การภาวนาเป็นการควบคุมไม่ให้จิตตามอารมณ์
...ภาวนา เราต้องใช้ปัญญาควบคุมจิตใจของเรา ให้มีจิตได้ทบทวนตรวจค้นความรู้สึกสำนึกในจิตของเราอยู่เสมอ ไม่ให้มันล่วงเลยไปตามอารมณ์ คือไม่ตามใจ โดยมากคนเราไม่มีภาวนา ก็คือตามอารมณ์ คิดตามอารมณ์ พูดตามอารมณ์ ทำตามอารมณ์ แล้วแต่อารมณ์เป็นใหญ่
การภาวนาจึงเป็นการควบคุมไม่ให้จิตของเราตามอารมณ์ เหมือนกันกับสำลีหรือนุ่นที่เป็นของเบา ก็ต้องมีอะไรครอบไว้รักษาไว้ ลมพัดมามันจึงจะไม่ไปตามลม จิตของเราก็เหมือนกัน เราก็ต้องควบคุมด้วยการภาวนา ตรวจค้นจิตของเรา จึงเรียกว่า โอปนยิโก น้อมเข้ามาในตน ทบทวนเข้ามาหาจิตของเรา ความรู้สึกนึกตรวจค้นอยู่เสมอ ทบทวนจิตของเราให้รู้ผิดรู้ถูก รู้ดีรู้ชั่วของจิต
พระอาจารย์วัน อุตตโม
การฝึกทางโลกุตตระ คือทำให้หมดอุปาทาน
การฝึกทางโลกุตตระ คือทำให้มันหมดอุปาทาน
ปฏิบัติให้หมดอุปาทาน ให้พิจารณาร่างกายนี้แหละ
พิจารณาซ้ำแล้วซ้ำอีกให้มันเบื่อ
ให้มันหน่าย จนเกิดนิพพิทา ซึ่งเกิดได้ยาก
มันจึงเป็นของยาก ถ้าเรายังไม่เห็นก็ยิ่งดูมันยาก
หลวงปู่ชา สุภัทโท
กามคุณเปรียบภัย คือวังน้ำวน
กามคุณ ๕ อย่าง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
เปรียบด้วยภัย คือ วังน้ำวน
ใครหลงติดกามคุณทั้ง ๕ นี้
ก็จะติดเหมือนลิงติดตังอยู่ในวังน้ำวน
และมีแต่จะถูกกระแสน้ำดูดจมลงอย่างไม่ต้องสงสัย
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
สุปฏิปันโนคือ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ...
คำว่า สุปฏิปันโน ก็คือ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ด้วยการเอากายและใจเป็นหลักของอรรถของธรรม ทำจิตใจให้ผ่องใส... เอากายเราเป็นหลักธรรม เพื่อศึกษา พิจารณา ว่าธรรมะอยู่ไหน เกิดขึ้นได้อย่างไร... กายเป็นเพียง "หลักธรรม" ต่อเมื่อได้ลงมือปฏิบัติ จึงจะเป็น "ธรรม" จริงๆ เรียกว่ามีปัญญามาปฏิบัติให้สมกับตน
หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ
ยึดถืออุปสรรคเป็นอารมณ์กวนใจ เป็นความเขลา
โดยมาก อุปสรรคต่างๆ
เป็นเรื่องหยุมหยิมเล็กน้อยไม่มีสาระ
แต่มักจะรับเข้ายึดถือเป็นอารมณ์กวนใจ
ให้เดือดร้อนไปเอง จนถึงให้ทอดทิ้งความดี
ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่ใช่เป็นความฉลาด
แต่เป็นความเขลาของเราเอง
และทางพระพุทธศาสนาเรียกว่าเป็นผู้แพ้
ส่วนการชนะนั้น
ก็มิได้ประสงค์ให้ชนะในทางก่อเวร
แต่มุ่งให้เอาชนะตนเอง คือชนะจิตใจที่ใฝ่ชั่วของตน
และเอาชนะเหตุการณ์แวดล้อม
ที่มาเป็นอุปสรรคแห่งความดี
เพื่อที่จะรักษา และเพิ่มพูนความดีของตนให้ดียิ่งๆ ขึ้น
สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ความดีที่แท้จริง อยู่เหนือดี-ชั่ว
ธรรมะที่พระพุทธเจ้าท่านสอนน่ะ
ชอบก็ไม่ให้เอา ไม่ชอบก็ไม่ให้เอา
ไม่มีชอบ ไม่มีไม่ชอบ ไม่มีรัก ไม่มีเกลียด
เราเดินตรงเข้าไปหาสัจธรรม
ถ้ารู้จักแต่เรื่องบุญ
เรื่องบาป ฉันไม่เอา ฉันจะเอาบุญ ...
อันนี้มันเป็นตัวอวิชชาเหมือนกันนะ
เรื่องไม่บาป ไม่บุญ ทำไมไม่เดินเล่า
เรื่องที่ว่าไม่ดี ไม่ชั่ว ทำไมไม่เดิน
มันเป็นทางจะให้เราพ้นทุกข์
ความดีที่แท้จริง มันอยู่เหนือดี เหนือชั่ว
มันอยู่เหนือผิด เหนือถูก
หลวงปู่ชา สุภัทโท
คนเห็นวัด...
มาถึงวัดเห็นดินและต้นไม้
ยังไม่ใช่เห็นวัดดังคำขาน
คนเห็นวัดต้องเห็นธรรมสัมมาญาณ
เพ่งสังขารรู้ชัดเห็นวัดจริง
หลวงพ่อวิชัย เขมิโย
รักษาจิตไปทำไม
การรักษาจิตนั้น จะรักษาไปทำไม..? คือ รักษาไม่ให้มันยุ่ง มันไปยุ่งเกี่ยวกับอารมณ์ส่
หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป
ความไม่สวยงามในร่างกายนี้ ผู้มีปัญญาเท่านั้นจึงจะรู้
ความไม่สวยงามในร่างกายนี้ ผู้มีปัญญาเท่านั้นจึงจะรู้ เห็นตามความเป็นจริง ธรรมชาติเดิมของร่างกายแล้ว ไม่มีสิ่งใดเป็นของสวยงาม มีแต่สิ่งสกปรกโสโครก ความสวยงามนั้นมีอยู่ที่กิเลส สังขาร โมหะ อวิชชา มีความเข้าใจผิด รูปนั้นจึงมีความสวยงาม รูปสวยงามเพราะความรัก รูปสวยงามเพราะความยินดี รูปสวยงามเพราะความใคร่ รูปสวยงามเพราะมีความกำหนัด ถ้าจิตไม่มีความรัก ความใคร่ ความกำหนัดแล้ว รูปนั้นจะไม่มีสิ่งใดเป็นของสวยงามเลย..
หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ
ความรุ่งเรืองและการล่มสลายเป็นเพียงหยาดน้ำค้าง
...จงมองดูปรากฏการณ์แห่งความรุ่งโรจน์และความตกต่ำ ด้วยดวงใจที่สงบไร้กังวล เพราะทั้งความรุ่งเรือง และการล่มสลาย เป็นเพียงหยาดน้ำค้างบนใบหญ้าเท่านั้น
ปรมาจารย์ตั๊กม้อ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









