มีสติจะเห็นธรรม



ถ้ามีสติกำหนดเข้ามา จ ะ รู้ ทุ ก เ ว ล า
ว่าจิตของเรามีราคะไหม หรือหายแล้วไม่มี...
ดูโทสะ มีอยู่หรือหายโทสะแล้ว 
ดูโมหะ ความโง่เขลาความหลง 
ยังมีอยู่ก็จะรู้ หรือจิตของเรา
มันหายโทสะหายโมหะแล้วก็จะรู้ 
พระพุทธองค์จึงให้พิจารณาเข้ามาให้เห็น 
เห็นอันนี้เรียกว่าเห็นธรรม

หลวงปู่ขาว อนาลโย

มีสติรู้กาย ปัญญาจะค่อยๆ เกิดขึ้น



พระพุทธเจ้าสอนพระมหากัสสปะ ว่า
อย่าละสติไปจากกาย ให้มีสติรู้กายไว้เป็นนิจ
พระมหากัสสปะทำอย่างนี้อยู่ ๗ วัน 
สำเร็จอรหันต์...
สะติ สัพพัตถะ ปัตติยา ...
สติจำต้องปรารถนาทุกโอกาส
มีสติรู้กายไว้เนืองๆ ปัญญามันจะค่อยๆ เกิดขึ้น
โดยไม่รู้สึกตัว

หลวงปู่เจือ สุภโร

ผู้ที่มีธรรมในใจ และมุ่งมั่นต่อธรรมอย่างยิ่ง



          ผู้ที่มีธรรมในใจ และมุ่งมั่นต่อธรรมอย่างยิ่ง แม้จะเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ก็มักจะมีชัยชนะโดยธรรมเสมอ ไม่ค่อยจะมีอะไรมาทำร้ายให้ล่มจมฉิบหายเหมือนคนธรรมดาทั่วไป คล้ายกับมีปาฏิหาริย์ลึกลับอยู่ในตัวแบบพูดยาก และบอกใครไม่ได้ แต่เรื่องก็เป็นอย่างนั้นจริง

                                                                                              หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

ถ้ารู้เห็นจริง จะวางเอง



ถ้าเรารู้จริงเห็นจริงของสิ่งใด 
เราจะละวางเองในของสิ่งนั้น 
เหมือนรู้ว่าคนนั้นเป็นโจร
เราก็จะไม่ไปเกี่ยวข้องกับคนนั้น

หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ

ดูให้รู้ให้เห็น จิตจะวางในตัวของตัวเอง




          บางอาจารย์สอนว่าให้ปล่อยอย่างนั้น ให้ปล่อยอย่างนี้ อย่ายึดอย่างนี้...ที่แท้ไม่ต้องไปละอะไรเลย ทุกสิ่งทุกอย่างเราไม่ต้องละ เราดูให้รู้ให้เห็นเท่านั้น การจะดูให้รู้ให้เห็นก็ต้องอาศัยสติสัมปชัญญะตั้งอยู่ที่กายที่จิต ที่เรียกสติปัฏฐาน 4 อยู่เนืองๆ ไม่ละ ไม่วาง ปัญญาก็เกิดขึ้น รู้เห็นตามความเป็นจริง...

                                                                                                        หลวงปู่เจือ สุภโร

รู้...แบบสักแต่ว่า




การตามดูจิตนี่สำคัญ พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า
"ผู้ใดตามดูจิต ผู้นั้นจะพ้นจากบ่วงของมาร"...
เรามีหน้าที่เพียงรับรู้รับทราบความเป็นไปของจิต
รู้แบบสักแต่ว่า...
คือรู้แบบปล่อยวาง วางเฉย ไม่ยินดียินร้าย
จะเป็นสภาวธรรมที่ดี หรือไม่ดี ก็รู้ไว้...
สิ่งนั้นจะเกิด ก็ไม่ว่าอะไร
สิ่งนั้นจะดับ ก็ไม่ว่าอะไร
รู้แบบยอมรับกับสิ่งที่จิตไปรู้
นี่คือ 

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

สิ่งที่จะใช้ยืนยาวคือ อริยทรัพย์




โลกียทรัพย์ กล่าวคือ รูป รส เสียง กลิ่น รส สัมผัส 
ก็พึ่งได้เพียงชั่วคราว 
สิ่งที่จะใช้ยืนยาวคือ อริยทรัพย์ 
อันได้เเก่ศรัทธา ศีล หิริ โอตัปปะ พหุสัจจะ จาคะ 
เเละ ปัญญาในทางธรรมสำคัญกว่า

หลวงปู่บุญกู้ อนุวฑฺฒโน

สุขหรือทุกข์ ขึ้นอยู่กับความคิดหรือมุมมอง



อะไรเกิดขึ้นกับเรา ไม่สำคัญเท่ากับว่า
เรามองหรือรู้สึกกับสิ่งนั้นอย่างไร
แม้มีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับเรา
แต่หากรู้จักมอง ก็ไม่เป็นทุกข์
กลับได้ประโยชน์ด้วยซ้ำ ในทางตรงข้าม
แม้มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับเรา แต่ถ้ามองไม่เป็น
กลับเป็นทุกข์ ดังนั้นสุขหรือทุกข์
จึงขึ้นอยู่กับความคิดหรือมุมมองเป็นสำคัญ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจยิ่งกว่าอะไรอื่น

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ผู้ที่ฝึกจิตเข้าถึงฌาน 4 อยู่เสมอ



          ผู้ที่ฝึกจิตเข้าถึงฌาน 4 อยู่เสมอ จิตจะมีความสงบเยือกเย็น ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งภายนอก เพราะสิ่งภายนอกเข้ากระทบไม่ได้ หรือที่ชอบเรียกกันว่า "จิตนิ่ง" นั่งเอง เมื่อจิตนิ่งแล้ว ก็เปรียบเหมือนน้ำนิ่ง จะเห็นหลายๆ สิ่งหลายอย่างที่คนอื่นไม่เคยเห็น แม้กระทั่งเห็นจิตใจของคนอื่นได้ อย่างที่พระอาจารย์ต่างๆ สามารถตอบคำถามได้แบบจี้ใจ ก็เพราะท่านทราบจิตใจของเราแล้วนั่นเอง ทั้งนี้และทั้งนั้น ความรู้พิเศษเหล่านี้ ก็ไม่ควรยึดติด เพราะมันเป็นแค่ความรู้ทางโลก มิใช่ความรู้ทางธรรม ควรใช้สติปัญญาและเครื่องมือพิเศษเหล่านี้เข้าช่วยกันประหัตประหารกิเลส แบบนี้จะถูกต้องตรงตามคำสั่งและคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากที่สุด

                                                                                      หลวงปู่หลวง กตปุญโญ

ภาวนาแล้วเห็นภาพนิมิต



พวกที่ภาวนาแล้วเห็นภาพนิมิตต่างๆ มาปรากฏ 
ก็พากันเข้าใจไปว่าตนได้ญาณบรรลุมรรคผล
ทำให้เกิดความหลงงมงาย
ผลที่สุดก็เสื่อมไป โดยไม่ได้ประโยชน์อะไรจากธรรมะเลย

หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ