ความทะยานอยากได้สุขเป็นของควรละ



         ตามกระแสพระธรรมเทศนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าทุกข์เป็นของไม่ควรละ แต่เป็นของควรต่อสู้ ความทะยานอยากได้สุขหรือไม่อยากให้มีทุกข์ต่างหากเป็นของที่ควรละ... ผู้ที่จะพ้นทุกข์ได้ในโลกนี้ ก็ล้วนแล้วแต่ยกทุกข์ขึ้นมาเป็นเหตุทั้งนั้น


                                                                                            หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

การเฝ้ากำจัดความคิดไม่ดีเป็นสมาธิ



การเฝ้ากำจัดความคิดที่ไม่ดี
ไร้สาระออกจากจิต
ก็เป็นสมาธิอย่างหนึ่ง
การเฝ้าพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างในโลก
ในที่สุดก็แตกสูญสลาย
กลายเป็นดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นอากาศ
แยกกระจายจากอณู
เป็นอะตอมเล็กๆ ละเอียด 
เป็นธาตุว่างคือวิปัสสนาญาณ

หลวงปู่ดาบส สุมโน

ความสงบด้วยใจคือพระนิพพาน



พระพุทธองค์ตรัสว่าความสงบด้วยใจ
เป็นความสุขคือพระนิพพาน 
ผู้ที่ทำจิตให้ถึงความสงบ
ก็ย่อมจะถึงพระนิพพานนี้เอง
ไม่ไกลกว่ามือเอื้อม 
ไม่ไกลกว่ายื่นมือเอื้อม
 คือหมายความว่า
ยื่นมือเอื้อมยังไกลกว่าเสียอีก 
ก็เพราะฉะนั้นจึงพูดยาก
จะว่าไกลก็เหมือนใกล้
เพราะฉะนั้นสุขชนิดนี้ 
จึงต้องทำเอง ให้มันเกิดขึ้นเอง 

หลวงปู่ดาบส สุมโน

ภาวนา สำคัญที่รู้ภายใน



          เรื่องการภาวนานั้น ไม่หมายเอาเพียงรูปร่างภายนอก... การนั่งแต่เพียงรูปร่างกายนั้นไม่ยุ่งยาก ข้อสำคัญอยู่ที่การทำจิตใจตั้งมั่นรู้อยู่ภายใน รวมอยู่ภายใน รู้ตามเป็นจริงของสิ่งต่าง ๆ มี อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นต้น จนไม่ยึดมั่นถือมั่นเสียได้ 

                                                                                             หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

การภาวนา เครื่องค้นคว้าหาแก้วอันประเสริฐ



          การภาวนา เป็นเหมือนเครื่องค้นคว้าหาแก้วอันประเสริฐ คนเรามีแก้วอันประเสริฐอยู่ในตัว แต่เมื่อไม่อาศัยการภาวนาก็ไม่สามารถค้นพบแก้วนั้นได้ พระพุทธศาสนามีคุณค่าสูงก็ด้วยสอนวิธีภาวนาทำใจที่มีกิเลสอาสวะเศร้าหมองอยู่ ให้หมดจดจากสิ่งเศร้าหมองกลับผ่องใสขึ้น

                                                                                          หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

ให้ "ชอบ" ปฏิบัติก่อน



           ถึงแม้ว่าการปฏิบัติของเรานั้น ยังไม่ถึงขั้นที่ว่า “การปฏิบัติชอบ” ก็อย่างน้อยที่สุด ขอให้เรา “ชอบปฏิบัติ” เสียก่อน

                                                                                                       ชยสาโรภิกขุ

ศึกษาอารมณ์จิตตนเองให้ดี


          การรู้อารมณ์คนอื่นพ้นทุกข์ไม่ได้ การรู้อารมณ์ตนเองพ้นทุกข์ได้ ให้พวกเจ้าศึกษาอารมณ์จิตของตนเองให้ดีๆ อย่าตำหนิอารมณ์จิตของใครว่าเลว ให้ตำหนิอารมณ์จิตของตนเองที่เลวเข้าไว้ก็แล้วกัน...หากไม่ศึกษาอารมณ์จิตของตนเอง เจริญกรรมฐานไปอีก ๒๐ ปีก็ไม่มีผล เพราะไม่รู้จักใจของตนเอง ก็คือไม่รู้จักทุกข์นั่นเอง...อารมณ์จิตนี่แหละ คือ ตัวรู้สึกถึงความสุข หรือความทุกข์ ไม่ใช่ที่ร่างกาย

                                                                                สมเด็จองค์ปฐม

ให้พยายามภาวนาไปเรื่อย ๆ



          ให้พยายามภาวนาไปเรื่อย ๆ ไม่ว่ายืน เดิน นั่ง นอน ทำได้ตลอดเวลาถ้าเราจะทำ ดีกว่านั่งร้องเพลง จะซักผ้า หุงข้าว ต้มแกง นั่งรถ ทำได้ทั้งนั้น เขาเรียกว่าพยายามเกลี่ยจิตใจให้เข้าที่ ถ้าจะรอเวลาปฏิบัติ (นั่งสมาธิ) ทีเดียวมันยาก เพราะจิตมันแตกมาตลอด

                                                                                       หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

อิสระในโลก



เห็นโทษในสิ่งที่ตนได้ เห็นภัยในสิ่งที่ตนมี คือความเป็นอิสระในโลก

หลวงปู่จันทร์ กุสโล

ทำจิตให้เหมือนดูหนังดูละคร


          ทำจิตให้เหมือนดูหนังดูละคร ผ่านไปแล้วก็ผ่านเลย หรือทำจิตให้เหมือนกระจกเงา อะไรผ่านเข้ามาก็เห็นหมด แต่เมื่อเลยไปแล้วกระจกเงาก็ไม่ได้ยึดภาพเหล่านั้นไว้เลย จำไว้จงเป็นเพียงผู้ดู ที่แล้วๆ มาพวกเจ้าลงไปแสดงร่วมกับเขาด้วย จึงเป็นการขาดทุนอย่างยิ่ง

                                                                                                 สมเด็จองค์ปฐม