ภาวนา ไม่ต้องคาดหวัง



         การปฏิบัติถ้าอยากให้มันเป็นเร็ว ๆ มันก็ไม่เป็น หรือไม่อยากให้เป็นมันก็ประมาทเสีย เลยไม่เป็นอีกเหมือนกัน...อยากเป็นก็ไม่ว่า ไม่อยากเป็นก็ไม่ว่า ทำใจให้เป็นกลาง ๆ ตั้งใจให้แน่วแน่ในกรรมฐานที่ตั้งไว้ ภาวนาเรื่อยไป เหมือนกับเรากินข้าวไม่ต้องอยากให้มันอิ่ม ค่อย ๆ กินไปมันก็อิ่มเอง...ภาวนาก็เช่นกัน ไม่ต้องไปคาดหวังให้มันสงบ หน้าที่ของเราคือภาวนาไป ก็จะถึงของดีของวิเศษในตัว  แล้วเราจะรู้ชัดว่าอะไรเป็นอะไร ให้หมั่นทำเรื่อยไป 

                                                                                              หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

ความสุขที่แท้คือปัญญาความรอบรู้ในกองสังขาร





ความสุขที่แท้จริงนั้นได้แก่
ปัญญาความรอบรู้ทั้งหมด
ในกองสังขารตามความเป็นจริงทุกสิ่ง
แล้วก็วางหมดไม่มีเหลือ
หมายความว่ารู้หมด วางหมดนั่นเอง 
 รู้แล้วก็ยึดเอาไว้  ไม่ได้ปล่อยได้วางไป
 มีแต่เก็บกำเอาไว้ไม่วาง 
 นี้แหละคือทุกข์ตัวจริง มันเป็นอย่างนี้

หลวงปู่คูณ สิริจันโท

อารมณ์ต้องรู้เท่าทันและกำจัด



          รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อารมณ์ดีร้ายทั้ง ๖ นี้ เป็นผู้มาทีหลัง เป็นของผ่านไปมา เป็นของสมมุติ เป็นของปลอม ไม่ใช่ของจริง เป็นของร้อน เป็นของหนัก ถ้าจิตเราไปคิดเอาเป็นจริงก็ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ผิดหวังเป็นทุกข์ใจมิได้หยุดหย่อน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อารมณ์ทั้งหลายเป็นของสกปรก ของชั่วคราว เป็นฝ่ายดำ เป็นสิ่งที่เราจะต้องรู้เท่าทัน และกำจัดออกจากจิตทันที คือให้ว่างเปล่าจากของที่เป็นทุกข์เป็นโทษ จิตจะอยู่ว่างเปล่าเฉยๆ ไม่ชิน ก็นึกถึงพระคุณความดีขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า นึกถึงฝั่งแดนทิพยนิพพานเป็นสุขเลิศล้ำ นึกถึงร่างกายสมมุตินี้ตายโดนเผาทิ้งแน่นอน แบบนี้จิตจะว่างจากของหนัก ว่างจากความเครียด ความฟุ้งซ่าน ความวุ่นวายหรือปลอดภัยจากอันตรายได้

                                                                                                    หลวงปู่ดาบส สุมโน

ความคิดพยาบาท ผลกรรมปรากฏทันที


              ความคิดอาฆาตพยาบาทจองเวรนี่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ให้หยาบคาย นั่นแหละคือผลกรรมที่ปรากฏทันที ผู้ที่ทำสิ่งใดทางกาย วาจา หรือใจ ด้วยอำนาจของกิเลส ชื่อว่ากำลังเบียดเบียนตัวเองอย่างยิ่ง เพราะถอยห่างออกไปจากความสุขที่แท้จริง นั้นคือวิบาก การทำบาปแต่ละครั้งคือทำให้บันไดที่เราต้องปีนขึ้น สูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

ตัวเราคือแก้วสารพัดนึก


อย่าไปให้ความสำคัญ กับของขลังภายนอก
ยิ่งกว่าทำจิตของเรา ให้เป็น "พระ" 
ตัวเรานั่นแหละ เป็นแก้วสารพัดนึก

หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร

สติบำรุงเลี้ยงจิตใจ..



น้ำฝนช่วยบำรุงเลี้ยงร่างกายได้ดีกว่าน้ำหวานฉันใด 
สติก็บำรุงเลี้ยงจิตใจได้ดีกว่าความคิดปรุงแต่ง 
ที่น่าเพลิดเพลินยินดีมีสีสันฉันนั้น

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

อย่าคิด อย่ามองคนอื่นในแง่ไม่ดีเด็ดขาด



          อย่าคิด อย่ามองคนอื่นในแง่ไม่ดีเด็ดขาด เขาจะดีจะชั่วก็เป็นเรื่องของเขา ต่างก็มีกรรมเวรเป็นของตน ไม่ต้องสนใจใคร หากสนใจความไม่ดีของคนอื่น ระวังตัวเราเองอาจจะต้องลงอเวจี ปฏิบัติมาถึงป่านนี้แล้ว ใครทำไม่ดีกฎของกรรมลงโทษเอง ระวังจิตของเราให้ดีที่สุด ทำจิตให้สะอาด เอาจิตที่ดียกไปไว้บนพระนิพพาน มีพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ในใจตลอดเวลาที่มีลมหายใจเข้าออก

                                                                                                   หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

เอาจิตเกาะไว้ที่กาย


          ขอให้ตั้งสติตามรู้กาย นั่งอยู่ก็ให้รู้ตัวว่านั่ง... ยืนก็ระลึกรู้กายอยู่ว่าขณะนี้กายกำลังยืนอยู่...กายนอนก็มีสติระลึกรู้อยู่ที่กายที่กำลังนอน จิตมาเกาะไว้ที่กายนี่ ก็จะทิ้งอารมณ์ภายนอกเพราะจิตมีที่อยู่ เอาจิตมาอยู่กับอารมณ์กรรมฐาน จิตจะมีความสงบ มีความสุข มีปีติ เบากาย เบาใจ ถ้าจิตไม่มีที่เกาะ ไม่มีที่อยู่ จิตก็จะแล่นไปหลุดลอยไป ไหลไปเรื่องอดีต อนาคต... แล้วก็ทุกข์เศร้าหมอง เรียกว่าไม่อยู่ในถิ่นของบิดา แล่นไปสู่อารมณ์ต่างๆ เหล่านั้น ส่งใจออกนอก

                                                                                              พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

ผู้จะเข้าถึงความสำเร็จของชีวิต


         บุคคลที่ทนในสิ่งที่คนอื่นทนได้ยาก ทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยาก บุคคลนั้นจะเข้าถึงความสำเร็จของชีวิต ความอดทน ความขมขื่นจะเกิดขึ้นในเบื้องต้นของการทำความดี แต่จะได้รับความชื่นชมในบั้นปลาย

                                                                                            หลวงปู่แหวน สุจิณโณ


การปฏิบัติ อย่าอยากเห็น



          การปฏิบัติให้ปฏิบัติเพื่อสำรวม เพื่อความละ เพื่อความคลายกำหนัดยินดี เพื่อความดับทุกข์ ไม่ใช่เพื่อเห็นสวรรค์ วิมาน หรือแม้พระนิพพาน ก็ไม่ต้องตั้งเป้าหมายเพื่อจะเห็นทั้งนั้น ให้ปฏิบัติไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องอยากเห็นอะไร เพราะนิพพานมันเป็นของว่าง ไม่มีตัวตนหาที่ตั้งไม่มี หาที่เปรียบไม่ได้ ปฏิบัติไปจึงจะรู้เอง

                                                                                                       หลวงปู่ดูลย์ อตุโล