ให้มีสติตามรู้ความคิด



"ธรรมชาติของจิต จะไปหยุดนิ่งอยู่นานๆ ไม่ได้ เดี๋ยวมันก็คิด ในช่วงนั้นถ้าเกิดความคิดขึ้นมาปล่อยให้คิดไป แต่ให้มีสติตามรู้ สิ่งที่มันคิดนั้นจะเป็นอะไรก็ได้เรื่องครอบครัว เรื่องการเรื่องงาน เรื่องผู้เรื่องคน จิปาถะสารพัดที่จะคิดขึ้นมา เมื่อมันคิดขึ้นมาอย่างนั้น ปล่อยให้คิดไป แต่ให้มีสติกำหนดตามรู้ รู้ รู้ เป็นการส่งเสริมให้จิตของเรามีพลังเข้มแข้ง เพราะความคิดเป็นอาหารของจิต ความคิดเป็นการบริหารจิตให้เกิดสติปัญญา จินตามยปัญญา ปัญญาเกิดขึ้นได้จากความคิด เมื่อจิตมีความคิด สติสัมปชัญญะรู้พร้อมอยู่ทุกขณะจิต ความคิดสะเปะสะปะเหลวไหลนั่นแหละจะกลายเป็นปัญญาในสมาธิ เพราะจิตของเราคิดแล้วจะรู้สึกแต่เพียงสักแต่ว่าคิด คิดแล้วก็ปล่อยวางไปๆ เมื่อสติสัมปชัญญะมีพลังแก่กล้าขึ้นกลายเป็นปัญญา เมื่อมีปัญญาก็สามารถกำหนดหมายรู้ความคิดว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา แล้วก็รู้พระไตรลักษณ์ขึ้นมา ก็กลายเป็นปัญญาในขั้นวิปัสสนาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น จะไปข้องใจสงสัยอยู่ทำไมหนอรีบเร่งบำเพ็ญภาวนาให้มากๆ ให้ได้สมาธิเป็นเบื้องต้น

ทีนี้ถ้าหากว่าท่านผู้ใดขี้เกียจ หรือไม่มีอะไรจะคิดก็ให้กำหนดจิตรู้ที่จิตเฉยๆ ถ้าจิตว่างรู้ที่ความว่าง ถ้าจิตคิดรู้ที่ความคิด ว่างรู้ที่ความว่าง คิดรู้ที่ความคิด ไล่ตามกันไปอย่างนี้ เมื่อเราฝึกหัดจนคล่องตัว จนชำนิชำนาญ ทีหลังเราอาจจะไม่ได้ตั้งใจกำหนดรู้อารมณ์จิตหรือความคิด สติก็ทำหน้าที่ตามรู้คอยควบคุม เมื่อมีสติสัมปชัญญะ จิตของเราก็รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว อะไรผิด อะไรถูก มันจะรู้ของมันขึ้นมาเอง"

                                                                                         หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

การรู้ตัวมีพลังมาก



...การรู้ตัวจึงมีพลังมาก แค่รู้เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร
ความโกรธ ความทุกข์ก็หลุดไปเอง
โดยไม่ต้องไปทำอะไรกับมันเลย...

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

โลกเป็นของคู่



ถ้าเราไปยินดีในข้างเจริญ เราจะต้องเป็นทุกข์เดือดร้อนกับข้างเสื่อม
ถ้าเราไปยินดีในข้างขึ้น เราจะต้องเป็นทุกข์เดือดร้อนกับข้างลง
ถ้าเราไปยินดีในข้างบวก เราจะต้องเป็นทุกข์เดือดร้อนกับข้างลบ
บอกแล้วว่า ดีใจก็เพื่อเสียใจ ลิงโลดก็เพื่อเศร้าสร้อย ตื่นเต้นก็เพื่อเหงาหงอย
สมหวังก็เพื่อผิดหวัง ยินดีก็เพื่อยินร้าย เฟื่องฟูก็เพื่อตกดิ่ง โด่งดังก็เพื่ออับแสง

พระอาจารย์ชุมพล พลปญฺโญ

จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง



จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง

ท่านดาไลลามะ

ผู้จากของรักได้แล้วย่อมไม่มีโศก



ความโศกเกิดขึ้นจากความรัก
ภัยเกิดขึ้นจากความรัก
ผู้จากของรักได้แล้วย่อมไม่มีโศก
ภัยจะมีมาจากที่ไหน
ความโศกเกิดขึ้นจากความรัก
ความโศกเกิดจากความยินดี
ความโศกเกิดขึ้นจากกามคุณ
ความโศกเกิดขึ้นจากตัณหา

หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ

จงรักษาความเป็นกลาง



จงรักษาอัพยากฤตธรรม
คือความเป็นกลางนี้ไว้
อย่าเมาต่อสุข
อย่าเมาต่อทุกข์
นี่คือการเดินถูกต้อง
ตามทางสัมมาทิฏฐิขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

หลวงปู่ทา จารุธัมโม

ความทุกข์มีขึ้นเพื่อสอนเรา



ความทุกข์มีขึ้นเพื่อสอนเรา
ให้รู้จักหลุดพ้นจาก......ความทุกข์
ปัญหาเกิดขึ้นเพื่อสอนเราให้เกิดปัญญา
ด้วยเหตุนี้ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
หากคือครูที่มาสอนให้เราฉลาดขึ้นนั่นเอง

พระไพศาล วิสาโล 

ให้มีสติกํากับใจ เป็นสติถาวร



          ในทางปฏิบัติที่ว่า ปฏิบัติจิต ปฏิบัติใจ โดยให้ใจอยู่กับใจนี้ ก็คือให้มีสติกํากับใจให้เป็นสติถาวร ไม่ใช่เป็นสติคล้ายๆ หลอดไฟที่จวนจะขาด  เดี๋ยวก็สว่างวาบ เดี๋ยวก็ดับ เดี๋ยวก็สว่าง  แต่ให้มันสว่างติดต่อกันไปตลอดเวลา   เมื่อสติมันติดต่อกันไปอย่างนี้แล้ว   ใจมันก็มีสติควบคุมอยู่ตลอดเวลา  เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อยู่กับตัวรู้ตลอดเวลา"  ตัวรู้ก็คือ "สติ" นั่นเอง หรือจะเรียกว่า "พุทโธ" ก็ได้   พุทโธที่ว่า รู้ ตื่น เบิกบาน ก็คือตัวสตินั่นแหละ

                                                                                                        หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

เมื่อไม่ละกิเลส ไม่ได้ผล



                                                     บวชศรัทธาเพียงแต่      ละเพศ
                                                     เมื่อไม่ละกิเลส              ก็ไม่ได้ผล 
                                                     เรียนธรรมคำบรรยาย    แต่ไม่ได้ฝึกตน
                                                     ไม่เพียรมั่นอดทน         ไม่เกิดผลความดี

                                                           หลวงปู่เปลื้อง ปัญญาวันโต

ความตายนั้นแก้ไม่ได้



ความตายนั้นแก้ไม่ได้ 
พระพุทธเจ้าจึงให้แก้ใจตัวเอง 
ให้สงบนิ่งอยู่ภายใน

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร