ก็เหลือแต่... ความรู้ อยู่...ในใจ


คำชม ก็เป็นคำชนิดหนึ่ง
คำติ ก็เป็นคำชนิดหนึ่ง
เมื่อจับสิ่งเหล่านี้มาถ่วงกันแล้ว จะเห็นว่า...
มันไม่แตกต่างกันจนเกินไป มันเป็นเพียง
ภาษาคำพูด เท่านั้นเอง
ใจ มันก็ไม่รับ...
เมื่อ...ใจ มันไม่รับ
ก็รู้ว่า...ใจ มันไม่มี...ความกังวล
ความวิตกกังวล ในเรื่องต่างๆ ก็...ไม่มี
ความกระเพื่อมของจิต ก็...ไม่มี
ก็เหลือแต่...
ความรู้ อยู่...ในใจ
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
ภาพ Pinterest
#ใจก็สบาย เหลือแค่รับรู้

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

ก็เลยรู้ว่า “ตัวตน” นี้ไม่มี


หาก “พัฒนาตน พัฒนาปัญญา”
จนถึงที่สุดแล้ว
จะรู้ว่า “ตัวตน” นี้ไม่มี
จิตเป็นอิสระ หมดความทุกข์...
เมื่อพัฒนาตนแล้ว พัฒนาไปๆ
กายก็พัฒนา ศีลก็พัฒนา
จิตก็พัฒนา ปัญญาก็พัฒนาดีแล้ว
ก็เกิดความรู้ความเข้าใจสิ่งทั้งหลาย
ตามความเป็นจริง
รู้เท่าทันคติธรรมดาของโลกและชีวิต
รู้เข้าใจ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ปัญญาพัฒนาแล้ว
ก็เลยรู้ว่า “ตัวตน” นี้ไม่มี..
เมื่อรู้ว่าเป็นอนัตตาแล้ว ก็หมดความยึดมั่น..
(คือ..เมื่อที่จริง “ตัวตน” มันไม่มีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องหมดตัวตน
แต่คนมีความยึดมั่นใน“ตัวตน” ที่ไม่มีนั้น
จึงต้องทำให้หมดความยึดมั่น แล้วปัญหาก็หมดไปเอง)
เมื่อไม่มีความยึดติดถือมั่นใน “ตัวตน”
ก็ไม่ถูกกระทบกระทั่ง เพราะไม่มี “ตัวตน”
ที่คอยรับกระทบให้เกิดความทุกข์
.
แต่ก่อนนี้ คนโน้นว่ามาก็กระทบ ไปทำโน้น ไปมองเห็นรู้อะไรทางตา
หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็กระทบเรื่อย เพราะมี “ตัวตน” ที่ยึดไว้
พะวงปกป้องไว้คอยรับกระทบอยู่เรื่อย
แต่พอเข้าใจ มีปัญญารู้แจ่มแจ้ง หมดความยึดมั่นนั้น
ก็ไม่มีตัวไว้รับกระทบ ก็หมดทุกข์
เรียกว่าพ้นจากกิเลสและความทุกข์
ก็ถึงจุดหมายของพระพุทธศาสนา
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
ที่มา : จากหนังสือ “หลักแม่บทของการพัฒนาตน”
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

อย่าไปหวังอะไรจากการทำบุญ


อย่าไปหวังอะไรจากการทำบุญ
การทำบุญ
เหมือนการไปขี้ในป่า
เคยเสียดายขี้มั้ย
ทำบุญเมื่อทำไปแล้ว
สิ่งไหนที่สละไปแล้ว
จาคะไปแล้ว ได้โอนสิทธิ์ไปแล้ว
ก็ไม่ควรที่จะหวงแหน หึงหวง
แล้วเรียกคืนกลับมา
บุญแท้ๆ แปลว่า การชำระ
เมื่อทำบุญแล้ว ให้แล้วกับวัดนี้
กับศาสนา สร้างโบสถ์ สร้างศาลา
ก็ให้แล้ว ก็จบไปแล้ว ไม่ต้องไปเรียกคืน
ถ้าไปเรียกคืน ก็เสมือนว่า
คนใดคนหนึ่งไปขี้ในป่า
วันดีคืนดีเสียดายขี้
ก็ไปขอกอบขี้คืนมา
แรงบันดาลใจในการทำบุญคือ การชำระกิเลส
ธรรมชาติใดมีการชำระให้จิตสะอาด
บริสุทธิ์ ผ่องใส ธรรมชาตินั้นชื่อว่า "บุญ"
ถ้าเราหึงหวง หวงแหนสิ่งไหน
ไม่เคยสละ ไม่เคยจาคะสิ่งไหน
เราจะมีภาวะหนึ่งคือ (มัจฉริยะ)
ความตระหนี่ ความหวงแหน
แต่ถ้าเราสละ เราให้อะไรได้
มันก็จะเป็นการชำระความเห็นแก่ตัว
ชำระความตระหนี่ ความถี่เหนียว
ชำระความเป็นใย เป็นยาง เป็นเยื่อ
สาระของบุญ คือ การชำระกิเลส ละอัตตาตัวตน
.
พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ
"แสงแรก" (รายการเจาะใจ 3/4)
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

ปฎิบัติธรรมที่ไหนดี


โยมถาม ปฎิบัติธรรมที่ไหนดี
อาจารย์ ไม่ใช่ที่ไหน อย่างไร
แต่เห็นอารมณ์ ความคิด
ที่จะๆ นั้นไหม
ถ้าเห็นว่ามันเกิดดับเอง ไม่ใช่เราจริง
จะไม่มีผู้ปฎิบัติใดๆ เลย
มีแต่เหตุปัจจัยนั้นเกิดดับตลอดเวลา
มิอาจหลุดพ้น เป็นได้แค่ทาส อารมณ์ความคิด
หนี สงบ ฟุ้งซ่าน ดี ไม่ดี
ทั้งหมดล้วนอยู่ได้ไม่นาน มันดับเอง
พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

พุทธะคือจิต (佛即是心)


พุทธะคือจิต (佛即是心)
ถ้าต้องการแสวงหาพุทธะ (求佛)
จงเห็นจิต (見心)
เพราะ
จิตนี้เองคือพุทธะ (心即是佛)
ถ้าไม่เห็นจิต (見心不得)
ก็ไม่อาจพบพุทธะ (見佛不得)
แม้จะแสวงหาภายนอก (外求)
ก็ยิ่งห่างไกล (更遠)
---
ผู้คนในโลกนี้
หลงคิดว่า
การทำบุญ (修福)
การสร้างวัด (造寺)
การสวดมนต์ (誦經)
การรักษาศีล (持戒)
คือหนทางสู่พุทธะ
แต่ถ้าไม่เห็นธรรมชาติแท้ของจิต (不見本性)
การกระทำเหล่านี้
ก็ยังเป็นเพียงเหตุแห่งการเวียนว่าย (輪迴之因)
ไม่ใช่มรรคแห่งการหลุดพ้น
ปรมาจารย์ตั๊กม้อ
จากบทความ คัมภีร์ตั๊กม้อ (3) คัมภีร์ทำลายรูป (破相論)
ของพระโพธิธรรม (菩提達磨)
โดย อ.สุวินัย ภรณวลัย
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

ชนะแบบพระพุทธเจ้า


ผู้คนต่างแก่งแย่งแข่งขัน
หวังว่าสักวันจะเป็นผู้ชนะ
ทุกครั้งที่มีใครชนะ
นั่นหมายถึง เขากําลังยืนอยู่
บนซากปรักหักพังแห่งความทุกข์
ความผิดหวังพ่ายแพ้ของคนอื่น
รอเวลาให้มีผู้กล้าคนใหม่
ขึ้นมาโค่นบัลลังก์แห่งผู้ชนะ
บัลลังก์นี้จึงไม่เคยยั่งยืน
ไม่เคยมีใครชนะได้อย่างแท้จริง
เพียงรอวันที่จะได้ชิมรสชาติ
แห่งความพ่ายแพ้เท่านั้น
พระพุทธเจ้าจึงไม่สรรเสริญ
การเอาชนะคนอื่น
แต่ยกย่องการชนะตนเอง
ถึงกับตรัสว่า ชนะสงครามเป็นพัน ๆ ครั้ง
ก็สู้ชนะตนเองเพียงครั้งเดียวไม่ได้
ชนะแบบพระพุทธเจ้า
จึงเป็นความชนะที่
ไม่มีวันกลับมาพ่ายแพ้ได้อีก
เป็นชัยชนะที่มีแต่ผู้กล้า
ที่จะขัดเกลาแก้ไขตนเอง
และ สละ-ละ-วาง ความยึดถือเท่านั้น
จึงจะค้นพบ
.
จากหนังสือ “ชนะแบบพระพุทธเจ้า”
โดย พระมหาวิเชียร ชินวังโส
พิมพ์ครั้งที่1: พฤษภาคม ๒๕๖๐
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

บุญที่แท้จริง (真功德)



บุญที่แท้จริง (真功德)
ผู้คนจำนวนมาก
คิดว่าการทำบุญ (修福)
คือ พลังบุญ (功德)
แต่บุญเช่นนั้น
เป็นเพียงบุญโลกียะ (有漏之福)
ไม่ใช่บุญแท้ (真功德)
---
บุญแท้คืออะไร?
คือ
จิตสะอาด (清淨心)
ไม่ยึดติด (無著)
ไม่แสวงหา (無求)
นี่คือ พลังบุญ (功德)
---
ถ้าทำบุญแล้ว
ยังเห็นว่า
"ข้าทำบุญ" (我修福)
นั่นไม่ใช่พลังบุญ (功德)
---
ถ้าเห็นว่า
ไม่มีผู้ทำ (無人作)
ไม่มีสิ่งที่ทำ (無所作)
นั่นจึงเรียกว่า บุญแท้ (真功德)
ปรมาจารย์ตั๊กม้อ
จากบทความของ อ.สุวินัย ภรณวลัย
ภาพ the Bridge towards awareness

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

สมาธิกับ ฮิวจ์ แจ็กแมน


ฮิวจ์ แจ็กแมน คือหนึ่งในผู้ปฏิบัติสมาธิเป็นประจำ และได้รู้ถึงผลดีของสมาธิ เขากล่าวว่า
...“มันไม่ใช่แค่การค้นหาความสงบ แต่เป็นการค้นหาความสุขที่แท้จริง และนั่นเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องสำหรับทุกคน
...สิ่งที่สมาธิได้ให้ผม เด็บ และเด็กๆ คือการพาเรากลับไปสู่สิ่งที่เราลืมไป ซึ่งก็คือสิทธิโดยกำเนิดของเราที่จะมีความสุข ตื่นตัว และมีความสัมพันธ์กับผู้คนในทางที่ถูกต้อง
...ผมทำสมาธิก่อนที่จะเป็นพิธีกรงานประกาศรางวัลออสการ์ ผมทำสมาธิก่อนขึ้นเวที ผมทำสมาธิตอนเช้าและตอนเที่ยง เมื่อผมอยู่ในกองถ่ายภาพยนตร์ พลังงานจะดีกว่า และการตัดสินใจของคุณจะถูกต้องมากขึ้น จะสามารถฟังคนอื่นได้มากขึ้น มันช่วยผมในทุกๆ ด้าน มากมายมหาศาล
...การทำสมาธิคือการแสวงหาความว่าง มันเหมือนกับการพักผ่อนขั้นสูงสุด ที่ดีกว่าการนอนหลับที่ดีที่สุดที่คุณเคยมี มันทำให้จิตใจสงบลง ทำให้ทุกอย่างคมชัดขึ้น ชื่นชมสิ่งรอบตัวได้ดีขึ้น ทำให้ชีวิตสดชื่นอยู่เสมอ..."

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

9 มี.ค.69