จิต-กิเลส-สติ



..จิต คือ ผู้นึกปรุงแต่งสัญญาอารมณ์ต่างๆ ...

..กิเลส เครื่องเศร้าหมอง คือ จิตที่ไปยึดเอาอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากจิตมาเป็นของตัว..

..สติ คือ ผู้ควบคุมจิตไม่ให้หลงไปยึดเอาอารมณ์ต่างๆ มาเป็นของตัว..

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ไม่มีอะไรดีเท่าการบำเพ็ญภาวนา



...จะให้พรที่ดีที่สุด คือให้ภาวนาดีๆ 
พระพุทธเจ้า เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยการภาวนา 
พระอรหันตสาวกเจ้า เป็นพระอรหันต์ด้วยการภาวนา
พิจารณาดูแล้ว ไม่มีอะไรดีเท่าการบำเพ็ญภาวนา 
พ้นจากทุกข์ได้เพราะการภาวนา

หลวงปู่แบน ธนากโร

จิตเป็นพระ ต้องชนะ กามฉันท์


จิตเป็นพระ ต้องชนะ กามฉันท์
เครื่องผูกพัน อยู่ใน วัฏสงสาร
ตัวมิจฉา ความเห็นผิด จิตเป็นพาล
เพราะเกียจคร้าน ไม่บำเพ็ญ ไม่เห็นธรรม

... จิตเห็นธรรม ก็เห็น พระตถาคต
จิตรู้รส จิตปลดเปลื้อง เป็นเรื่องขำ
แรงสัจจะ แรงทมะ ชนะกรรม (คือชนะกาม)
ผู้ปฏิบัติธรรม มั่นอดทน ได้ผลจริง 


จิตเห็นกาย ในกาย คลายกำหนัด
ผู้ปฏิบัติ จะรู้ได้ ทั้งชายหญิง
เห็นวัตถุ ภายนอกกาย กลายเป็นลิง
เจอะของจริง ตามพุทธพจน์ หมดกังวล

หลวงปู่เปลื้อง ปัญญาวันโต 
วัดบางแก้วผดุงธรรม จ.พัทลุง



.การทำจิตใจให้มีกำลัง



          การทำกายให้มีกำลังก็คือ การออกกำลังกายบริหาร มีการกระโดด การวิ่ง นี่คือการทำกายให้มีกำลัง...การทำจิตใจให้มีกำลังก็คือ ทำจิตให้สงบ ไม่ใช่ทำจิตให้คิดนั่นคิดนี่ไปต่างๆ ให้อยู่ในขอบเขตของมัน เพราะว่าจิตของเรานั้นไม่เคยได้สงบ ไม่เคยมีกำลัง มันจึงไม่มีกำลังทางด้านสมาธิภายใน

                                                                                                       หลวงปู่ชา สุภัทโท

อารมณ์บังจิต



อารมณ์ 6 คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ จึงเปรียบเหมือนลม 6 จำพวก 
ทวาร 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และหทัยวัตถุ เปรียบเหมือนฝั่งมหาสมุทร 
จิตใจของคนเราก็เปรียบเหมือนน้ำในมหาสมุทร 
เมื่อลม 6 จำพวก เกิดเป็นพายุใหญ่ในเวลาฝนตก 
ทำให้น้ำในมหาสมุทรเกิดเป็นคลื่นแล้วระลอกใหญ่โต
เรือ แพ หลบไม่ทันก็ล่มจมเสียหายขึ้นนี้ฉันใด 
อุปมัยดังพาลชนไม่รู้เท่าทันโลก ไม่รู้เท่าทันอารมณ์
ปล่อยให้โลกเข้ามาประสมธรรม 
ปล่อยให้อารมณ์เข้ามาประสมจิต จึงเกิดราคะ โทสะ โมหะ ...
ถ้าอยากเห็นวิมุตติ ก็ให้เพิกถอนสมมุติออกให้หมด
เพราะโลกบังธรรม อารมณ์บังจิตฉันใด 
สมมุติก็บังวิมุตติฉันนั้น 
คนเราควรใช้สติปัญญาเป็นกล้องส่องใจ
จะได้รู้ว่าสภาพที่แท้จริงของจิตเป็นอย่างไร” 


หลวงปู่บัวพา ปญฺญาภาโส

ไม่ติดดี ติดชั่วในคำพูดคน



เขาพูดว่าเราดี เราก็ไม่ดีเหมือนคำเขาพูด
เขาพูดว่าเราชั่ว เราก็ไม่ชั่วเหมือนคำเขาพูด
ถ้าเราไม่ยึด...เราไม่มี...จะเอาอะไรไปดีไปชั่ว

หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล

อยากไปนิพพาน ต้องไม่ติดอะไรทั้งนั้น



          อยากไปพระนิพพาน ก็ต้องไม่ติดอะไรทั้งนั้น ดี-เลว,ติดกลิ่น, ติดสี,ติดรส,ติดสถานที่, ติดร่างกายของครูบาอาจารย์ซึ่งไม่เที่ยงทั้งสิ้น อะไรที่เข้ามากระทบทางทวารทั้ง ๖ หรืออายตนะ ๖ ต้องวางให้ได้ รู้อารมณ์ตามจริตที่เกิดให้ได้ ศึกษากรรมฐานแก้ให้ดีๆ ต้องคล่องจริงๆ จึงจะชนะอารมณ์ตามจริตได้

                                                                                               หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

ปฏิบัติธรรม ต้องปฏิบัติที่กายและใจ



การปฏิบัติธรรม ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไหน
ในเมื่อกายยาว ๑ วา หนา ๑ คืบ นี้แลเป็นตัวธรรม
เป็นตัวโลก เป็นที่เกิดแห่งธรรม เป็นที่ดับแห่งธรรม
เป็นที่ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้อาศัยบัญญัติไว้ซึ่งธรรมทั้งปวง
แม้ใครใคร่จะปฏิบัติธรรม ก็ต้องปฏิบัติที่กายและใจนี้
หาได้ปฏิบัติที่อื่นไม่

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

ต้องปฏิบัติจนถึงสิ่งที่ไม่มี



ในทางโลกเขามีสิ่งที่มี แต่ในทางธรรมมีสิ่งที่ไม่มี
คนในโลกนี้ต้องมีสิ่งที่มี เพื่ออาศัยสิ่งนั้นเป็นอยู่
ส่วนผู้ปฏิบัติธรรมต้องปฏิบัติจนถึงสิ่งที่ไม่มี และอยู่กับสิ่งที่ไม่มี

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

สติตามหลักสติปัฎฐาน คือรู้ซื่อๆ



ความรู้สึกตัวตามหลักของสติปัฎฐาน
ไม่เหมือนสติธรรมดา สติธรรมดาใครๆ ก็มีได้ สัตว์ก็มีสติ
สติตามหลักของสติปัฎฐานนั้น คือรู้ซื่อๆ ไม่มีผิดถูก ไม่มีสุขทุกข์ 
รู้ซื่อๆ รู้เห็น ผิดก็เห็น ถูกก็เห็น สุขทุกข์ก็เห็น
มีสติเห็น ไม่เป็นสุขไม่เป็นทุกข์ เหนือผิดเหนือถูก 
ผิดถูก สุขทุกข์ ไม่มีค่าอะไร

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ