุกข์” สุขไม่มี

ในโลกนี้มีแต่ "ทุกข์” สุขไม่มี
มีทุกข์สองอย่าง คือ
ทุกข์ปกปิด กับ ทุกข์ไม่ปกปิด 
เราได้บ้านใหม่ ดีอก ดีใจ 
เราว่าเป็นสุข ที่แท้มันเป็นทุกข์ปกปิดน่ะ 
เราได้อยู่อาศัยสบายจริง 
แต่ว่าเราก็ต้องดูแล รักษาห่วงแหนต่างๆ 
นี่ ในโลกมีแต่ทุกข์ทั้งนั้น สุขไม่มี 
เรา “หลง” ต่างหาก 
ว่าเราเป็นสุขอย่างนั้น เป็นสุขอย่างนี้ 
สุข มัน “สุขสมมุติ” มันไม่ใช่สุขแท้ 
ถ้าสุขแท้ มันอยู่ที่ใจของเรา 
แต่เราไม่เห็นหรอก

หลวงปู่เจือ สุภโร

เพียงแต่รู้ เฝ้าดู เฝ้าเห็น



ขอให้ตั้งใจให้ดี มีสติทุกเมื่อ ทุกขณะจิต 
เพียงแต่รู้ เฝ้าดู เฝ้าเห็น 
กายกับใจเคลื่อนไหวไปตามเหตุปัจจัย 
เป็นเพียงรูปธรรมนามธรรมเท่านั้น 
เป็นเพียงก้อนทุกข์ ก้อนธาตุ เท่านั้น 
ไม่ควรไปให้ราคาตัวเอง
และวัตถุธาตุสิ่งใด 
ไม่ควรมั่นหมายผูกพันกับสิ่งใดในโลก

ครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสํวโร

กามทั้งหลายมีทุกข์มาก มีความสุขน้อย



กามทั้งหลายมีทุกข์มาก มีความสุขน้อย 
ทุกข์จะน้อยกว่ากามไปไม่มี 
ผู้ใดชอบเสพกาม ผู้นั้นย่อมเข้าถึงนรก

หลวงปู่หลุย จันทสาโร

ละรูปที่น่ารัก ละมูลเหตุแห่งทุกข์




เทวดาและมนุษย์จำนวนมาก
พากันเพลิดเพลินยึดติดในรูปที่น่ารัก
จึงระทมทุกข์ เสื่อมหมดสิ้น
ตกอยู่ในอำนาจของมัจจุราช
แต่คนเหล่าใดไม่ประมาท
ทั้งกลางวันและกลางคืน...
ละรูปที่น่ารักได้
คนเหล่านั้นย่อมขุดขึ้นได้ ซึ่งมูลเหตุแห่งทุกข์
ที่เป็นเหยื่อของมัจจุราช และที่ล่วงพ้นไปยาก

พุทธอุทาน