การบำเพ็ญธรรมต้องให้มีสติ



การบำเพ็ญธรรมต้องให้มีสติ ถ้าขาดสติได้ชื่อว่าขาดความเป็นธรรม

หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

มีสติเสมอคือสมาธิ



มีสติคุ้มครองอยู่เสมอ นี่แหละคือสมาธิ
การทำสมาธิภาวนา คือการมีสติรอบคอบ
และการมีจิตเป็นปกติตามธรรมชาติ
ในการกระทำทุกอิริยาบถ

หลวงปู่ชา สุภัทโท

การปล่อยใจตามอารมณ์คือสิ่งน่ากลัว



จงควบคุมจิตในรูปต่างๆ ของท่านด้วยความระมัดระวัง 
การปล่อยจิตปล่อยใจไปตามอารมณ์นั่นแหละ
เป็นสิ่งที่ควรกลัวยิ่งกว่างูพิษ ควรกลัวยิ่งกว่าสัตว์ป่า 
ควรกลัวยิ่งกว่าโจรใจทมิฬ หรือควรกลัวยิ่งกว่ามหาอัคคีภัย

หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม

ไม่เพลิดเพลินสิ่งที่เป็นทุกข์ ย่อมพ้นทุกข์


ภิกษุทั้งหลาย !
ผู้ใด ไม่เพลิดเพลินอยู่ในรูป
 ผู้นั้น เท่ากับไม่เพลิดเพลินอยู่ในสิ่งที่เป็นทุกข์...
ผู้ใด ไม่เพลิดเพลินอยู่ในเวทนา
 ผู้นั้น เท่ากับไม่เพลิดเพลินอยู่ในสิ่งที่เป็นทุกข์...
ผู้ใด ไม่เพลิดเพลินอยู่ในสัญญา
 ผู้นั้น เท่ากับไม่เพลิดเพลินอยู่ในสิ่งที่เป็นทุกข์...
ผู้ใด ไม่เพลิดเพลินอยู่ในสังขารทั้งหลาย
 ผู้นั้น เท่ากับไม่เพลิดเพลินอยู่ในสิ่งที่เป็นทุกข์...
ผู้ใด ไม่เพลิดเพลินอยู่ในวิญญาณ
 ผู้นั้น เท่ากับไม่เพลิดเพลินอยู่ในสิ่งที่เป็นทุกข์
 เรากล่าวว่า
“ผู้ใด ไม่เพลิดเพลินอยู่ในสิ่งที่เป็นทุกข์
 ผู้นั้น ย่อมหลุดพ้นไปได้จากทุกข์” ดังนี้.

สังยุติตนิกาย ขันธวราวรรค

จิตไม่ปรุงแต่งคือการหักกงล้อแห่งวัฏจักร


          การทำจิตไม่ให้หมุนไปตามอายตนะหก คือปรุงแต่งส่งส่ายไปตามอารมณ์ต่างๆ นั้น เป็นการหักกงกำแห่งล้อของวัฏจักร นักปฏิบัติผู้ฝึกหัดได้อย่างที่อธิบายมานี้ ถึงหักกงกำ แห่งวัฏจักรไม่ได้อย่างเด็ดขาด ได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราว ก็นับว่าดีอักโขแล้ว ดีกว่าไม่รู้วิธีหักเสียเลย

                                                                                          หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

รักก็ทุกข์ เกลียดโกรธก็ทุกข์...


รักก็ทุกข์ เกลียดโกรธก็ทุกข์ อะไรทุกข์ทั้งนั้น
ขึ้นชื่อว่ากิเลสผลิตขึ้นมาแล้ว 
ไม่มีอะไรเป็นสุข มีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น  
นอกจากมันเคลือบด้วยน้ำตาลล่อนิดหนึ่ง 
เหมือนกับเขาเสียบเหยื่อใส่ปลายเบ็ดแล้วก็ล่อปลา 
ถ้ามีแต่เบ็ดล้วน ๆ ปลาก็ไม่กิน ต้องเอาเหยื่อล่อ  
พอเหยื่อล่อปลากินแล้วก็ตวัดทีเดียวเสร็จไม่มีเหลือ 
นี่ก็เหมือนกัน กิเลสมันล่อเรามาตั้งนานเท่าไร 
เมื่อไรเราจะเห็นโทษของมันกันบ้างเล่า?

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

สุขทุกข์ไม่ต่างกันในทางธรรม



          ความทุกข์ก็ดี ความสุขก็ดีนั้น ไม่มีความต่างกันในความหมายแห่งธรรม นั่นคือ มันก็อยู่บนพื้นฐานแห่งความเปลี่ยนแปลง อันจะนำให้เกิดความทุกข์ต่อจิตในที่สุด ความสุข คือ ความทุกข์ที่ละเอียด ตราบใดที่ยังเห็นว่า ยังรักสุข รังเกียจทุกข์ ก็พึ่งรู้ตัวว่า เรานี้ก็ยังจะมีชาติภพต่อไปอีกอยู่นั่นเอง ไม่จบไม่สิ้น 

                                                                                        พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

ผู้ฉลาด เรียนรู้จากกายจิต



ผู้ฉลาด เรียนรู้จากกายจิต 
ผู้อยากรู้ผิด เรียนภายนอก ...

คุณแม่จันดี โลหิตดี

ถ้าใจเป็นอย่างใบบัว...



เมื่อจิตเราไม่ยึด ก็เรียกว่า จิตมันไม่รับ
เหมือนกับใบบัวที่เราเทน้ำลงไป
น้ำก็ไม่สามารถที่จะซึมซาบ
เข้าไปในใบบัวนั้น
ฉันใดก็ดี อารมณ์ต่างๆ 
จะเป็นอารมณ์ดี อารมณ์ไม่ดี
เมื่อมันเข้ามาถึงใจเราแล้ว
ถ้าใจเราเป็นอย่างใบบัว
อารมณ์นั้นก็ไม่ติดอยู่ในใจ


หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป

สัมผัสสิ่งใดอย่างรู้เท่าทัน จึงเป็นสุข



          ไม่ใช่ว่าปฏิบัติธรรมแล้วชีวิตจะราบรื่นเป็นมอเตอร์เวย์แปดเลนไปตลอดทาง ไม่ใช่ว่าทำความดีจะเจอแต่สิ่งดีที่ถูกใจเสมอไป โลกธรรมต้องมีอยู่เหมือนเดิมเพราะเป็นของของโลกที่เราอยู่อาศัย คนดีเข้าป่ายุงไม่ได้กัดน้อยกว่าคนชั่ว เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องของโลกให้จัดเจน โดยเฉพาะโลกธรรม ถ้าเรารู้เท่าทันโลกธรรม มันจะทำให้ใจเราไม่ต้องไปขุ่นมัวกับมัน สัมผัสสิ่งใดอย่างไม่รู้เท่าทัน สิ่งนั้นจะนำทุกข์มาให้ สัมผัสสิ่งใดอย่างรู้เท่าทัน สิ่งนั้นจะนำสุขมาให้

                                                                                                             ชยสาโรภิกขุ