พิษภัยของการมีตัวตน


การมีตัวตน มีแล้วทุกข์ ทีนี้ ต้องมานั่งมองว่า
ทำไมการมีตัวตนจึงเป็นทุกข์ เพราะเราไปยึดในสิ่งที่มิใช่ของเราว่าเป็นของเรา
ดั่งเราไปจับไฟร้อนเข้า ความร้อนก็บอกให้เราปล่อยวาง เราจึงจะหายร้อน
แต่หากเรายังไม่รู้จักการปล่อยวาง เราก็จะทุกข์จากความร้อนอยู่อย่างนั้น
ไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีใครสร้างความทุกข์ให้เราได้ นอกจากตัวเราเอง
ที่เผลอยึดความมีตัวตนว่าเป็นของตน เราจึงได้รับทุกข์
จากการยึดถือยึดติดในตัวตนของตัวเอง
ทั้งที่ตัวตนเป็นของธรรมชาติมาแต่เดิม หากเราอยู่กับชีวิตนี้อย่างกลางๆ
โดยไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของเรา เราก็ไม่ทุกข์
เพราะเรายังคงรักษาความบริสุทธิ์เดิมแม้ (เนื้อแท้)ไว้ได้
🌸
.
ลองมาดูว่า การมีตัวตนนั้น ก่อพิษภัยให้กับชีวิตอย่างไรบ้าง
หากเรารู้ไม่ทัน และยังรู้เห็นเป็นใจกับอัตตาตัวตน อย่างนี้ต่อไป จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตบ้าง
😊
.
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) เป็นการบอก"พิกัด" ให้แด่พญามาร, เจ้ากรรมนายเวร,
ความทุกข์ ติดตามชีวิตได้ง่ายมาก ทำอะไรก็ทิ้งหลักฐานคือตัวตนไว้
ความทุกข์ก็ย่อมติดตามชีวิตเหมือนเงาติดตามตัว..
.
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) เป็นเสมือนสร้างสุมกลุ่มรังโจรไว้ในชีวิตตนเอง
คอยปล้นสะดมความสุขแท้จริงในตนเอง มิให้ได้ออกดอกออกผลผลิบาน
การมีอัตตาตัวตน เป็นการทำร้ายตัวเองอย่างไร้ความปรานีที่สุด
และทุกคนก็ทำร้ายตัวเองไปจนกว่าจะถึงความหลุดพ้น
จึงได้รับอิสระภาพจากการทำร้ายตัวเอง
.
🙅🏻‍♂️
การมีตันตน (อัตตา) เปรียบดั่งการมีก้างปลาติดคอในตัวเอง
จะเดิน จะนั่ง ก็ไม่สงบสุข เจ็บปวดทุกข์ทรมาน
เพราะการมีตัวตนขวางความเจริญและความดีงามของตัวเอง
.
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) เหมือนกระทงหลงทาง ทุกครั้งที่มีตัวตน
ก็ผิดเพี้ยนไปจากหนทางที่แท้จริงแล้ว พร้อมจะไปในทางที่มิใช่
ด้วยกระแสน้ำเชี่ยว ก็พร้อมจะเข้าไปติดหล่ม
สภาวะจิตใจดึงดูดวิบากกรรมนานาเข้าหาตัวเอง
ยากที่จะช่วยเหลือตัวเองให้หลุดรอดได้
.
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) เปรียบดั่งปลาที่กำลังติดเบ็ด, สัตว์ที่ติดบ่วงแร้วนายพราน
กำลังอยู่ในสภาวะที่ทนได้ยาก มีความเสี่ยงและความตายอยู่ตรงหน้าเสมอ
แทบไม่มีความปลอดภัยให้ชีวิตเลย ทุกขณะนาทีจึงประมาทไม่ได้
ใช้ความอยากในการเดินทางไม่ได้ พลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ นั่นก็หมายถึง คำว่า "ชีวิต"
.
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) เท่ากับมีเหตุสร้างทุกข์ให้กับชีวิตไม่รู้จักจบสิ้น
เพราะคำว่าตัวตนนั่นเอง ที่เป็นเหตุสร้างทุกข์ให้กับตัวเอง
หากหมดเหตุการสร้างทุกข์ แล้วทุกข์จะมาจากที่ใดได้อีกเล่า
#สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตา หากเดินถูกทางตั้งแต่ต้น
จะมีใครเล่าต้องเจ็บตัวและเจ็บแสบหัวใจ #การกำจัดตัวตนด้วยการรู้แจ้ง
เป็นการถอนรากถอนโคน ดับสิ้นไม่เหลือ
🙅🏻‍♂️
การมีตัวตน (อัตตา) ทำให้เกิดความป่วยทางจิตใจ ทุกข์ใจ
ไม่สบายกายไม่สบายใจ เหมือนเป็นโรคแสลง มีตัวเองนะแต่ไม่มีความสุข
เพราะตัวเองเป็นตัวทุกข์ เป็นรังโรค เติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม เป็นตัวทุกข์ในตัว
ท่านเลยบอกให้รู้จักปล่อยวางเรื่องตัวตน เพื่อเข้าสู่ "อนัตตาธรรม"
แล้วความทุกข์ก็จะหมดดับลงไปเอง
ฯลฯ
.
#ต้องดูให้ชัดว่า การที่เรามีตัวตน มีแล้วเป็นยังไงบ้าง
อัตตาตัวตนที่อยู่กับเรามาตลอดชีวิต มีตัวเองแล้วสุขจริงหรือ?
หรือเพียงแค่การตกเป็นทาสมายาแห่งตัวตน (ด้วยการยึดในตัวตนของตน, มีอัตตา)
มีตัวตนแล้วทิศทางของชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง สุขยังไง ทุกข์ยังไง
ดูให้ชัด แต่ก็ไม่ต้องไปแตะต้องคำว่าตัวตน แม้ของตนเองและของผู้อื่น
#ทางออก ให้เป็นกลาง ให้อยู่ทางสายกลาง (ธรรมชาติๆ ดีที่สุด)
เป็นการหมดเหตุสร้างทุกข์ในตัว หมดความทุกข์ในตัว อิสระจากความหลงผิดในตัว
เพราะหมดตัวตน (หมดอัตตา) จึงหมดเหตุแห่งการสร้างทุกข์
#แม้มีทุกข์ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่มิใช่ของตัวของตนใด
แก้ปัญหาด้วยปัญญาที่เป็นอิสระจากทุกข์ ทุกข์ดับไม่เหลือตั้งแต่ก่อนเกิด
🥰🦋😴🌿🌈🐈✨
อิโตมิ จัง

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

16 ต.ค.68 


 

ต้องอยู่ด้วยปัจจุบันธรรม


ธรรมของหลวงปู่มั่นบอกว่า..
ต้องอยู่ด้วยปัจจุบันธรรม
เข้าใจไหมปัจจุบันธรรม?
ไม่ใช่ปัจจุบันกาลนะ
ปัจจุบันธรรมอย่างหนึ่ง ปัจจุบันกาลอย่างหนึ่ง
ธรรมที่รู้เห็นอยู่ในปัจจุบัน
ธรรมที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบัน
เราฟุ้งซ่านอยู่ เราก็ดูตัวฟุ้งซ่าน
เป็นตัวปัจจุบันธรรมของเรา
พอเราดูปั๊บ มันก็เบา ...
เราไม่แก้ ไม่ปรับ ไม่ปรุง ปล่อย ดูมัน
ความฟุ้งซ่านก็หลุดไปๆ
เดี๋ยวกลายเป็นความสงบ
ตัวสงบเป็นตัวปัจจุบันธรรมของเราอีก
เราก็ดูอยู่งั้น ก็สงบเข้าไป ดีเข้าไป
ถ้ามันสงบแค่นี้ เราจะเอายิ่งกว่านี้
ไปคว้าอนาคตแล้ว ปัจจุบันเราสงบแค่นี้
ไปคว้าเอายิ่งกว่านี้
ก็คือไปคว้าอนาคตมันยังมาไม่ถึง
ปัจจุบันก็ให้มันเป็นอย่างนี้
อนาคตที่เราปรารถนามันก็มาถึง
นี่จะเอาให้ได้ดีเดี๋ยวนี้
มันก็หลุดจากปัจจุบัน ก็ถึงอนาคตไม่ได้
หลวงปู่เจือ สุภโร
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

16 ต.ค.68 


 

เธอย่อมได้สิ่งนั้น


การยึดติดในสิ่งใดๆ
เธอย่อมสูญเสียสิ่งนั้น
การไม่ยึดติดสิ่งใดๆ
เธอย่อมได้สิ่งนั้น
เล่าจื๊อ
Grasping at things, you lose them.
Not holding to things, you gain them.
Lao Tzu
เพจ Sages of Spiritual Wisdom

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

16 ต.ค.68 


 

พระนิพพานพัฒนามาจากความสงบ


"...หากจะถามเรื่องความสงบว่าเป็นอย่างไรนั้น
มีตัวอย่างทางนิกายเซน เมื่อลูกศิษย์ไปถามเรื่องความสงบว่าเป็นอย่างไร
แต่อาจารย์กลับเงียบ ไม่พูดอะไรตอบ
เพราะที่พูดออกไปนั้นไม่ใช่ความสงบจริง ไม่ใช่นิพพานจริง
.
ดังเช่นที่เขียนหนังสือออกมานี้ก็ไม่ใช่ความสงบของจริง
เป็นเพียงสื่อที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องความสงบเท่านั้น
.
ความสงบจริงอยู่ภายในใจ มันไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย
เพราะพระนิพพานไม่ใช่ตัวกู ของกู
.
พระนิพพานพัฒนามาจากความสงบ มีอยู่แล้วในตัวเรา
เราจึงมีพระนิพพานอยู่กับตัวกันทั้งนั้น แต่เราไม่เห็นคุณค่า
เพราะว่าเรามีความสงบแค่เพียงนิดหน่อย ยังไม่ใช่ความสงบถาวร
จึงยังไม่พอที่จะนำไปแก้ปัญหาหรือไปดับทุกข์ได้
ความทุกข์ก็กลุ้มรุมจนเอาชีวิตไม่รอด
.
แต่ถ้าเราพัฒนาวิญญาณธาตุ คือธาตุรู้ให้ถึงที่สุดจนเป็นนิพพานธาตุแล้ว
ตัวเองก็สงบ แม้จะสงบได้เพียงหนึ่งส่วนในสี่ส่วน
หรือได้ครึ่งหนึ่ง หรือได้สองส่วนก็ดีทั้งนั้น
.
เมื่อได้ความสงบในใจแล้ว ชีวิตที่ยังเหลือก็ช่วยเพื่อนมนุษย์
ไปตามความสามารถ จนกว่าเปลือกคือร่างกายนี้จะแก่เข้าโลงไป
.
อย่างนี้ชื่อว่าคุ้มค่าที่เกิดมา เพราะได้ช่วยเหลือตัวเอง
และช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากทุกข์..."
บางตอนจากหนังสือ "อยู่กับจิตว่าง"
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก
สำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต จ.พัทลุง
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

16 ต.ค.68 


 

จงตื่นรู้จากภายใน


พระพุทธเจ้าไม่ใช่บุคคลที่มีไว้บูชา
แต่คือสภาวะของจิตใจ
ที่มีสติสัมปชัญญะอันสงบนิ่ง
มีความแจ่มใสที่เปลี่ยนแปลงจากภายใน
วัดวาอารามอาจผุดขึ้น
ในพระนามของพระพุทธเจ้า
พระพุทธรูปอาจเปล่งประกายสีทอง...
แต่วัดที่แท้จริงคือจิตใจของคุณเอง
ของถวายที่แท้จริงคือสติสัมปชัญญะ
ความเมตตา และการอยู่กับปัจจุบัน
จงสร้างสติสัมปชัญญะ ไม่ใช่อนุสาวรีย์
จงตื่นรู้จากภายใน
แล้วโลกรอบตัวคุณจะสะท้อนสิ่งที่คุณมี
🕊️
The Buddha is not a person to be worshipped.
It’s a state of mind, a quiet awareness,
a clarity that transforms from within.
Temples may rise in his name, statues may shine in gold…
Yet the true temple is your own mind.
The true offering is awareness, compassion, and presence.
✨
Build mindfulness, not monuments.
Awaken within, and the world around you will reflect it.
เพจ Buddha's Teaching
ภาพจากกลุ่ม AI พุทธศิลป
โดย Koi Panupintu

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

16 ต.ค.68