คาถากันความทุกข์
คาถากันความทุกข์
เมื่อได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ให้เสกคาถาว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เมื่อสิ่งเหล่านี้เสื่อมสิ้นไปจะได้ไม่ทุกข์ใจ
หลวงปู่จันทร์ กุสโล
รักษาอารมณ์จิตให้เป็นสุขเท่านั้นพอ
ร่างกายที่เห็นอยู่นี้มีความไม่เที่ยงอยู่เป็นนิจ แต่ตราบใดที่มันยังไม่ตาย ก็มีความจำเป็นจักต้องดูแลไปตามหน้าที่ แต่มิใช่ห่วงใยให้มากจนเกินไป ให้ทำจิตวางอารมณ์พอสบาย ๆ จักได้ไม่ทุกข์ ไม่กังวลจนเกินไป แล้วทำทุกอย่างไปตามหน้าที่ รักษาอารมณ์จิตให้เป็นสุขเท่านั้นพอ ดูอนาคต ดูได้เตรียมได้ แต่ไม่ควรกังวล รักษาจิตให้อยู่กับปัจจุบันเท่านั้นเป็นพอ พอหรือไม่พอให้ดูอารมณ์ดิ้นรนของจิต ผู้รู้ ผู้ไม่ประมาท จักพร้อมทั้ง อดีต ปัจจุบัน และอนาคต แต่เขาไม่ทุกข์ อะไรเกิดก็พร้อมรับทั้งกาย-วาจา-ใจ ด้วยความรู้และความไม่ประมาท
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
วิ่งตามโลก มองไม่เห็นโลก
ขณะใดที่เราวิ่งไปตามโลก
เราจะมองไม่เห็นโลกได้ถนัดนั้น
เราจำเป็นต้องหยุดวิ่งเสียก่อน
แล้วเราจึงจะมองเห็นโลกได้ชัดเจน
เมื่อโลกหมุนและเราก็หมุนด้วยอย่างนี้
จะมองเห็นกันอย่างไร
ท่านพ่อลี ธัมมธโร
ภาวนา ไม่ต้องคาดหวัง
การปฏิบัติถ้าอยากให้มันเป็นเร็ว ๆ มันก็ไม่เป็น หรือไม่อยากให้เป็นมันก็ประมาทเสีย เลยไม่เป็นอีกเหมือนกัน...อยากเป็นก็ไม่ว่า ไม่อยากเป็นก็ไม่ว่า ทำใจให้เป็นกลาง ๆ ตั้งใจให้แน่วแน่ในกรรมฐานที่ตั้งไว้ ภาวนาเรื่อยไป เหมือนกับเรากินข้าวไม่ต้องอยากให้มันอิ่ม ค่อย ๆ กินไปมันก็อิ่มเอง...ภาวนาก็เช่นกัน ไม่ต้องไปคาดหวังให้มันสงบ หน้าที่ของเราคือภาวนาไป ก็จะถึงของดีของวิเศษในตัว แล้วเราจะรู้ชัดว่าอะไรเป็นอะไร ให้หมั่นทำเรื่อยไป
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
ความสุขที่แท้คือปัญญาความรอบรู้ในกองสังขาร
ความสุขที่แท้จริงนั้นได้แก่
ปัญญาความรอบรู้ทั้งหมด
ในกองสังขารตามความเป็นจริงทุกสิ่ง
แล้วก็วางหมดไม่มีเหลือ
หมายความว่ารู้หมด วางหมดนั่นเอง
รู้แล้วก็ยึดเอาไว้ ไม่ได้ปล่อยได้วางไป
มีแต่เก็บกำเอาไว้ไม่วาง
นี้แหละคือทุกข์ตัวจริง มันเป็นอย่างนี้
หลวงปู่คูณ สิริจันโท
อารมณ์ต้องรู้เท่าทันและกำจัด
รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อารมณ์ดีร้ายทั้ง ๖ นี้ เป็นผู้มาทีหลัง เป็นของผ่านไปมา เป็นของสมมุติ เป็นของปลอม ไม่ใช่ของจริง เป็นของร้อน เป็นของหนัก ถ้าจิตเราไปคิดเอาเป็นจริงก็ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ผิดหวังเป็นทุกข์ใจมิได้หยุดหย่อน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อารมณ์ทั้งหลายเป็นของสกปรก ของชั่วคราว เป็นฝ่ายดำ เป็นสิ่งที่เราจะต้องรู้เท่าทัน และกำจัดออกจากจิตทันที คือให้ว่างเปล่าจากของที่เป็นทุกข์เป็นโทษ จิตจะอยู่ว่างเปล่าเฉยๆ ไม่ชิน ก็นึกถึงพระคุณความดีขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า นึกถึงฝั่งแดนทิพยนิพพานเป็นสุขเลิศล้ำ นึกถึงร่างกายสมมุตินี้ตายโดนเผาทิ้งแน่นอน แบบนี้จิตจะว่างจากของหนัก ว่างจากความเครียด ความฟุ้งซ่าน ความวุ่นวายหรือปลอดภัยจากอันตรายได้
หลวงปู่ดาบส สุมโน
ความคิดพยาบาท ผลกรรมปรากฏทันที
ความคิดอาฆาตพยาบาทจองเวรนี่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ให้หยาบคาย นั่นแหละคือผลกรรมที่ปรากฏทันที ผู้ที่ทำสิ่งใดทางกาย วาจา หรือใจ ด้วยอำนาจของกิเลส ชื่อว่ากำลังเบียดเบียนตัวเองอย่างยิ่ง เพราะถอยห่างออกไปจากความสุขที่แท้จริง นั้นคือวิบาก การทำบาปแต่ละครั้งคือทำให้บันไดที่เราต้องปีนขึ้น สูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
ตัวเราคือแก้วสารพัดนึก
อย่าไปให้ความสำคัญ กับของขลังภายนอก
ยิ่งกว่าทำจิตของเรา ให้เป็น "พระ"
ตัวเรานั่นแหละ เป็นแก้วสารพัดนึก
หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร
สติบำรุงเลี้ยงจิตใจ..
น้ำฝนช่วยบำรุงเลี้ยงร่างกายได้ดีกว่าน้ำหวานฉันใด
สติก็บำรุงเลี้ยงจิตใจได้ดีกว่าความคิดปรุงแต่ง
ที่น่าเพลิดเพลินยินดีมีสีสันฉันนั้น
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
อย่าคิด อย่ามองคนอื่นในแง่ไม่ดีเด็ดขาด
อย่าคิด อย่ามองคนอื่นในแง่ไม่ดีเด็ดขาด เขาจะดีจะชั่วก็เป็นเรื่องของเขา ต่างก็มีกรรมเวรเป็นของตน ไม่ต้องสนใจใคร หากสนใจความไม่ดีของคนอื่น ระวังตัวเราเองอาจจะต้องลงอเวจี ปฏิบัติมาถึงป่านนี้แล้ว ใครทำไม่ดีกฎของกรรมลงโทษเอง ระวังจิตของเราให้ดีที่สุด ทำจิตให้สะอาด เอาจิตที่ดียกไปไว้บนพระนิพพาน มีพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ในใจตลอดเวลาที่มีลมหายใจเข้าออก
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









