ปล่อยวางกับปล่อยปละละเลย
ผู้คนมักเข้าใจว่า ปล่อยวางหมายถึงวางเฉย หรือปล่อยปละละเลย นี้เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เกิดจากความสับสนระหว่าง “ทำจิต” กับ “ทำกิจ” ปล่อยวางนั้นเป็นเรื่องของการทำจิต มุ่งแก้ความทุกข์ทางใจ แต่คนเราไม่ได้มีแต่ความทุกข์ทางใจ เรายังมีความทุกข์ทางกาย ตลอดจนปัญหาอื่น ๆ ที่อยู่รอบตัว ซึ่งต้องอาศัยการทำกิจควบคู่กับการทำจิต เช่น ถ้ารถเสียหรือหลังคารั่วก็ต้องซ่อม ขณะเดียวกันก็ควรรักษาใจไม่ให้ทุกข์ ตรงนี้แหละที่การทำจิตเข้ามามีบทบาท แต่ถ้ารถเสียหรือหลังคารั่วแล้วไม่ทำอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่ยังต้องใช้มันอยู่และอยู่ในวิสัยที่ซ่อมได้ อย่างนี้แหละเรียกว่า วางเฉย หรือปล่อยปละละเลย ไม่ใช่ปล่อยวาง
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
สมาธิ สำคัญที่รู้ปัจจุบัน
เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น
คุณแม่จันดี โลหิตดี
วัตถุมงคลเป็นเพียงวัตถุ
วัตถุมงคลก็เป็นเพียงวัตถุเท่านั้น ของจริงก็คือ พระสัจจธรรมทั้งปวง มีวัตถุมงคลแล้วไม่ทำตัวให้ดีไม่ทำใจให้เป็นกุศล ก็หวังอะไรไม่ได้สักอย่าง มีวัตถุมงคลแล้วต้องทำความดีด้วย จึงจะเกิดผลต่างๆเป็นนานาประการ หากหวังพึ่งวัตถุมงคลอย่างเดียวโดยไม่สร้างบุญกุศลย่อมไม่ได้อะไรขึ้นมา
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
อนัตตามีอยู่ แต่ไม่มีสาระ
สุขก็ไม่ใช่ของใคร
มันเกิดขึ้นมาประเดียวประด๋าวแล้วมันก็หายไป
เดี๋ยวทุกข์อื่นเกิดขึ้นมาอีกแล้วมันก็หายไป
ไม่ใช่ของใครทั้งหมด
มันเป็นของประจำกายอยู่อย่างนั้น จึ่งว่าเป็นอนัตตา
อนัตตาไม่ใช่ของไม่มีอยู่
อนัตตาเป็นของมีอยู่เห็นอยู่เดี๋ยวนี้แหละ
แต่เป็นของไม่มีสาระ
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
วิธีปฏิบัติให้ก้าวหน้า
ถาม : การปฏิบัติของเราไม่ก้าวหน้าเลย ?
ตอบ : ก็มัวแต่กังวลแล้วจะก้าวหน้าได้อย่างไรเล่า วิธีที่ดีที่สุดคืออยู่กับปัจจุบัน อย่าไปคิดฟุ้งซ่านกับเรื่องเก่า คนอื่นเขาจะทำอย่างไรกับเรา ไม่ต้องไปคิด ที่ผ่านมาแล้วช่างมัน ยังมาไม่ถึงช่างมัน อยู่กับลมหายใจเข้าออกในปัจจุบัน ถ้ารักษาอารมณ์นี้ได้ความก้าวหน้าจะมี ถ้าหลุดจากตรงนี้เมื่อไรจะเริ่มทุกข์ ความก้าวหน้าจะหาไม่ได้อีกต่างหาก
ถาม : เวลาอยู่คนเดียวไม่มีอะไรให้ยึด ?
ตอบ : นึกถึง พระพุทธเจ้า ที่ไหนก็ได้สักองค์หนึ่งที่เราเคารพมากที่สุด บารมีพระครอบคลุมอยู่ทุกอณูในจักรวาลนี้ เพียงแต่เราระลึกถึงท่านหรือเปล่า ? ถ้าเราระลึกถึงท่าน ท่านก็อยู่ในจิตในใจเรา พร้อมที่จะสนับสนุนช่วยเหลือเรา ต่อให้เรารู้หรือไม่รู้ก็ตาม ขอให้เราเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นแล้วยึดท่านเป็นที่พึ่ง
สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
ณ บ้านวิริยบารมี ต้นเดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๖
สิ่งที่รักมาก เป็นศัตรูมาก
สิ่งใดที่เรารักมาก ก็เป็นศัตรูแก่เรามาก
สิ่งใดที่เรารักน้อย ก็เป็นศัตรูแก่เราน้อย
สิ่งใดที่เราไม่รักเลย ก็เฉย
ท่านพ่อลี ธัมมธโร
อารมณ์ไม่ใช่จิต
...สุขทุกข์เป็นเรื่องอารมณ์ภายในใจ ยังไม่ใช่จิต เป็นอารมณ์เกิดดับได้ คนไม่เข้าใจไปเข้าใจจิตคืออารมณ์ อารมณ์คือจิต เปรียบเหมือนแก้วน้ำใส ใส่อะไรลงไปแก้วน้ำก็เป็นอย่างนั้น เทออกก็เป็นแก้วน้ำอย่างเดิม จิตเราก็เหมือนกัน
พระอาจารย์สมชาติ ธมฺมโชโต
เป็นมนุษย์สุดดีอยู่ที่จิต
เป็นมนุษย์สุดดีอยู่ที่จิต
ทำพูดคิดในแนวธรรมพระพร่ำสอน
จะดีอื่นหมื่นแสนยังแคลนคลอน
ดีแน่นอนที่ดวงจิตปิดอบาย
พระอาจารย์สมชาติ ธมฺมโชโต
รู้ที่เกิดจากจิต คือ รู้จริง
รู้ที่เกิดจากจิต คือ รู้จริง
รู้ที่เกิดจากสมอง คือ รู้หลอก
พุทโธ คือ ยาชลอความหลง
ผู้ใดหมั่นพิจารณาจิต ผู้นั้นจะพบธรรมแท้
สุขแท้ นั่นคือ ที่สุดของผู้หยุดวัฏฏะ..
คุณแม่จันดี โลหิตดี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









