การปฏิบัติสุญญตา



        ...การปฏิบัติสุญญตานั้น...ไม่ใช่ทีแรกก็ให้ว่างกันไปเสียหมด ไม่ต้องมีอะไรจะยึดถือทั้งนั้น ...ให้ว่างจากความไม่ดี ความชั่ว...อย่าให้ว่างจากความดี ... ถ้ายังไม่เป็นพระอรหันต์แล้ว ก็จะต้องทิ้งไม่ดี ยึดดีไว้ ...ปฏิบัติเพิ่มพูนขึ้นไปโดยลำดับ ...เป็นพระอรหันต์เมื่อไรก็เป็นอันว่าว่างหมดทั้งดีทั้งชั่ว เพราะฉะนั้น เมื่อตนยังไม่ถึงขั้นถึงตอนที่จะไปว่างหมด คิดว่าจะว่างหมด สุญญตาหมด ก็เป็นการคิดผิด ปฏิบัติผิด ...ขั้นของธรรมะที่ปฏิบัตินั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต้องมีความเข้าใจ และเมื่อปฏิบัติถูกต้องดั่งนี้ ก็เรียกว่า ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม

                                          สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

จะต้องมีสติ พร้อมอยู่เสมอ



จะต้องมีสติ พร้อมอยู่เสมอ
ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น 
เพราะ มันมีโอกาสบรรลุธรรม
อยู่ทุกเวลา ทุกสถานที่
เมื่อเราตั้งใจพิจารณาอยู่

 หลวงปู่ชา สุภทฺโท 

มีคู่ดีเป็นทุกข์กว่าคู่ไม่ดี



การมีคู่เป็นทุกข์ ยิ่งมีคู่ดี 
ก็ยิ่งทุกข์มากกว่าคู่ไม่ดี 
เพราะมันผูกพันกันมาก

 ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก 

ปรารถนาปัญญา พึงทำใจให้สงบ



          ผู้มีปัญญา...จึงเป็นผู้มีจิตสงบ แม้ปรารถนาจะเป็นผู้มีปัญญา พึงทำใจให้สงบ คือ สงบจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ปรารถนาเป็นผู้มีปัญญาเพียงไร พึงทำให้สงบเพียงนั้น อีกนัยหนึ่งก็คือ ทำใจให้สงบได้เพียงใด ก็จะสามารถอบรมปัญญาให้ยิ่งขึ้นได้เพียงนั้น

                                     สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ความผิดนี้แหละ เป็นครูอย่างดี



จงระลึกถึงคติพจน์ ว่า “Do no wrong is do nothing!” 
“ทำอะไรไม่ผิดเลย ก็คือไม่ทำอะไรเลย” 
ความผิดนี้แหละ เป็นครูอย่างดี 
ควรจะรู้สึกบุญคุณของตัวเอง ที่ทำอะไรผิดพลาด 
และควรสบายใจที่ได้พบกับอาจารย์ผู้วิเศษ คือความผิด

 ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

ผลของความอ่อนน้อม



ความได้เกิดในชาติตระกูลสูง 
ย่อมเกิดแต่ความอ่อนน้อมต่อผู้ควรได้รับความอ่อนน้อม

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช 
สกลมหาสังฆปริณายก

ไม่สบายคือโอกาสเข้าถึงธรรม



          เวลาไม่สบายนะเป็นของดี ให้พิจารณาเวทนาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เอาแต่นอน นอนก็นอนทำสมาธิ พิจารณาอาการเวทนาที่เกิดขึ้นให้ได้ อย่าให้จิตเป็นไปตามเวทนาที่เกิด

                                                                                                    ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก 

อยู่ใกล้พระ ไม่ละทิ้งทิฐิมานะ...


อยู่ใกล้พระ ไม่ละทิ้งทิฐิมานะ 
เหมือนขาดจุดรวมแสง มองไปก็มัวสลัว

ชยสาโรภิกขุ



พบอะไรก็ตามอย่าหลงติด



          พบอะไรก็ตามอย่าหลงติด ได้รับอะไรก็ตามอย่าหลงติด พบความทุกข์ก็อย่าหลงติด โดยหลงคิดว่าจะต้องพบความทุกข์นั้นตลอดไป พบความสุขก็อย่าหลงติดโดยหลงคิดว่าจะต้องพบความสุขนั้นตลอดไป....นี้แหละที่เรียกว่าทุกข์เพราะความคิดที่ผิด ความคิดจะไม่ให้ความทุกข์ทรมานใจหนักหนาเกินกว่าจำเป็น แก่ผู้ที่ทุกขณะจิตได้ยินพระสุรเสียงในสมเด็จพระบรมศาสดาตรัสเตือน “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับเป็นธรรมดา” ทุกข์แล้ว ทุกข์ก็จะดับ ไม่ใช่ทุกข์แล้วก็จะทุกข์ ทุกข์ ทุกข์ ตลอดไป ไม่รู้จบไม่รู้สิ้น และเช่นเดียวกัน สุขแล้ว สุขก็จะดับ ไม่ใช่สุขแล้วก็จะสุข สุข สุข ตลอดไป ไม่รู้จบไม่รู้สิ้น

                                                   สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก



เราเกิดมาแล้ว ความตายมันแขวนคอไว้



เราเกิดมาแล้ว ความตายมันแขวนคอไว้
ตายทุกลมหายใจเข้า ตายทุกลมหายใจออก
จิตโมหะ เราจะมาลุ่มหลงมัวเมา
หัวเราะ ร้องไห้ อยู่นี่หรือ
ไม่ดำเนินเดินไปสู่ความพ้นทุกข์ในวัฏฏะสงสาร
จะมาติว่า โลกนี้มันเป็นทุกข์ อย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้
จิตเราหลงมาติดอยู่ในโลก
ไม่ใช่โลกมันมาติดเรา

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร