เมตตากับศีลเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน



เมตตากับศีล
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเสมอ 
ยากจะแยกจากกันได้ 
ผู้มีศีลก็คือผู้มีเมตตา
ผู้มีเมตตาย่อมเป็นผู้มีศีล 

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช 
สกลมหาสังฆปริณายก

ความสุขจริงแท้เริ่มที่พิจารณากายเป็นอสุภะ



           ถ้ามีสติปัญญาที่จะพิจารณาร่างกายของเรานี้ให้เห็นเป็นอสุภกรรมฐาน หรือธาตุกรรมฐาน ให้จิตปล่อยวาง ความยึดมั่นถือมั่นในร่างกายของเรา  พิจารณาธาตุจนถึงความว่างว่ากายนี้ไม่มีอะไร สักแต่ว่าธาตุตามธรรมชาติ ถ้าจิตเราเห็นเช่นนั้นตามความจริง ก็สามารถที่จะถ่ายถอนความยึดมั่นถือมั่นในกายตนได้ สามารถที่จะถ่ายถอนความยึดมั่นถือมั่นในวัตถุธาตุทั้งหลายในโลกนี้ได้ ความโลภก็ดับลงไป ความโกรธก็ดับลงไป ความหลงในกายตนก็ดับลงไป ความสุขที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นภายในจิตใจของแต่ละบุคคล

                                                                                     พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต

เนกขัมมะ ไม่จำเป็นต้องบวชกาย



          เนกขัมมะ คือการหนีออกจากกามคุณจากทุกข์จากโทษจากภัยอันตราย โดยการจะบวชหรือไม่บวชก็ใช้ได้เหมือนกัน ทั้งนี้เพราะเนกขัมกินความกว้างกว่า บางท่านไม่บวชกายแต่ว่าใจบวชก็ดีเหมือนกัน บางท่านบวชกายแต่ไม่บวชใจ บวชเข้ามาแล้วก็ไม่ตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรมวินัย อันนี้ก็ใช้ไม่ได้...

                                                                                                หลวงปู่พระสุพรหมยานเถร

เรามีสิทธิ์ชั่วคราวในของๆ เรา



ทุกๆ อย่างที่ยึดถือว่าเป็นของเรานั้น
แม้ว่าจะมีสิทธิอยู่ แต่ก็เป็นสิทธิชั่วคราวเท่านั้น
ไม่เป็นสิทธิที่แท้จริง เพราะถ้าเป็นสิทธิที่แท้จริงแล้ว
ก็จะต้องไม่มีความพลัดพราก

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช 
สกลมหาสังฆปริณายก

จิตที่อบรมถูกต้อง ปัญญาย่อมเกิด



จิตที่ได้รับการอบรมที่ถูกต้องแล้ว ปัญญาย่อมเกิดขึ้น 
จะมองดูอะไรก็เป็น “นิยายนิกธรรม” ทั้งสิ้น 
ส่วนผู้ไม่ได้รับการอบรมจิตที่ถูกต้อง ปัญญาแท้จริงก็ไม่เกิด 
แม้ผู้นั้นกำลังจับพระไตรปิฎกอ่านอยู่ก็ไม่เป็นผล 
ยิ่งทำให้เกิดความลังเลสงสัยตลอดไป 
ส่วนผู้มีปัญญาอบรมมาด้วยจิตที่ถูกต้อง 
แม้จะไม่ต้องจับพระไตรปิฎก 
แต่ก็น้อมเอาสิ่งต่างๆ มาเป็นธรรม 
เป็นยอดพระไตรปิฎกได้

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

กฎของจิตตานุภาพ



          จงจำไว้ว่า ถ้าปรารถนาความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่น ก็ควรส่งกระแสใจที่ประกอบด้วยความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจไปยังท่านเหล่านั้น แล้วก็จะได้รับความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจจากท่านเหล่านั้นเช่นเดียวกัน นี่เป็นกฎของจิตตานุภาพ


                                                                                        ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

น้อมจิตถึงสรณะเป็นกิจที่ผู้ปฏิบัติธรรมะควรมีเสมอ


          การที่มาปฏิบัตินอบน้อมดังบท นะโม และน้อมจิตถึงสรณะดังบทว่า พุทธัง ธัมมัง สังฆัง นั้น จึงเป็นกิจที่ผู้ปฏิบัติธรรมะควรมีอยู่เสมอ จิตจะได้ไม่ห่างจากพระพุทธเจ้าพระธรรมพระสงฆ์ จิตก็จะได้ถูกนำไปสู่ความเป็นศีลเป็นสมาธิ และเป็นปัญญากับทั้งวิมุติ เพราะฉะนั้นสรณะนี้จึงเปรียบเหมือนอย่างว่าเป็นพาหนะ เช่นเป็นรถไฟ เป็นรถยนต์ หรือเป็นพาหนะอย่างอื่น ที่เมื่อขึ้นไปนั่งอยู่บนพาหนะเหล่านี้ พาหนะเหล่านี้ก็จะนำไปสู่ปลายทางที่ต้องการ คือศีลสมาธิปัญญาวิมุติ

                                                  สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

วิ่งกับสุขกับทุกข์ ไม่พบธรรมะ



เราจะปฏิบัติอย่างไร อันนี้สำคัญ
ถ้าเราไปวิ่งกับสุข ไปวิ่งกับทุกข์
มัวไปวิ่งกับสุข ไปวิ่งกับทุกข์อยู่นั่น
จะวิ่งตลอดจนถึงวันตาย ก็ไม่พบธรรมะ
ก็อยู่ไม่ได้ เมื่อรู้จักสุขทุกข์ทั้งสองนี้ขึ้นมาเมื่อไร
เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไรโดยธรรมะ นี่คือการปฏิบัติ

 หลวงปู่ชา สุภัทโท

ร่างกายเป็นของปฏิกูล



          เพราะร่างกายไม่ใช่ของสวยงามอะไร เขาเกิดมาเพื่อแก่ เพื่อเจ็บ เพื่อตายเท่านั้นเอง อวัยวะแต่ละส่วนๆ ก็ล้วนเป็นของปฏิกูลด้วยกันทั้งนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าร่างกายเป็นของปฏิกูล เป็นของน่าเกลียดเป็นของไม่สวยไม่งาม
          จะสวยงามอะไร ก็ของมันต้องล้าง...กันอยู่ทุกวัน ถ้ามันไม่ล้างแล้วมันจะขนาดไหน นี่ ความเจริงเป็นอย่างนี้ แต่เราพยายามปกปิดกัน พยายามที่เอาอันนั้นมาปิด เอาอันนั้นมาเคลือบ เอาอันนั้นมาย้อม อันนี้เป็นการปกปิดเป็นการหลอกลวงกันอยู่เสมอ ความเป็นจริงเราไม่ค่อยจะให้มันปรากฏออกมา

                                                                                                หลวงปู่แบน ธนากโร

สมาธิเป็นหลักแกนของการปฏิบัติธรรม



          ...สมาธิเป็นข้อหลัก...เป็นอันดับ ๑ และ...มรรคมีองค์ ๘ ข้ออื่นนั้นเป็นบริวาร หรือเป็นบริขารของสมาธิ และสมาธินั้นก็คือจิตนั้นเองที่ตั้งมั่น….เป็นสัมมาสมาธิ... สงบจากกาม สงบจากอกุศลธรรมทั้งหลาย… จิตที่เป็นสมาธิ คือที่ตั้งมั่นอยู่โดยชอบนี้ ย่อมสามารถรับกุศลธรรมทั้งหลายได้ ถ้าจิตกวัดแกว่ง หรือซึมเซา ย่อมรับกุศลธรรมทั้งหลายไม่ได้ เหมือนอย่างมือ ถ้าหากว่ามือที่กำอยู่...ก็รับของอะไรไม่ได้ หรือแม้มือที่แบ...แต่ว่าถ้ากวัดแกว่ง ... ก็วางของลงไปในมือ ให้ของตั้งอยู่ด้วยดีไม่ได้ แต่เมื่อมือแบและนิ่งอยู่ วางของลงบนมือนั้น ของนั้นก็ตั้งอยู่ได้ จิตก็เช่นเดียวกัน ต้องเป็นจิตที่แบคือไม่ซึมเซา และไม่ฟุ้งซ่านคือไม่แกว่ง จึงจะรับรองกุศลธรรมทั้งหลายได้...สมาธิจึงเป็นหลักแกนของการปฏิบัติธรรม พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสยกไว้เป็นประธาน ...

                                                       สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก